HONDA CRV รถอเนกประสงค์ทันสมัย กว้างขวาง สะดวกสบาย

เรื่อง : อัฐฒา นายเรือ
ภาพ : ฮอนด้า

 


          รถอเนกประสงค์เจเนอเรชันที่ 5 จากค่ายฮอนด้า ได้รับการปรับปรุงทั้งคัน และเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ฮอนด้าในประเทศไทยที่ได้นำเครื่องยนต์ดีเซลมาใช้กับรถรุ่นนี้ หลังจากที่เปิดตัวมา 2 เดือน สามารถทำยอดจองไป 4,000 คัน มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 รูปแบบคือ เบนซิน 2.4 ลิตร และ ดีเซล 1.6 ลิตร ทั้งสองรุ่นมีระบบขับเคลื่อนทั้งแบบสองล้อและสี่ล้อให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้กัน

 


          ทาง SAFE SAVE DRIVE ได้รับเชิญไปทดลองขับซีอาร์วี ใหม่ กันที่ภูเก็ต ตามเส้นทาง ภูเก็ต-พังงา-ระนอง เราได้ขับรุ่น 1.6 ดีเซล ระยะทางประมาณ 140 กม. โดยผลัดกันขับคนละครึ่งทางกับเพื่อนผู้สื่อข่าว ส่วนขากลับเราได้รถรุ่นเบนซิน 2.4 ลิตร ขับตามเส้นทางระนอง-พังงา-ภูเก็ต ประมาณ 130 กม. โดยทั้งสองรุ่นที่เรานำมาขับในวันนี้ล้วนแต่เป็นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อทั้งสิ้น และใช้ยางขนาด 235/60 อาร์ 18 เท่ากันทั้งเบนซินและดีเซล แต่ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ใช้ขนาด 235/65 อาร์ 17  

 


          หลังจากที่ได้รับฟังข้อมูลผลิตภัณฑ์เป็นที่เรียบร้อย เราเริ่มออกเดินทางจากภูเก็ตมุ่งหน้าสู่ระนอง ด้วยรุ่น ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ เทอร์โบ ซึ่งเป็นแบบ 2 สเตจ ที่จะช่วยให้อัตราเร่งทั้งตีนต้นและตีนปลายทำได้ดี ลดอาการเทอร์โบแลคหรือการขาดช่วง ความต่อเนื่องของพละกำลังทำได้เป็นอย่างดี  กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 9 จังหวะ ตั้งราคาไว้ในรุ่น DT-E ขับเคลื่อน 2 ล้อ 1,549,000 ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,699,000 บาท

 


            สภาพเส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนน 2 เลนขับสวนกัน มีโค้งและเนินเขาค่อนข้างมาก ทำให้ต้องมีการเร่งแซง ชะลอความเร็วเพื่อเข้าโค้ง ขึ้น-ลงเขา ประกอบกับรถรุ่นนี้หนักถึง 1,742 มีผลทำให้ตัวเลขความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่เราวัดตามข้อมูลที่แจ้งไว้ที่หน้าปัดทำได้ที่ประมาณ 12-13 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง แต่ถ้าได้วิ่งด้วยความเร็วสม่ำเสมอเป็นทางยาว ๆ คาดว่าตัวเลขน่าจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 15 กม./ลิตร สิ่งที่เราประทับใจในซีอาร์วีทั้ง 2 รุ่นทั้งดีเซลและเบนซินซึ่งมีการเซ็ตรถที่ใกล้เคียงกันคือ ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีความแม่นยำและเข้ากันเป็นอย่างดีกับเฟรมรถและระบบรองรับ มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีผลทำให้การควบคุมบังคับทำได้อย่างน่าประทับใจแม้ว่าระบบรองรับจะเซ็ตไว้ค่อนข้างนุ่ม แต่การเข้าโค้งยังคงเป็นไปด้วยดี ไม่รู้สึกถึงการให้ตัวมากจนเกินไป ไว้ใจได้ในการควบคุมรถอย่างปลอดภัย การขับในช่วงขึ้น-ลง สะพาน ให้ความนุ่มนวลดูดซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี ถือได้ว่าเป็นรถอเนกประสงค์ที่นั่งสบายมากทีเดียว

 


            เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ถ่ายทอดกำลังได้อย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล 4 เกียร์สุดท้ายเป็นโอเวอร์ไดรว์ที่มีอัตราทดต่ำกว่า 1 ช่วยลดรอบการทำงานของเครื่องยนต์ลงไปได้มาก แต่ในตำแหน่งเกียร์ 8 และ 9 ต้องใช้ความเร็วที่สูงเกิน 120 กม./ชม. ไม่เช่นนั้นเกียร์จะไม่ลงให้เพื่อเน้นการลดรอบในช่วงที่ใช้ความเร็วสูง การเลือกตำแหน่งเกียร์แบบไฟฟ้าจะเข้าเกียร์เดินหน้า ถอยหลังหรือเกียร์ว่าง ในรุ่นดีเซลจะใช้กดปุ่ม ไม่มีด้ามเกียร์ และมีแพดเดิลชิฟท์ติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังพวงมาลัยมาให้ใช้เพื่อเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเอง ในโหมดสปอร์ตให้กำลังที่จัดจ้าน ทันใจมากทีเดียว

