นิสสัน เทอร์รา พีพีวี หรู ลุย อุปกรณ์เพียบ

เรื่อง : อัฐฒา นายเรือ

ภาพ : นิสสัน  

 

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จัดกิจกรรมให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับ นิสสัน เทอร์ร่า พีพีวีโมเดลล่าสุด เป็นระยะทางกว่า 120 กิโลเมตร รอบๆ จังหวัดเชียงรายในสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ให้เราได้มีโอกาสลองขับทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ  

นิสสัน เทอร์รา มีพื้นฐานมาจากนิสสันพิคอัพนาวารา มาปรับใหม่เพื่อให้เป็นรถพีพีวีที่สมบูรณ์แบบ ด้านหน้าให้ความแข็งแกร่ง บึกบึน ไฟหน้ามาพร้อม LED Daytime Running Light ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 225 มม. ช่วยให้การขับเป็นเส้นทางทุรกันดารเป็นไปได้อย่างสะดวก พออาศัยขับลุยน้ำท่วมในเมืองหลวงได้อย่างสบายๆ วงล้อ 18 นิ้ว มาพร้อมยางขนาด 255/60 R18 ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบนทางเรียบและทางฝุ่น

การตกแต่งภายในรถ แผงคอนโซลหน้ามีขนาดใหญ่ ติดตั้งหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่แบบ 3 มิติไม่ว่าจะเป็น แจ้งความดันลมยางในแต่ละล้อ, การทำงานของระบบขับเคลื่อน 4×4, อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ เบาะคู่หน้าแบบ Zero Gravity ช่วยให้ไม่เมื่อยล้า ปวดหลังในยามเดินทางไกล โดยที่นั่งตำแหน่งผู้ขับสามารถปรับได้ตามสรีระร่างกาย เบาะแถวที่ 2 มีระบบปรับพับเบาะอัตโนมัติ (1-Touch Remote Fold and Tumble Seats) เพียงแค่กดปุ่มบริเวณคอนโซลกลางเบาะแถวสองจะพับขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกในส่วนห้องสัมภาระด้านท้ายรถ สีของตัวเบาะนั่งมีให้เลือก 2 รูปแบบ รุ่นมาตรฐานจะเป็นเบาะหนังสีดำตัดกับวัสดุสีเบจ ส่วนรุ่นทอพ 2.3VL 4WD 7AT จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม

ระบบความบันเทิงภายในรถ มีวิทยุพร้อมเครื่องเล่น DVD และ MP3 หน้าจอแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับ USB/HDMI และมีลำโพง 6 จุด สามารถควบคุมระบบเสียงและโทรศัพท์ได้ผ่านพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีจอขนาด 11 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลังอีกด้วย มีที่วางแก้วน้ำสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 1 แถวที่ 2 และแถวที่ 3 มาให้พร้อม ระบบควบคุมอุณหภูมิแบบแยกโซนอัตโนมัติ ในตอนหลังสามารถปรับหมุนได้ 360 องศา ช่วยให้ความเย็นกระจายทั่วห้องโดยสาร

นิสสัน เทอร์รา ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบคู่แปรผัน (VGS) พร้อมอินเตอร์คูเลอร์ ความจุ 2,298 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,750 รตน. แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-ม. ที่ 1,500-2,500 รตน. ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบไดเรค อินเจคชัน ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนวล นอกจากนี้ ในรุ่น 2.3VL 4WD ยังมีปุ่มหมุนปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ทั้งโหมด 2WD, 4H และ 4LO ให้อีกด้วย ในโหมด 4H แบบ Shift- On-The Fly  สามารถเปลี่ยนเข้าและออกระบบโดยที่ไม่ต้องหยุดรถแต่ต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม.

ระบบ DIFF Lock ที่ล้อหลัง มีสวิตช์เปิด-ปิด การทำงานได้ ทำงานในโหมด 4L ความเร็วไม่เกิน 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเปิดใช้งาน ระบบจะส่งแรงบิดไปยังล้อหลังซ้าย-และขวาเท่าๆ กัน แม้ล้อใดล้อหนึ่งหมุนฟรี ล้ออีกฝั่งก็จะมีแรงขับเคลื่อนพร้อมระบบ Brake LSD ส่งแรงเบรกไปยังล้อที่หมุนฟรี และส่งกำลังไปยังล้อที่มีโหลด ช่วยให้ขับผ่านทางวิบากหรือผิวทางเป็นดินโคลนลื่นได้ง่ายขึ้น ช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ ปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบ 5 ลิงค์ คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ส่วนระบบเบรค ด้านหน้าแบบจาน พร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลังแบบดุม

สำหรับระบบความปลอดภัย ทางนิสสัน ใส่มาให้ครบทั้งในส่วนของ Active Safety และ Passive Safety เช่น แอร์แบค 6 จุด, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทุกตำแหน่ง, จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ Isofix, ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรคเมื่อล้อลื่นไถล (B-LSD), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) และ Off-Road Meter แสดงข้อมูลการขับขี่ในโหมดขับเคลื่อนต่างๆ รวมถึงบอกองศาความลาดเอียงของตัวรถและการส่งกำลังของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ, ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System (TPMS), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Vehicle Dynamic Control (VDC), ระบบเบรคป้องกันล้อลอค (ABS), ระบบกระจายแรงเบรค (EBD) และระบบช่วยเบรค (BA: Brake Assist System) ตลอดจนไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED มองเห็นได้ชัดเจน ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ กุญแจรีโมทอัจฉริยะ เพิ่มความปลอดภัย ด้วยระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และระบบเตือนภัยแบบ VSS และติดตั้งเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility ได้แก่ เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (IRVM), เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) มาพร้อมระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (MOD), เทคโนโลยีเตือนเมื่อวัตถุอยู่ในจุดอับสายตา (BSW) และเทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางขับขี่ (LDW)….. เรียกได้ว่าใส่กันมาเต็มพิกัดเลยทีเดียว

การทดลองขับ นิสสัน เทอร์รา

ก่อนที่เราจะวิ่งออกเดินทางกันบนทางยาวๆ ทางทีมงานได้พาเราไปลองขับบนเส้นทางทุรกันดารใกล้ๆ ที่พัก ซึ่งบางช่วงพื้นถนนเป็นดินเลนจากที่มีฝนตกแทบจะทั้งวัน มีสภาพค่อนข้างลื่นทีเดียวให้เราได้ลองใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4H ที่จะสามารถพาเราวิ่งไปบนเส้นทางที่ไม่โหดนักได้อย่างสบายและปลอดภัย และยังได้ใช้ตัวช่วยต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้ด้วย เช่น ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ฯลฯ ถ้าเส้นทางโหดมากขึ้นกว่านี้เรายังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4L เข้ามาช่วยเสริมอีกด้วย  

จากนั้นเราก็กลับมาตั้งต้นกันที่ รร. ในเมืองเชียงราย แล้วขับเป็นขบวนคาราวานมุ่งหน้าสู่ดอยแม่สลอง ตลอดเส้นทางเรียบๆ กว่า 120 กม. จนกลับมาถึงที่พัก ซึ่งรถรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อสามารถไปได้อย่างสบายๆ เราต้องผ่านทุกสภาพเส้นทาง ตั้งแต่บนทางหลวงกว้างๆ  ที่เราสามารถใช้ความเร็วได้บ้าง จากนั้นแยกเข้าสู่เส้นทางรอง มีทางชัน ขึ้น/ลงดอย โค้งรูปแบบต่างๆ ที่มีทั้งโค้งหักศอก โค้งเอส โค้งต่อเนื่อง บางช่วงเป็นเส้นทางแคบๆ เพื่อมุ่งหน้าสู่ ดอยช้างมูบ ดอยผาฮี้ และดอยผาหมีอันโด่งดัง ก่อนจะเดินทางกลับมาใช้เส้นทางหลวงสายเดิมมุ่งสู่โรงแรมที่พัก

การวิ่งบนทางหลวงออกนอกตัวเมืองเชียงรายมุ่งสู่ อ.แม่สาย การขับขี่และโดยสารของเทียร์ราให้ความสะดวกสบายสูง เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ให้การต่อเนื่องของการถ่ายทอดกำลังที่ดี แม้จะมีกระตุกอยู่บ้างในบางจังหวะ น้ำหนักพวงมาลัยน้ำหนักค่อนข้างเบาให้ความสะดวกสบายในการขับในเมือง แต่เบาไปสักหน่อยเมื่อใช้ความเร็วสูง อัตราเร่งตีนต้นอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง แต่เมื่อรถลอยตัวแล้วลื่นไหลได้ดีไปจนถึงความเร็วสูง ระบบรองรับนุ่มนวล นั่งสบาย ให้ความมั่นใจในการขับขี่ที่ดี ระบบปรับอากาศกระจายความเย็นรอบทิศทางแบบ 360 องศา มอบความเย็นสบายให้ทุกที่นั่งทั่วทั้งห้องโดยสาร โดยสามารถควบคุมความเร็วของพัดลมจากที่นั่งตอนหลังได้อีกด้วย

