ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ใหม่ เอสยูวีคู่ใจนักเดินทาง

เรื่อง : อัฐฒา นายเรือ

รูป : ฟอร์ด ประเทศไทย  

 


ฟอร์ด ประเทศไทย ได้จัดทริพให้ผู้สื่อข่าวได้ทดลองขับ ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ใหม่ ที่มีการปรับเปลี่ยนหลายจุดด้วยกัน หลักๆ อยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรและเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด แบ่งเป็น 2 รุ่นหลักด้วยกันคือ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ 180 แรงม้า ขับเคลื่อนสองล้อและ ไบเทอร์โบ 213 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ เราจะไปทดลองขับกันยาวๆ บนเส้นทาง ไป-กลับ เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ รวมระยะทางราว 800 กม.

หลังจากที่ได้รับฟังคำบรรยายเรื่องผลิตภัณฑ์และเส้นทางการขับเป็นที่เรียบร้อย เราก็ออกเดินทางกันในช่วง 9 โมง จาก อิมแพค เมืองทองธานี มุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบูรณ์กันเลย ช่วงแรกจะขับกันประมาณ 200 กว่า กม. เพื่อแวะพักทานอาหารกลางวันกันที่ อ.วิเชียรบุรี ที่มีไก่ย่างอันลือชื่อ ในวันนี้เราได้รถรุ่นไททาเนียม พลัส ซึ่งเป็นตัวทอพของเครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบ 180 แรงม้า ขับเคลื่อนสองล้อ มาลองขับกันพร้อมผู้โดยสารอีก 2 ท่าน เราวิ่งขึ้นทางด่วนยาวไปถึงบางปะอิน แล้วใช้เส้นทางถนนพหลโยธินผ่าน จ.สระบุรี แยกพุแคเลี้ยวขวาไปยัง จ.เพชรบูรณ์

เส้นทางช่วงนี้เป็นทางหลวงเรียบๆ ใช้ความเร็วกันได้บ้าง เอเวอร์เรสต์เป็นรถตรวจการณ์ที่กว้างขวาง นั่งสบาย แม้ว่ามีพื้นที่กระจกค่อนข้างมากและรถทดสอบไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสงแต่ภายในห้องโดยสารกลับเย็นฉ่ำทุกที่นั่ง โดยแยกส่วนปรับอุณหภูมิหน้า-หลังได้ตามต้องการ ผู้โดยสารด้านหน้าแยกปรับ ซ้าย-ขวา ได้ด้วย การเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้ดีมากด้วยระบบตัดเสียงรบกวนจากภายนอก (ACTIVE NOISE CANCELLATION) พร้อมการพัฒนาวัสดุซีลกันเสียงและวัสดุดูดซับเสียงภายในห้องโดยสารออกแบบมาได้ดีทีเดียว

กำลังเครื่องยนต์ 180 แรงม้า พร้อมแรงบิด 420 นิวตัน-เมตร ให้กำลังเหลือเฟือสำหรับการเดินทางไกลแบบนี้ การเร่งแซงทำได้ทันใจ พวงมาลัยเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้าให้ความรู้สึกที่ดี ไม่เบาเกินไปขณะใช้ความเร็วสูง ระบบรองรับด้านหน้าแบบปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบคอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลง ระบบรองรับได้รับการปรับเซทให้ความนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิม แต่ในช่วงวิ่งบนถนนที่ไม่เรียบ เป็นเนินลอน จะมีการซับการสั่นสะเทือนได้ไม่ดีเท่ารุ่นเดิม มีอาการโยนตัวของช่วงล่างมีมากขึ้น ประกอบกับรุ่นนี้ใช้ล้อขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 265/50 R20 จึงมีความสะเทือนอยู่บ้าง แต่ถ้าใช้งานบนทางเรียบหรือในเมืองจะให้การนั่งที่นุ่มสบาย ในรถพวกเราบางคันระบบตรวจจับความดันลมยาง เมื่อแรงดันลมลดต่ำกว่าปกติก็จะมีสัญญาณเตือนให้เราได้รับทราบและรีบแก้ไขทันท่วงทีก่อนที่ยางจะแบนติดดิน เราใช้เวลาเดินทางกันร่วม 4 ชม. จึงจะถึงจุดหมายแรกเนื่องจากบางช่วงมีการจราจรที่หนาแน่น