 

 
            จากการที่ มิติตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเดิมในทุกส่วน มีผลให้พื้นที่ภายในรถกว้างขวาง โดยเฉพาะเบาะนั่งแถวที่สองมีพื้นที่วางขาเหลือเฟือ ส่วนที่นั่งแถว 3 เหมาะสำหรับเด็กมากกว่า ผู้ใหญ่เหมาะกับการนั่งในระยะทางไม่ไกลนัก การปรับเบาะในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อความอเนกประสงค์ทำได้ดีซึ่งเป็นจุดเด่นของแบรนด์ฮอนด้าที่โด่งดังมาช้านานตั้งแต่ ฮอนด้า แจ๊ซ ที่คอนโซลกลางมีช่องแอร์เป่าให้ผู้นั่งแถวที่สอง และที่ด้านหลังมีระบบปรับอากาศมอบความเย็นให้อย่างทั่วถึงทั้งคัน ไม่มีตำแหน่งไหนบ่นว่าร้อนอย่างแน่นอน

 


          สิ่งที่ต้องชมอีกหัวข้อหนึ่งคือ การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกแม้ใช้ความเร็วเกิน 120 กม./ชม. และตัวรถที่ขนาดใหญ่ แต่กลับมาเสียงลมปะทะตัวรถเข้ามาในห้องโดยสารน้อยมากทีเดียว ส่วนหนึ่งมาจากการออกแบบให้ความสำคัญในเรื่องอากาศพลศาสตร์และวัสดุดูดซับเสียงมีประสิทธิภาพสูงทีเดียว 

          หลังจากรับประทานอาหารกลางวันที่รีสอร์ทแถบ จ.ระนองเป็นที่เรียบร้อย เราเปลี่ยนมาขับรุ่น เบนซิน 2.4 ลิตร กับระยะทางราว 130 กม. ใกล้เคียงกับช่วงที่เราขับตัวดีเซลขามา โดยมีสภาพถนนใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่เป็นถนน 2 เลนที่มีช่วงที่ต้องเร่งแซงเยอะทีเดียว สลับกับการเข้าโค้งหลากหลายรูปแบบ

 


          รุ่นเบนซิน 2.4 ลิตร ซี่งใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ประมาณ 10 กม./ลิตร ซึ่งอยู่ในมาตรฐานของรถที่มีความจุและตัวใหญ่ขนาดนี้ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลางแต่ ถ้าสภาพถนนโล่งและไม่ต้องเร่งแซงหรือ ขึ้น-ลง เขา มากนัก ตัวเลขจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอน มีโหมดสปอร์ทให้เลือกใช้ในยามต้องการการขับเคลื่อนที่รวดเร็ว เร้าใจ แต่ในรุ่นเบนซินจะไม่มีแพดเดิลชิฟท์มาให้  

          เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลัง 173 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 224 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT สามารถใช้น้ำมันเบนซินได้ถึง E85

          ราคารุ่นขับสอง ตั้งไว้ที่ 1,399,000 บาท ส่วนขับสี่ 1,549,000 บาท ในส่วนของการเก็บเสียง การควบคุมบังคับ พื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสาร ความอเนกประสงค์ มีข้อดีเช่นเดียวกับในรุ่นดีเซล 1.6 ลิตร 2 รุ่นมีความใกล้เคียงกันมาก ต่างกันเพียงแค่สมรรถนะของเครื่องยนต์เท่านั้นเอง น้ำหนักรถแตกต่างกันอยู่ประมาณ 70 กก.

 


          ฮอนด้า ซีอาร์วี ใหม่ ใส่ความทันสมัย อเนกประสงค์ ใส่รายละเอียดเพื่อตอบสนองในการใช้งานและอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย มาให้อย่างครบครันเต็มอิ่มกันเลยทีเดียว แต่ราคาปรับมาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ผู้ซื้อคงต้องเลือกระหว่างรุ่นดีเซลและเบนซิน โดยมีโจทย์ว่า ตัวท็อปของเบนซิน 2.4 จะมีราคาเท่ากันกับตัวล่างสุดของรุ่นดีเซล ทำให้ต้องคิดหนักอยู่พอสมควรว่าจะซื้อรุ่นไหนดี แต่ในเรื่องความอเนกประสงค์ในการใช้งานในเรื่องนี้ฮอนด้าทำได้ไม่แพ้ใครอยู่แล้วครับ

          ขอขอบคุณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญเราไปร่วมทดลองขับและดูแลตลอดการเดินทาง   

    

Powered by MakeWebEasy.com