มาสด้า ซีเอกซ์8 รถครอบครัวอเนกประสงค์

โดย อัฐฒา นายเรือ


หลังจากที่ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการเปิดตัว ซีเอกซ์8 รถอเนกประสงค์เอสยูวีรุ่นล่าสุด มีที่นั่ง 3 แถว เนื้อที่ห้องโดยสารเพียงพอสำหรับผู้โดยสาร 6-7 คน อีกเพียงแค่สัปดาห์ต่อมา เราก็มีโอกาสได้ทดลองขับครอสโอเวอร์รุ่นนี้กันในสภาพใช้งานจริงบนสภาพเส้นทางอันงดงามจาก เชียงราย-เชียงใหม่ ร่วม 300 กม.



เราออกเดินทางจาก รร.ริมแม่น้ำกก ใน จ.เชียงรายกันแต่เช้าตรู่ รถในขบวนทดสอบมีด้วยกันกันกว่า 10 คัน มีทั้งรุ่นเบนซิน 2.5 ลิตร และ ดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร  เราได้ทดลองขับดีเซลตัวทอพ ในรถเรามีผู้โดยสารทั้งหมด 4 คน ในช่วงที่หนึ่งผมขอลองนั่งเป็นผู้โดยสารแถวที่สอง โดยมีน้องนักข่าวสายรถยนต์เป็นผู้ขับขี่  พอออกนอกตัวเมือง ถนนโล่งๆ และเริ่มขึ้น-ลงเขาที่มีโค้งมากพอสมควร การเป็นผู้โดยสารในแถวที่สองซึ่งตัวทอพจะเป็นแบบ Captain Seat แยกซ้าย-ขวากั้นอยู่ด้วยคอนโซลกลางขนาดใหญ่ แม้เราจะสูง 170 ซม. ให้การนั่งที่สะดวกสบายมากทีเดียว ช่วงขายืดได้เหลือเฟือ มีเครื่องปรับอากาศที่สามารถปรับอุณหภูมิ ซ้าย-ขวา และความแรงของพัดลมที่แยกส่วนออกมาจากที่นั่งแถวหน้า และมีช่องเสียบ USB 2 ตำแหน่งมาให้ด้วย แม้ช่วงนี้จะมีโค้งค่อนข้างเยอะแต่การนั่งด้านหลังก็ไม่รู้สึกถึงความโคลงเคลงที่จะทำให้เกิดอาการเมารถ ระยะทาง 70 กม. แรก ผ่านไปด้วยดีอย่างรวดเร็ว



 


หลังจากที่พักดื่มกาแฟกันเล็กน้อย เราก็เดินทางต่อเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทางแบบยูนนาน ช่วงนี้ผมมาลองเป็นผู้ขับ ถนนค่อนข้างโล่ง มีโค้งอยู่พอสมควร เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.2 ลิตร 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร มาที่รอบต่ำเพียง 2,000 รตน. ให้พละกำลังที่ดี การเร่งแซงเป็นไปอย่างง่ายดายไม่ต้องมีลุ้น ส่งพละกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะที่ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล ทัศนวิสัยในการขับขี่ทำได้ชัดเจนดี เสียงเครื่องยนต์ดีเซลค่อนข้างเงียบราวกับว่าเรากำลังขับรถเครื่องยนต์เบนซิน การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ดีมากจนเราสามารถได้ยินเสียงพัดลมแอร์กันเลยทีเดียว ระบบรองรับเซทมาเน้นความนุ่มนวล แต่ก็ไม่ได้ทิ้งการควบคุมบังคับที่มั่นคงแฝงไว้ด้วยความสปอร์ทสไตล์มาสด้าที่ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของรถญี่ปุ่นด้วยกัน พวงมาลัยเซทมาค่อนข้างเบาแรงในรูปแบบรถครอบครัว แต่มีความแม่นยำ ไม่เบาหวิว การควบคุมรถทำได้ดี ไม่เครียดในขณะใช้ความเร็วสูง การเข้าโค้งด้วยความเร็วเต็มไปด้วยความแน่นหนึบ มั่นใจและไว้ใจได้ เราได้ลองระบบเบรกแบบจานทั้ง 4 ล้อในช่วงที่ขับลงเขาและในขณะเข้าโค้ง ระบบห้ามล้อทำงานได้ดี สบายใจได้ในการขับขี่ แม้จะมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่แต่เมื่อเครื่องยนต์มีพละกำลังที่ดี การควบคุมบังคับแม่นยำ ช่วงล่างที่เซทมาได้นุ่มหนึบลงตัว ทำให้รถคันนี้กลายเป็นรถเดินทางไกลที่ขับสนุก ไม่น่าเบื่อ