หลังจากที่รับประทานอาหารเรียบร้อย ผมจึงเปลี่ยนมาเป็นผู้ขับในช่วงต่อไปอีกประมาณ 100 กม. เส้นทางยังคงราบเรียบ ถนนว่างขึ้น สามารถใช้ความเร็วได้แบบสบายๆ เอเวอร์เรสต์เป็นรถที่ให้ความสบายทั้งเป็นผู้ขับและนั่งโดยสาร ขับทางไกลได้ไม่เหนื่อยหรือเครียด ใช้รอบในการเดินทางที่ต่ำซึ่งเป็นข้อดีจากการใช้เกียร์แบบ 10 สปีด ความเร็ว 120 กม./ชม. ใช้รอบแค่ไม่ถึง 2,000 รตน. เราขับกันค่อนข้างเร็วอยู่ในช่วง 120 – 140 กม./ชม. เพราะระยะทางยังอีกยาวไกล อัตราการสิ้นเปลืองจากข้อมูลบนหน้าปัดอยู่ที่ประมาณ 11 กม./ลิตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้จากตัวรถที่มีน้ำหนักตัวกว่า 2 ตัน ผู้โดยสาร 3 ท่านพร้อมสัมภาระ และรูปทรงตัวรถที่ค่อนข้างต้านลม เราถึงจุดหมายที่สองด้วยเวลาที่ไม่นานนัก

เหลือระยะทางอีกประมาณ 100 กม. จะถึงร้านกาแฟ PINO LATTE ที่อยู่บนเนินเขาอันสวยงามใกล้ๆ กับ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ผมได้มาลองนั่งเป็นผู้โดยสารที่ด้านหลัง ช่วงจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ถึงจุดหมายเส้นทางเรียบๆ โล่งๆ เริ่มมีการขึ้นเขา และโค้งคดเคี้ยวบ้าง ที่นั่งตอนที่สองให้ความสะดวกสบายสูง มีพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะเหลือเฟือ การนั่งจึงไม่รู้สึกอึดอัด ที่นั่งแถวสองสามารถนั่งกัน 3 ท่านได้เลย แต่ถ้าจะเน้นความสบายควรนั่งกันแค่ 2 ท่าน และหลังจากที่รับประทานกาแฟและดื่มด่ำกับวิวเทือกเขาและอากาศที่เย็นสบายกันพักใหญ่ เราก็วิ่งกลับมาสู่ที่ที่พักซึ่งก่อนถึงจุดหมายมีโค้งสลับเนินเขาค่อนข้างเยอะ การขับและการนั่งโดยสารยังคงเป็นไปด้วยดี การเข้าโค้งเป็นไปอย่างมั่นใจและปลอดภัย ระบบรองรับและระบบห้ามล้อไว้ใจได้เป็นอย่างดี เราพักผ่อนกันไม่ดึกนักเพื่อเก็บแรงไว้ลุยกันต่อในวันพรุ่งนี้   

วันที่สองเราออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่เพื่อไปชมความสวยงามของอุทยานทุ่งแสลงหลวงและจะได้ทดลองใช้ระบบขับเคลื่อนที่เป็นตัวช่วยต่างๆ ที่เอเวอร์เรสต์ติดตั้งมาให้ วันนี้เราได้ขับตัวทอพ ไททาเนียน พลัส เครื่องยนต์ ไบเทอร์โบ 213 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ ไปบนเส้นทางวิบากที่จะนำเราไปสู่ทุ่งนางพญาซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก โชคดีที่ช่วงนี้ไม่มีฝนกระหน่ำลงมา พื้นดินค่อนข้างแห้ง แดดแรง ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างสบายๆ ค่อยๆ ไปกันบนพื้นดินที่มีอุปสรรคตามธรรมชาติที่ไม่โหดนัก เราขับตามกันเป็นขบวน พละกำลังเหลือเฟือ ตัวรถค่อนข้างจะสูงจากพื้นดินเยอะทีเดียวทำให้การขับผ่านทางดินที่ขรุขระ หลุมบ่อ โคลนเลน เป็นไปอย่างราบรื่นไม่ต้องลงมาช่วยเข็นหรือต้องมีการลากจูง

