ลองขับ บีเอมฯ ซีรีส์ 5 ใหม่

โดย...อัฐฒา นายเรือ

          หลังจากที่ได้เปิดตัว ซีรีส์ 5 มาสักพักนึงแล้ว ทาง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จึงได้จัดให้ผู้สื่อข่าวได้สัมผัสรถรุ่นใหม่ทั้ง 530i M Sport และ 520d กันแบบพอหอมปากหอมคอ ที่ลานสนามบินส่วนตัว แถบเขาใหญ่

 


          ซีรีส์ 5 รุ่นล่าสุด มีรหัส G30 เป็นสายพันธุ์ที่ 7 ต่อจากรุ่นรหัส F10 โดยในรุ่นใหม่นี้ แม้ว่ามีขนาดตัวใหญ่ขึ้นในทุกมิติ แต่ด้วยการเปลี่ยนวัสดุในหลาย ๆ ส่วนมาใช้วัสดุคุณภาพสูงที่มี น้ำหนักเบาขึ้น เช่น การใช้อะลูมิเนียม แมกนีเซียม และเหล็กกล้า รวมไปถึงฝากระโปรงหลังที่เปลี่ยนมาใช้อะลูมิเนียมทั้งบาน จนสามารถลดน้ำหนักตัวให้เบากว่า F10 ได้ถึง 100 กก. รวมไปถึงมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.22 ต่ำลงถึง 10% ค่าปริมาณไอเสียลดลง 0.8 กรัม/กม. พื้ืนที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย 530 ลิตร เพิ่มขึ้น 10 ลิตร ทำให้มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่ารุ่นที่ผ่านมาเยอะทีเดียวในราคาที่ใกล้เคียงตัวเดิม

          อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยสำหรับ ซีรีส์ 5 ใหม่ คือ ระบบกุญแจ BMW DISPLAY KEY ซึ่งมีในทุกรุ่นย่อย ที่ตัวกุญแจขนาดใหญ่จะมีจอ LCD แสดงผลบนรีโมทคอนโทรล ควบคุมด้วยระบบสัมผัสที่หน้าจอ สามารถแสดงผลสถานะของรถได้ เช่น การล็อคหรือปลดล็อคประตู นอกจากนี้ยังสามารถสั่งให้รถเปิดแอร์ หรือตั้งเวลาเปิดแอร์ได้ สามารถใช้งานได้ทุกฟังก์ชั่นเมื่ออยู่ในระยะไม่เกิน 30 เมตร และที่ระยะ 30-300 เมตร สามารถแสดงผลได้ทุกฟังก์ชั่น และที่ระยะเกิน 300 เมตรขึ้นไป รีโมทจะแสดงสถานะล่าสุดของรถ

          โดยในขณะนี้ ซีรีส์5 ใหม่จะยังคงเป็นรถที่ประกอบสำเร็จรูปมาจากต่างประเทศแล้วนำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย หลังจากนี้อีกสักระยะจึงจะเป็นรถประกอบภายในประเทศซึ่งจะมีราคาที่ต่ำลงมาจากอัตราภาษีที่แตกต่างกัน  

          ซีรีส์ 5 ใหม่ประกอบไปด้วย 2 รุ่นหลักคือ

530i M Sport


          ติดตั้งเครื่องยนต์ เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ ให้กำลังถึง 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ 17.5 กม./ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 250 กม./ชม.