 



การใช้รอบเครื่องยนต์ค่อนข้างต่ำตามสไตล์เครื่องยนต์ดีเซล ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. เข็มวัดรอบขึ้นไปแค่ 1,800 รตน. เท่านั้นเอง การสิ้นเปลืองเชื้อเพลงในช่วงนี้ตามสภาพการใช้งานจริง มีขับขึ้น-ลงเขา สลับกับโค้งหลายช่วงมีเร่งแซงแทบจะตลอดทางจากการที่สภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนในช่วงทางไปดอยอ่างขาง ตัวดีเซลทำได้โดยเฉลี่ย 12-13 กม./ลิตร เมื่อเทียบกับตัวรถขนาดใหญ่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีน้ำหนักตัวราว 1.8 ตัน บวกกับผู้โดยสารอีก 4 คนพร้อมสัมภาระ ตัวเลขขนาดนี้ถือว่าน่าพอใจทีเดียว ในระหว่างการเดินทาง เราได้ทดลองประสิทธิภาพของระบบเครื่องเสียงจาก BOSE ที่มาพร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง ได้รับการปรับเซทมาสำหรับ ซีเอกซ์8  ตัวทอพกันโดยเฉพาะ คุณภาพเสียงดี ให้ความบันเทิงในระหว่างการเดินทางที่ดีมาก  

  

 
จากการที่ ซีเอกซ์8 ใช้แพลทฟอร์มร่วมกับ ซีเอกซ์9 และ ซีเอกซ์ 5 ในบางส่วน เมื่อมาดูสเปคขนาดความกว้างตัวรถของ ซีเอกซ์ 8 จะเท่ากันกับ ซีเอกซ์5 ที่ 1,840 มม. ส่วนขนาดฐานล้อจากล้อหน้า-หลังจะเท่ากับซีเอกซ์9 ที่ 2,930 มม. รูปทรงเมื่อมองด้านนอกจะคล้ายกับเอา ซีเอกซ์5 มีขยายส่วนช่วงประตูหลังและท้ายรถยืดออกไป มีผลทำให้ที่นั่งแถว 2 และ 3 มีเนื้อที่กว้างขวาง มีพื้นที่วางขาสำหรับผู้ที่สูงราว 170 ซม. ได้อย่างสบายๆ ไม่คับแคบหรืออึดอัด การเข้า-ออก ที่นั่งแถว 3 ทำได้สะดวกมาก เพียงดึงสวิทช์แล้วพับพนักพิงดันเบาะไปด้านหน้าผู้โดยสารก็สามารถเลื่อนตัวไปอยู่ในที่นั่งแถวหลังสุดได้อย่างง่ายดาย แต่เมื่อมีผู้โดยสารนั่งเต็มทุกที่นั่งจะทำให้เหลือเนื้อที่บรรทุกสัมภาระท้ายรถได้ไม่มากนัก ถ้าต้องมีการบรรทุกมากหน่อยเป็นประจำอาจต้องแก้ปัญหาด้วยการติดกล่องแร็คหลังคาเพื่อที่จะใส่ของได้มากขึ้น แต่ถ้านั่งกัน 2 คนที่แถวหน้า แล้วพับเบาะแถว 2 และ 3 ลงทั้งหมด เราก็จะได้พื้นที่บรรทุกของกว้างขวางสุดๆ น้องๆ รถพิคอัพกันเลยทีเดียว 



