BMW X6 M50i || Sport Activity Coupe โมเดลล่าสุด แรงระดับ 530 hp

ภาพและภาพยนตร์ : BMW Group
เรียบเรียง : Pitak Boon

 

 

X6 แตกไลน์ออกมาจาก X5 ซึ่งเป็นรถอเนกประสงค์โมเดลแรกของค่าย (SAV: Sports Activity Vehicle) ถือกำเนิดขึ้นในปี 1999 ตัวถัง ‘Mk. I’ ของ X5 ใช้รหัส E53 มีอายุยาวนานมาจนถึงปี 2006 โดย X5 ‘Mk. II’ ได้มารับช่วงต่อในปีเดียวกัน ด้วยโมเดล E70 และในปีถัดมา หรือปี 2007 ได้แตกไลน์ออกมาเป็น E71 ซึ่งเป็น X6 ‘Mk. I’ แตกต่างด้วยรูปแบบตัวถังในสไตล์คูเป้ (SAC: Sports Activity Coupe) โดยทั้งคู่อยู่ยาวมาจนถึงปี 2013 สำหรับ X5 ‘Mk. III’ มาพร้อมรหัส F15 ขณะที่ X6 ‘Mk. II’ ซึ่งใช้พื้นฐานโครงสร้างร่วมกันจะใช้รหัส F16

 



เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคของ X5 ‘Mark IV’ ซึ่งเป็นรถโมเดลปัจจุบัน ถูกปรับเปลี่ยนอนุกรมมาเป็น ‘G05’ เช่นเดียวกับรถยนต์ BMW ยุคใหม่ ที่ขึ้นต้นรหัสโมเดลด้วยตัวอักษร ‘G’ และ X6 ‘Mk. III’ ซึ่งใช้รหัส ‘G06’ ได้ถูกเปิดตัวตามมาในเวลาไม่นานนัก โดย X6 โมเดลล่าสุด มีให้เลือก 4 รุ่นเครื่องยนต์ ได้แก่ xDrive40i, xDrive30d, M50d และ M50i ที่ปัจจุบันแรงสุดในสายการผลิต (ก่อนการมาของ X6 M)

 



BMW X6 M50i มาพร้อมชุดแต่งแอร์โรไดนามิคสไตล์ M ชิ้นส่วนที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามา ไม่ใช่แค่ลุคใหม่ที่เน้นความดุดัน แต่ยังช่วยเพิ่มแรงลมกดบนตัวถัง ขณะรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว ตัวเลขสัมประสิทธิ์แรงต้านทานอากาศ จึงขยับจาก 0.32 ใน X6 เวอร์ชั่นมาตรฐาน (xDrive40i และ xDrive30d) ไปเป็น 0.34 โดยอากาศพลศาสตร์ของ X6 M50i (และ M50d) จัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เมื่อเทียบกับรถ SUV Coupe ขนาดใหญ่ด้วยกัน ช่วยลดแรงยกตัวถังเมื่อใช้ความเร็วสูง เป็นที่มาของเสียงลมปะทะตัวถังที่ลดลง ขณะที่พื้นห้องโดยสารถูกซีลไว้ด้วยวัสดุดูดซับเสียง เพื่อลดเสียงจากยางหน้ากว้างบดไปบนผิวถนน ในส่วนของ ล้อและยางมาตรฐานสำหรับ X6 M50i ใช้แบบต่างขนาด หน้า 9.5J x 21 และหลัง 10.5J x 21 พร้อมยาง 275/40 R21 และ 315/35 R21 ตามลำดับ

 


ความอเนกประสงค์ ความสปอร์ต รวมทั้งความไฮเทคของห้องโดยสาร X6 ‘Mk. III’ (G06) ได้รับการเติมเต็มให้ทัดเทียมกับคู่แข่งหมัดหนักอย่าง PORSCHE Cayenne Coupe และถูกตกแต่งให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ในเวอร์ชัน M (M50d และ M50i) ขณะที่พนักพิงเบาะนั่งแถวที่ 2 ถูกออกแบบให้แบ่งพับได้ในอัตราส่วน 40:20:40 สำหรับการขนสัมภาระที่มีความยาว หรือจะเลือกพับพนักพิงทั้งหมดเลยก็ย่อมได้ และคุณจะได้พื้นที่ราบเรียบระดับเดียวกัน รองรับการขนสัมภาระตั้งแต่ 580 ลิตร ไปจนถึง 1,525 ลิตร



