นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ อีโคคาร์น่าใช้งาน

เรื่อง : อัฐฒา นายเรือ

 

หลังจากที่ อัลเมร่า อีโคคาร์ซีดานเวอร์ชันแรกของนิสสัน ผลิตออกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2555 ก็ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมกันแบบโมเดลเชนจ์ มาสู่เวอร์ชัน 2 ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย โดยยังคงใช้ชื่อรุ่นว่า อัลเมร่า เช่นเดิม ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ เทอร์โบ 1.0 ลิตร ตัวรถมีการเปลี่ยนแปลงใหม่หมดทั้งภายในและภายนอก โดยมีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้าและไฟท้ายทรงมุมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (kick-up C-pillars) และ หลังคาแบบลอยตัว (floating roof) ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยมาให้ครบครัน ภายใต้ธีม ‘Challenge All Beliefs’ หรือ ‘เปลี่ยนทุกสิ่งที่เคยเชื่อ’



มิติตัวรถโดยรวมได้รับการขยายส่วนเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ความกว้างเพิ่มขึ้น 45 มม. ยาวขึ้น 70 มม. ฐานล้อยาวขึ้น 20 มม.ความสูงลดลงจากตัวเดิม 40 มม. แต่ระยะจากเบาะรองนั่งถึงหลังคากลับเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 8 มม. นั่งสบายโดยที่ศีรษะไม่ติดหลังคา ห้องบรรทุกสัมภาระด้านท้ายรถกว้างขวาง จุของได้มากมาย น้ำหนักตัวรถ 1,075 กก.  



เราได้ทำการทดลองขับ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ กันบนเส้นทาง ภูเก็ต – พังงา – ภูเก็ต เป็นระยะทางประมาณ 230 กม. บนสภาพเส้นทางที่หลากหลาย มีทั้งทางตรงยาวๆ ทางโค้ง และเส้นทางขึ้น-ลงตามไหล่เขาที่ลาดชัน ฯลฯ เพื่อดูสมรรถนะในด้านต่างๆ ของรถเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายนิสสัน



รถที่นำมาทดสอบกันทั้งหมดนี้จะเป็นรุ่น VL ซึ่งเป็นรุ่นทอพ ผมได้เป็นผู้ขับขี่มือแรก ออกเดินทางจากเกาะภูเก็ตข้ามสะพานสารสินมุ่งสู่ จ.พังงา ความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัสกับอัลเมร่าใหม่คือความโปร่งสบาย ทัศนวิสัยด้านหน้าทำได้ดี กระจกบังลมด้านหน้าที่ลาดเอียงมีขนาดใหญ่ ภายในรถกว้างขวางจนไม่รู้สึกว่าเป็นรถอีโคคาร์



ภายในตกแต่งด้วยสีโทนเข้มสลับกับวัสดุสีเงินในบางจุด พวงมาลัยแบบ D-shape ปรับสูง-ต่ำได้พร้อมระบบมัลทิฟังก์ชัน มาตรวัดขนาดใหญ่แบบเข็มอนาลอคให้ความชัดเจนในการมองขณะขับขี่ได้เป็นอย่างดี



ระบบข้อมูลและความบันเทิง NissanConnect (ในรุ่น V และ VL) มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ Bluetooth, USB  และ AUX IN สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมลำโพง 6 จุด และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนอย่าง Apple CarPlay

 

 
ออกเดินทางจากตัวโรงแรมมาไม่นานเราก็เจอกับเนินที่มีความชันและถนนค่อนข้างแคบให้ลองกันเหมือนเป็นน้ำจิ้มก่อนจะวิ่งออกสู่ถนนใหญ่ อัลมีร่าผ่านไปได้อย่างสบายๆ เราได้ใช้ความเร็วเพิ่มขึ้นเมื่อเจอทางโล่งๆ บนถนนแบบ 4 เลน อัตราเร่งของเครื่องยนต์ภายใต้รหัส HRA0 3 สูบ แถวเรียงแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) 1.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า มีแรงบิดถึง 152 นิวตันเมตร  ตั้งแต่รอบเครื่องที่ 2,400 ถึง 4,000 รอบต่อนาที มีการตอบสนองได้ดีกว่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5-1.6 ลิตรหลายๆ คันที่เราเคยลองขับมา การเร่งแซงเป็นไปอย่างทันใจและมั่นใจ ความเร็วที่ใช้ขับในวันนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราวๆ 90-120 กม./ชม. มีลองใช้ความเร็วสูงบ้างในบางช่วงที่มีทางตรงยาวๆ การเร่งความเร็วในช่วง 80 กม./ชม. ไปจนถึงที่ระดับ 150 กม./ชม.

กำลังเครื่องยนต์ยังตอบสนองได้ดี ลื่นไหล จนไม่น่าเชื่อว่าเครื่องยนต์ขนาดเล็กแค่ 1.0 ลิตร ที่มีเทอร์โบมาช่วยจะมีพละกำลังที่ดีขนาดนี้ การขับขี่ในวันนั้นใช้ความเร็วกันค่อนข้างสูงกันเกือบตลอดเส้นทาง อัตราเฉลี่ยการบริโภคเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 16 กม./ลิตร ถือว่าประหยัดใช้ได้ ถ้าขับกันไปแบบสบายๆ เนียนๆ ตัวเลข 18-20 กม./ลิตร มีให้เห็นกันอย่างแน่นอน แต่ในช่วงจอดนิ่งเครื่องยนต์แบบ 3 สูบมีอาการสั่นอยู่บ้างไม่นิ่งเหมือนกับเครื่องยนต์ 4 สูบที่จะมีความสมดุลในการทำงานของเครื่องยนต์มากกว่า ระบบเกียร์เป็นแบบ XTRONIC CVT พร้อม D-Step Logic ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและทันใจ การตอบสนองการขับขี่ทำได้ใกล้เคียงกับเกียร์อัตโนมัติแบบมีทอร์คคอนเวอร์เตอร์