ข้อที่ควรปรับปรุงมีในเรื่องที่นั่งแถว 3 อาจได้รับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่อยู่บริเวณหน้าที่นั่งแถว 2 ได้ไม่เต็มที่นัก และประกอบกับรถที่มาลองขับกันยังไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง และตอนกลางวันในช่วงหน้าหนาวแสงแดดจะแรงสุดๆ เลยทำให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 อาจจะไม่รู้สึกเย็นฉ่ำ สบายตัวเท่าที่ควร แต่ในส่วนของพื้นที่สำหรับผู้นั่งแถว 3 นั้น นั่งสบายไม่มีปัญหาอะไร อีกข้อหนึ่งที่เราอยากได้คือ หน้าจอบอกข้อมูลต่างๆ พร้อมระบบนำทางมีขนาดค่อนข้างเล็กไปหน่อย และไม่ได้เป็นแบบทัชสกรีน ทำให้ไม่ค่อยสะดวกในการใช้งาน



ในช่วงสุดท้าย ผมได้ย้ายมานั่งเป็นผู้โดยสารด้านหน้าข้างคนขับ ตำแหน่งการนั่งยังคงเต็มไปด้วยความสะดวกสบายไม่เมื่อล้าในยามเดินทางไกลๆ ในทุกที่นั่งซึ่งทางมาสด้าให้ความสำคัญในเรื่องตำแหน่งของเบาะนั่งที่จะรองรับสรีระของร่างกายเราอยู่มากทีเดียว ในขณะที่เราวิ่งอยู่กลางเมืองเชียงใหม่ในช่วงบ่ายที่การจราจรเริ่มจอแจ วุ่นวาย เอสยูวีคันนี้ก็ไม่สร้างความรู้สึกที่อึดอัด ขับลำบาก การถอยจอดในที่แคบมีจอมอนิเตอร์ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี สุภาพสตรีก็สามารถขับรถคันนี้ได้แต่อาจจะต้องใช้เวลาเพื่อความคุ้นเคยสักพักในการกะระยะต่างๆ โดยเฉพาะตัวรถที่มีขนาดค่อนข้างยาว  

 
ราคาในรุ่นเริ่มต้นคือ เบนซิน 2.5 S ตั้งไว้ที่ 1,599,000 บาท 

เบนซินในรุ่น 2.5 SP ที่เพิ่มอุปกรณ์เข้ามาจากรุ่น S มีราคา 1,699,000 บาท

ส่วนในรุ่นดีเซลเริ่มต้นในรุ่น XDL ราคา 1,899,000 บาท

ในรุ่นทอพ ดีเซล ขับเคลื่อนสี่ล้อ เบาะนั่ง 6 ที่นั่งแบบ Captain Seat ราคา 2,069,000 บาท  

ผู้ที่สนใจลองไปขับที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศไทย เสียดายที่คราวนี้เราไม่มีโอกาสได้ลองรุ่นเบนซิน 2.5 ลิตร เพื่อดูความแตกต่างจากรุ่นดีเซล แต่ในเรื่องของการขับขี่ ควบคุมบังคับ ความสะดวกสบายในการขับขี่และการนั่งโดยสารพูดได้เลยว่า ซีเอกซ์8 เหนือกว่าบรรดารถ PPV อย่างชัดเขน เพียงแต่ว่า PPV ได้เปรียบในแง่ของความทนทาน สมบุกสมบัน จากการที่ใช้พื้นฐานมาจากรถพิคอัพ และราคาในบางรุ่นที่อาจจะแพงกว่า PPV เพื่อแลกกับการควบคุมบังคับที่เหนือกว่า ความอุปกรณ์ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นมาและสะดวกสบายที่ได้รับ ซีเอกซ์8 เป็นรถที่ต้องได้ลองขับจึงจะรู้ถึงข้อดีที่ซ่อนอยู่มากมายนอกเหนือจากตัวรถแบบที่นั่ง 3 แถวซึ่งมีขนาดใหญ่ 


ขอขอบคุณ :  บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่อำนวยความสะดวกในการทดลองขับในครั้งนี้

Powered by MakeWebEasy.com