คอนโซลหน้าปรับรูปแบบตามรถ BMW ยุคใหม่ เน้นความพรีเมียมในทุกรายละเอียด แน่นอนว่า M50i มาพร้อม Trim ในรูปแบบ M Sport Package ภาพรวมเป็นความลงตัวทั้งเรื่องไฮคลาส และความสปอร์ต พวงมาลัย 3 ก้าน รอบวงหุ้มหนังเน้นความกระชับอารมณ์ M Car ขณะที่ส่วนคิ้วขอบต่างๆ รอบห้องโดยสาร มีให้เห็นทั้งคิ้วขอบอะลูมีเนียม และลายคาร์บอนไฟเบอร์ กระจกบังลมหน้าฝั่งคนขับติดตั้ง Head-Up Display เวอร์ชั่นใหม่ ระบบนี้จะฉายข้อมูลบางส่วนจากชุดมาตรวัด ขึ้นไปแสดงไว้ที่กระจกบังลมหน้า เพื่อที่ผู้ขับจะได้ไม่ต้องละสายตาออกมาจากถนนขณะขับขี่ พื้นที่ในการแสดงรายละเอียดขยายไปที่ 7 x 3.5 นิ้ว เพิ่มความน่าสนในด้วยกราฟิก 3D ข้อมูลดังกล่าว ได้แก่ ความเร็วรถ และลูกศรแสดงทิศทางเมื่อเชื่อมต่อกับระบบนำทางด้วยดาวเทียม ตำแหน่งกลางคอนโซลเป็นที่อยู่ของจอ LCD แบบไวด์สกรีนขนาด 12.3 นิ้ว เป็นส่วนหนึ่งของระบบ iDrive รับคำสั่งผ่าน Touch Controller ด้านข้างคันเกียร์ วิศวกรการันตีถึงความง่ายในการเข้าถึง ทั้งยังมีความ sensitive สูงกว่าเวอร์ชันเก่าด้วย ระบบปฏิบัติการในส่วนนี้ใช้ BMW Operating System 7.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุด

 



โครงสร้างของระบบกันสะเทือนของ X6 ‘G06’ ด้านหน้าเป็นแบบปีกนกคู่ ขณะที่ด้านหลังใช้แขนยึด 5 จุด ที่ให้คุณสมบัติด้านความนุ่มนวลและเกาะถนน โดยทุกรุ่นเครื่องยนต์จะมี Air Suspension หรือช่วงล่างถุงลม แบบจัดเต็มให้ครบทั้งด้านหน้า และด้านหลังมาให้เลือกเป็นอ็อพชัน จากเดิมที่ X6 (F16) จะมีถุงลมให้เฉพาะช่วงล่างด้านหลังเท่านั้น เมื่อรถใช้ความเร็วสูงกว่า 138 กม./ชม. ช่วงล่างถุงลมปรับระดับลงอัตโนมัติ 20 มิลลิเมตร และในโหมด Loading สามารถปรับระดับลง 40 มิลลิเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนสัมภาระเข้า-ออกจากท้ายรถ ในทางกลับกันโหมด Off-road Driving สามารถปรับยกตัวถังขึ้นได้ 40 มิลลิเมตร เพื่อให้การข้ามผ่านอุปสรรคในเส้นทางธรรมชาติทำได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้ช่วงล่างถุงลมจะเป็นอ็อพชั่นที่ลูกค้าต้องเลือกจ่ายเพิ่ม แต่ระบบ Dynamic Damper Control ซึ่งเป็นการปรับการตอบสนองของโช้คอัพตามความเร็วรถ ได้ถูกติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน X6 (G06) ทุกรุ่นเครื่องยนต์

 



สำหรับ X6 M50i ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบ ขนาดความจุ 4,395 ซีซี พ่วงมาด้วยเทคโนโลยี M Performance TwinPower Turbo และ High Precision Injection โดยชุด bi-turbo ที่ใช้เป็นแบบ twin-scroll ผลิตแรงม้าได้ 390 kW/530 hp ที่ 5,500-6,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 750 Nm ที่ 1,800-4,600 รอบ/นาที ถูกจับคู่กับเกียร์ Steptronic 8 สปีด และส่งกำลังลงพื้นถนนผ่านระบบ BMW xDrive ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ระดับเดียวกับรถสปอร์ตเพียง 4.3 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกล็อคไว้ที่ 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 9.34-9.61 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมมาตรฐานควบคุมมลพิษในระดับ EU6d-TEMP ด้วยค่า CO2 เพียง 243-237 กรัม/กิโลเมตร

Powered by MakeWebEasy.com