กระจกมองหลังอัจฉริยะซึ่งเป็นครั้งแรกที่ใส่ในรถแบบนี้ เราสามารถเปลี่ยนมุมมองของกระจกหลังเป็นแบบปกติ มาเป็นภาพจากมุมกล้องด้านท้ายรถสามารถทำได้เพียงแค่ปรับปุ่มใต้กระจกหลังเหมือนกับที่เราปรับกระจกลดแสงรบกวนยามค่ำคืน ตัวนี้ช่วยเราได้มากในกรณีที่เราขนสัมภาระในรถแล้วบดบังมุมมองของกระจกส่องหลัง เราก็หันมาใช้ภาพจากกล้องมองหลังจากท้ายรถแทน

นิสสัน เทอร์รา เหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัว ขับท่องเที่ยวเดินทางไกล สามารถใช้งานได้ในทุกๆ วัน แต่การขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นอาจไม่คล่องตัวนัก จากตัวรถที่มีขนาดใหญ่โดยเฉพาะในยามจอดหรือขับขึ้นที่จอดรถที่คับแคบ แต่อาศัยกล้องมองรอบคันช่วยเพิ่มความสะดวกโดยเฉพาะในขณะเข้าจอดได้มากทีเดียว ด้านหลังมีพื้นที่ขนสัมภาระเหลือเฟือ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ใช้ที่นั่งแถวที่สองก็จะพับเก็บขึ้นได้จะทำให้มีพื้นที่กว้างขวางเพิ่มมากขึ้นอีก เบาะนั่งแถวที่สามค่อนข้างมีพื้นที่แคบ เหมาะสำหรับเด็กหรือการนั่งไม่นานนักสำหรับผู้ใหญ่ สามารถพับลงได้เมื่อไม่ใช้งาน ความเงียบในห้องโดยสารทำได้ค่อนข้างดี 

ในขณะขับขึ้นลงเขาที่ลาดชัน เราเปลี่ยนเกียร์มาใช้โหมดแมนนวลปรับเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ด้วยตนเองเพื่อช่วยลดความเร็ว จะได้ลดภาระของการใช้เบรคลง การขับบนเขาที่เต็มผ่านไปด้วยโค้งผ่านไปด้วยดี พละกำลัง 190 แรงม้า กับแรงบิด 450 นิวตัน-ม. สามารถพารถหนัก 2.1 ตัน พร้อมผู้โดยสาร 2 ท่าน ผ่านการขับขึ้นลงเนินชันๆ ไปได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องลุ้น  ระบบเบรกพร้อมตัวช่วยต่างๆ เช่น เอบีเอส, ระบบกระจายแรงเบค, ระบบช่วยเบรก ฯลฯ ทำงานได้เป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่เราใช้เบรกกันค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะในช่วงลงเขาที่ลาดชันเป็นเวลานานๆ ก็ไม่มีอาการเฟด การหยุดชะลอความเร็วเป็นไปด้วยดี ให้ความปลอดภัยสูงในการใช้งาน  อัตรการสิ้นเปลืองอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง เราไม่มีโอกาสวัดกันอย่างละเอียด โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9-13 กม./ลิตร ขึ้นกับลักษณะการใช้งานและความเร็วที่ใช้ ถือว่าพอรับได้สำหรับรถที่ใหญ่และมีน้ำหนัก 2 ตัน  

นิสสัน เทอร์รา โดยรวมๆ แล้วถือว่าเป็นรถที่มีความน่าใช้ ส่วนหนึ่งมาจากราคาช่วงแนะนำ รุ่น 2.3VL 2WD ราคา 1,349,000 บาท รุ่น 2.3 VL 4WD ราคา 1,427,000 บาท เมื่อเทียบกับบรรดาพีพีวีที่มาก่อนหน้านี้ถือว่ามีราคาน่าสนใจ พอสู้กับบรรดาคู่แข่งได้ โดยอาศัยการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเข้ามามากมายทั้งในด้านความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่ไม่น้อยหน้าใคร

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com