รถเราปกติก็จะขับเคลื่อน 4 ล้ออยู่แล้ว แถมยังมีระบบ TERRAIN  MANAGEMENT เพียงเราหมุนปุ่มที่คอนโซลกลาง มี 4 โหมดด้วยกันคือ 1.พื้นผิวทั่วไป 2.พื้นหิมะ/โคลน/หญ้า 3.พื้นทราย 4.พื้นหินขรุขระ ซึ่งระบบแต่ละแบบจะมีการสั่งการโดยอัตโนมัติให้การหมุนของล้อ เครื่องยนต์ ฯลฯ มีการทำงานที่สัมพันธ์กันและเหมาะสมในสถานการณ์นั้นๆ ที่เราปรับโหมดไว้ นอกจากนี้เรายังสามารถปรับไปที่โหมด 4x4 LOW ให้มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีอัตราทดรอบต่ำใช้ในสถานการณ์ที่โหดหินได้อีกด้วย เฟืองท้ายแบบ ELECTRONIC LOCKING REAR DIFFERENTIAL ช่วยให้เราผ่านอุปสรรคได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันอีกด้วย ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นรถตรวจการณ์ที่ใช้ท่องเที่ยวแบบลุยๆ ได้ค่อนข้างเยอะทีเดียว

เราใช้เวลาพักผ่อนกันสักครู่ที่ทุ่งนางพญา ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงที่มีสภาพธรรมชาติ ป่าไม้ อุดมสมบูรณ์ อากาศช่วงนี้เย็นสบายทีเดียว ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สูงสลับกับทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม หลังจากนั้นเราก็วิ่งกับมายังเส้นทางเดิม เดินทางเข้าไปยังเมืองเพชรบูรณ์เพื่อรับประทานอาหารกลางวันกันก่อนจะรถเข้า กทม.โดยใช้ถนนพหลโยธินเช่นเดียวกับขาไป มุ่งสู่วงแหวน ตต. เพื่อขึ้นทางด่วนมาลงเมืองทองธานี อันเป็นจุดหมายปลายทางของเรา

การเดินทางขากลับสภาพการจราจรช่วงเพชรบูรณ์มาถึง จ.สระบุรี ค่อนข้างโล่งกว่าเมื่อวานที่เราเดินทางมากัน เราใช้ความเร็วกันที่ 120-150 กม./ชม. กันแบบยาวๆ เพราะจะได้ไม่ถึงจุดหมายปลายทางไม่มืดค่ำนัก เครื่องยนต์ 213 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 500 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่งโดยเฉพาะช่วงแซงได้อย่างทันใจและต่อเนื่องกว่ารุ่น 180 ม้า การตอบสนองคันเร่งเป็นไปด้วยดี เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ทำงานต่อเนื่องและนุ่มนวลดีมากจนแทบไม่รู้สึกถึงจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ อัตราเฉลี่ยการบริโภคเชื้อเพลิงช่วงนี้อยู่ที่ประมาณ 10 กม./ลิตร แม้ว่าตัวรถจะมีขนาดตัวที่ใหญ่และหนัก แต่การหยุดรถแบบฉุกเฉินในบางจังหวะทำได้ดีมาก ไม่มีอาการปัดเป๋ ตัวรถยังคงนิ่งและความเร็วลดลงได้อย่างทันท่วงที ให้ความปลอดภัยสูง เหมาะมากกับการเดินทางไกลที่ต้องใช้ความเร็วค่อนข้างสูง เรามาถึงที่หมายกันใกล้ๆ 6 โมงเย็นเนื่องจากการจราจรตั้งแต่ช่วงสระบุรีเข้า กทม. รถค่อนข้างเยอะ เราก็ไหลลื่นตามสภาพมาเรื่อยๆ สลับกันขับเป็นช่วงๆ จนมาถึงเมืองทองธานีได้อย่างปลอดภัย

ผู้ที่ต้องการหารถตรวจการณ์ที่สามารถลุยได้ในระดับหนึ่งในสไตล์เอสยูวี สามารถใช้งานได้ในทุกๆ วัน และนำมาใช้ขับท่องเที่ยวแบบครอบครัวในวันหยุดพักผ่อน แถมยังมีความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารอย่างครบครัน  ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณต้องไปลองขับก่อนตัดสินใจ เพียงแต่ต้องเลือกใน 5 รุ่นย่อยให้เหมาะสมตามที่คุณจะนำรถคันนี้ไปใช้งานครับ    

                                 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com