สำหรับระบบช่วงล่าง ด้านหน้า เป็นแบบ อิสระ แม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ด้านหลัง เป็นแบบ ทอร์ชัน บีม พร้อมเหล็กกันโคลง ทำงานร่วมกับยางหน้ากว้างขนาด 195/65 R 15 ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวล ยึดเกาะถนนได้ดี การปรับเซทระบบรองรับของรถรุ่นนี้เน้นไปทางนุ่มนวล ใช้งานสบายๆ มากกว่าจะเน้นการขับขี่แบบสปอร์ท แต่ในขณะที่ขับเข้าโค้งที่หลากหลายรูปแบบแถวพังงาด้วยความเร็วที่ค่อนข้างสูง อัลเมร่ามีการควบคุมบังคับที่ดี การดูดซับแรงกระแทกในขณะที่วิ่งผ่านสภาพถนนที่ขรุขระหรือชำรุดทำได้ดีมาก เป็นรถที่นั่งสบาย แต่ในขณะที่ใช้ความเร็วสูงๆ พวงมาลัยแบบ แร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมระบบเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS) มีน้ำหนักค่อนข้างเบาไปสักหน่อย แต่การใช้งานในเมืองหรือวิ่งด้วยความเร็วสักไม่เกิน 130 กม./ชม. น้ำหนักพวงมาลัยกำลังเหมาะทีเดียว มีรัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร


ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ แอลอีดี เห็นได้ชัดเจน โดยระบบเบรกหน้าเป็นแบบ ดิสค์เบรก พร้อมช่องระบายความร้อน ขณะที่ด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก ให้การหยุดรถหรือชะลอความเร็วทำได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

จุดเด่นที่น่าชื่นชมอีกจุดหนึ่งคือการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกทำได้ดี ภายในรถเงียบดีมาก โดยเฉพาะเสียงลมแทบไม่ค่อยได้ยินเข้ามาในรถเลย 


ในรุ่นทอพที่ได้ทดลองขับกันได้ติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความความปลอดภัยมาให้มากมายรวมไปถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะอื่นๆ จาก     นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี อาทิ เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning - IFCW), เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB), เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) และเทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert – RCTA), เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ด้วยกล้องสี่ตัวที่ด้านหน้า ด้านหลังและด้านข้าง รอบคัน, เทคโนโลยีช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) ฯลฯ

ในส่วนของถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งอยู่ในนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ทุกรุ่น ขณะที่ ถุงลมด้านข้าง (side airbags) และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (curtain airbags) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่น VL คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยเสริมความปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ในรุ่น VL ตัวทอพที่เราขับกันนี้ตั้งราคาไว้ที่ 639,000 บาท ส่วนตัวเริ่มต้นในรุ่น S ราคา 499,000 บาท มีถึง 6 สีให้เลือกกันอย่างจุใจ

ผู้ที่กำลังหารถขนาดเล็กไว้ใช้งาน ผมแนะนำว่าอยากให้ไปลองขับ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ก่อนตัดสินใจจากคุณสมบัติดังที่กล่าวมา ในราคาที่ถือว่าเร้าใจทีเดียว

ขอขอบคุณ : บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางทดสอบรถยนต์ในครั้งนี้    

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

ข้อมูลเฉพาะทางเทคนิคของนิสสัน อัลเมร่า ใหม่
ภายนอก
 
ความยาวทั้งหมด (มม.)
4,495
ความกว้างทั้งหมด (มม.)
1,740
ความสูงทั้งหมด (มม.)
1,460
ระยะฐานล้อ (มม.)
2,620
ระยะห่างของล้อ หน้า/หลัง
1,525/1,535
ขนาดยาง
195/65 R15
 

น้ำหนัก/ความจุ
 
ความจุ
ผู้โดยสารห้าคน
น้ำหนักรถโดยประมาณ
1076 กก. (รุ่น VL)
 



เครื่องยนต์
 
เครื่องยนต์
HRA0
ระบบเครื่องยนต์
DOHC
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก (มม)
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี)
แรงม้าสูงสุด
แรงบิดสูงสุด
อัตราส่วนกำลังอัด
ความจุถังเชื้อเพลิง (ลิตร)

ระบบส่งกำลัง
Indirect Injection
72.2x81.3
999
100 Ps (74 Kw)/5000 rpm
152 Nm (15.5 kg-m)/2400~4000 rpm
9.5+/-0.2
35



ระบบเกียร์
XTRONIC CVT with D-Step Logic
อัตราทดเกียร์
4.0062-0.4580
เกียร์ถอยหลัง
เฟืองท้าย
3.7708
3.9247
 

ระบบช่วงล่าง
 
หน้า
แบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
หลัง
ทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง
 


 
ระบบพวงมาลัย
ระบบพวงมาลัย

แร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมระบบเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า (EPS)
 
ระบบเบรก
 
หน้า
ดิสก์เบรก แบบมีช่องระบายความร้อน
หลัง
ดรัมเบรก
 

ล้อ และ ยาง
ขนาดยาง
ขนาดล้อ

195/65 R15
15" x 5.5J

Powered by MakeWebEasy.com