          ตัวรถมาพร้อมชุดแต่ง A Aerodynamics ล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้า LED ที่ปรับทิศทางตามการหมุนของพวงมาลัย หลังคากระจกเปิดด้วยไฟฟ้า ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิด โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (PARKING ASSIST) ที่เราจะได้ลองกันในวันนี้ด้วย

          530i m Sport ตั้งราคาไว้ 4,399,000 บาท

520d Luxury


          ติดตั้งเครื่องยนต์ ดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ ให้กำลังถึง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ 20 กม./ลิตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 235 กม./ชม. ไฟหน้า LED ที่ปรับทิศทางตามการหมุนของพวงมาลัยฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิด โดยอัตโนมัติ วงล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

         520d Luxury ตั้งราคาไว้ 3,899,000 บาท

          นอกจากนี้ยังมีรุ่น 520d Luxury (Limited) ตั้งราคาไว้ 3,599,000 บาท ซึ่งมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกันกับ 520d Luxury เพียงแต่มีการตกแต่งและอุปกรณ์บางตัวที่แตกต่างกันไป

          การทดลองขับในเวลาครึ่งวันในช่วงบ่ายแบ่งออกเป็น 3 สถานี เพื่อให้เราได้ขับโดยจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อดูการควบคุมบังคับรถในรูปแบบต่าง ๆ นำเอาสมรรถนะที่แท้จริงออกมาใช้งาน การขับในวันนั้นเนื่องจากมีฝนตกลงมาค่อนข้างหนัก พอฝนเริ่มซาเราก็ลุยกันเลยโดยครูฝึกสั่งให้เราเปิดระบบ DSC อยู่ตลอดเวลา ที่จะมาช่วยควบคุมไม่ให้รถเสียการทรงตัวหรือล้อหมุนฟรี เพิ่มความปลอดภัยในยามที่ต้องขับบนพื้นถนนที่มีความเปียกลื่น

          สถานีแรก HANDLING COURSE

          ทางบีเอมฯ ได้นำรถทั้ง 2 รุ่นมาให้เราทดลองขับเพื่อรับทราบถึงจุดเด่นต่าง ๆ และข้อแตกต่างระหว่างรถใหม่ทั้งสองรุ่น เราต้องขับแบบสลาลมเปลี่ยนทิศทางไปมา รวมไปถึงการเปลี่ยนเลนวิ่งที่ต้องหักพวงมาลัยมากขึ้นบนเส้นทางแคบๆ ต่อจากนั้นก็วิ่งไปตามแนวโค้งกว้าง ๆ เพื่อดูอาการของรถ ก่อนจะเข้าสู่ทางตรงที่ให้ลองอัตราเร่งของรถทั้งสองรุ่นมาเทียบกัน สุดท้ายคือการทดลองเบรก โดยผู้ขับจะต้องขับรุ่นละ 2 รอบ แล้วเปลี่ยนไปขับรถอีกรุ่นหนึ่งในทันทีอีก 2 รอบ เพื่อให้รับทราบถึงข้อแตกต่าง 

 


          ทีมเราไปกัน 3 คนต่อรถ 1 คัน เราจึงได้มีโอกาสทั้งเป็นผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถทั้งสองรุ่น เราสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความแตกต่าง ในด้านอัตราเร่ง 530i ออกตัวได้ดีกว่า ตีนต้นมีอัตราเร่งที่ทันใจกว่า การควบคุมบังคับและการเบรค จากการที่ใช้ล้อขนาด 19 นิ้วพร้อมยางซีรีส์ต่ำ รวมไปถึงระบบห้ามล้อจาก M Sport ทำให้การควบคุมบังคับรถ การเปลี่ยนทิศทางแบบกะทันหัน ทำได้ฉับไว รวมไปถึงการหยุดรถทำได้อย่างเหนือชั้นกว่า แต่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นจากรุ่นดีเซลราว 5 แสนบาท

          แต่ในเรื่องของเครื่องยนต์ดีเซลต้องไปทดลองขับกันในทางยาว ๆ ไม่ต่ำกว่า 100 กม. จะเห็นได้ชัดถึงอัตราเร่งในช่วงตีนปลายและที่เหนือกว่านั้นคืออัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่ารถขนาดตัวที่ใหญ่แต่มีการกินน้ำมันแทบไม่ต่างจากบรรดารถเล็ก ๆ ทั้งหลาย

          แต่รถขนาดกลางทั้งสองรุ่นเท่าที่ได้ลองขับถือว่าเป็นรถที่ควบคุมบังคับง่าย มองดูภายนอกอาจจะค่อนข้างใหญ่ แต่พอเข้าไปจะรู้สึกได้ถึงคล่องตัว ขับสบาย ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมีมาให้อย่างครบครันสมราคา

          สถานีที่ 2 SLALOM TIME TRIAL 

 


          สถานีนี้จะให้ผู้สื่อข่าวแต่ละท่านจะได้ทดลองขับแบบสลาลมเปลี่ยนทิศทางไปมา พอถึงปลายทางจะวนกลับมาขับสลับฟันปลาอีกครั้ง พร้อมหยุดรถในกรอบที่กำหนด แล้วทำเวลาแข่งกันโดยใช้รถ 520d ในโหมดสปอร์ท ซึ่งในช่วงนั้นก็ยังคงมีฝนพรำอยู่ตลอดเวลา พื้นถนนเปียกพื้น ช่วงที่เราต้องวนรถกลับแบบ 360 องศาทำได้ค่อนข้างยากทีเดียวต้องอาศัยจังหวะและการควบคุมพวงมาลัยที่พอดีกับการเร่งเพื่อที่จะให้รถไปในทิศทางที่ต้องการโดยที่รถไม่เสียอาการซึ่งจะทำให้เสียเวลา มีให้ซ้อมขับ 3 รอบ และจับเวลา 1 รอบ ถือว่าเป็นการฝึกทักษะการควบคุมรถที่ดีมาก และเราได้มีโอกาสขับบนพื้นที่เปียกลื่นที่ต้องใช้ความนุ่มนวลทั้งการเดินคันเร่งและหมุนพวงมาลัยในทิศทางต่างๆ สนุกสนานกันพอสมควรทีเดียว บีเอมฯ ใหม่ให้การควบคุมและยึดเกาะถนนบนพื้นเปียกได้ดีกว่าที่คาดไว้มากทีเดียว

          สถานีที่ 3 สาธิตการใช้ระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (PARKING ASSIST)

          รถซีรีส์ 5 ใหม่ เฉพาะในรุ่น 530i SPORT จะติดตั้งระบบที่จะสามารถพารถเข้าจอดทั้งแบบขนานและเข้าซองโดยอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตรฐานติดตั้งมาให้ด้วย

          เริ่มจากการหาที่จอด เรากดปุ่มเพื่อแสดงความต้องการที่จะจอด โดยขับไปด้วยความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. ระบบจะคอยคำนวณเมื่อพบช่องว่างพอกับตัวรถ โดยจอดแบบขนานจะต้องมีพื้นที่ยาวกว่าตัวรถ 80 ซม. เราเปิดไฟเลี้ยวเพื่อแจ้งทิศทางที่รถจะเข้าจอด เรากดปุ่มที่จอภาพเพื่อเลือกว่าจะเป็นการจอดแบบขนานหรือเข้าซอง ระบบจะทำการจอดเองทั้งหมดไม่ว่าจะเปลี่ยนเกียร์เดินหน้าหรือถอยหลัง รวมทั้งเร่งและเบรก โดยอัตโนมัติจนรถสามารถเข้าจอดได้อย่างเรียบร้อย

 


          ในขณะที่การจอดแบบเข้าซองก็ทำเช่นเดียวกัน ระบบจะหาพื้นที่จอดที่มีด้านข้างว่างข้างละ 40 ซม. ระบบก็จะทำการนำรถเข้าจอดเองโดยอัตโนมัติ เป็นอันเสร็จสิ้นการทดลองขับในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็พอให้เรารับรู้ได้ถึงสมรรถนะ บุคลิก ความหรูหรา สะดวกสบาย ปลอดภัย ของซีรีส์ 5 ใหม่

          ขอขอบคุณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สำหรับประสบการณ์ดี ๆ กับซีดานหรูรุ่นใหม่ในวันนี้ครับ

 

Powered by MakeWebEasy.com