Mercedes-Benz VISION EQS || ตัวต้นแบบ Pure EV สายหรู!!!

ภาพและภาพยนตร์ : Daimler AG
เรียบเรียง : Pitak Boon

 

 


EQ เป็นซับแบรนด์ของ Mercedes-Benz ที่แยกออกมาผลิตรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ และ VISION EQS เป็นรถไฟฟ้าตัวต้นแบบที่ถูกออกแบบขึ้น เพื่อตอบโจทย์เรื่องความหรูหราอันเป็นจุดแข็งของแบรนด์หลักโดยตรง ใช้รูปแบบตัวถัง 4 ประตูซาลูน ทีมออกแบบเล่าว่า EQS เกิดจากความต้องการเชื่อมโยง ระหว่างอารมณ์กับเหตุผลเข้าไว้ด้วยกัน (Art & Engineering) ผลงานที่ได้ คือ ตัวรถที่พลิ้วไหวสวยงาม และพร้อมด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนล่าสุด โดยทุกดีไซน์และเทคโนโลยีเป็นการส่งต่อประสบการณ์จากอดีต ต่อเนื่องไปถึงอนาคตของ Mercedes-Benz

 



นอกจากเรื่องดีไซน์ EQS ยังโดดเด่นในเรื่องวิศวกรรม ทั้ง 4 ตำแหน่งภายในห้องโดยสาร ได้รับการออกแบบจากคอนเซ็ปต์ Touch-based Operating รองรับการสัมผัสนับตั้งแต่การเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร การใช้งานระบบต่างๆ ภายในรถ สั่งการผ่านระบบสัมผัสบนจอ 3 มิติ ที่คอนโซลกลางและแผงประตู เบาะนั่งวางแยกกันอย่างอิสระทั้ง 4 ตำแหน่ง วัสดุหุ้มเบาะสีขาวนวลเป็นไมโครไฟเบอร์ ที่มีชื่อเฉพาะว่า Crystal-white DINAMICA ให้อารมณ์หรูหรา ตัดกับคิ้วขอบโทนสี Rose-gold อีกทั้งสามารถเลือกปรับเปลี่ยนธีมสีของห้องโดยสารได้ตามอารมณ์



งานออกแบบตัวถัง เน้นความเคลียร์ทางสายตาในทุกมุมมอง พื้นผิวตัวถังเต็มไปด้วยความโค้งมน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอากาศพลศาสตร์ ภาพรวม EQS ได้รับการออกแบบให้เป็นรถ 4 ประตู 4 ที่นั่ง ล้ำยุคสไตล์อวกาศ ส่วนหน้าและส่วนท้ายรถใช้รูปแบบ short overhang วางตำแหน่งล้อไว้เกือบชิดมุมทั้งสี่ ซึ่งให้ความคล่องตัวสูงสุดในการคอนโทรลรถ




ส่วนกระจังหน้ารถขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่ของ Black-panel LED matrix ประกอบด้วยหลอด LED รูปดาวขนาดเล็กจำนวน 229 ดวง และแต่ละดวงยังถูกขั้นด้วยจุด LED สำหรับส่วนท้ายรถใช้การออกแบบที่ใกล้เคียงกัน เป็น LED รูปดาวสีแดงหลายดวง ทำหน้าที่ทั้งในส่วนของไฟท้ายและไฟเบรก เบ็ดเสร็จรอบตัวถังของ EQS นับ LED ได้ทั้งหมด 940 ดวง โดยการกระพริบของดวงดาว หรือ LED ทั้งหมด จะเชื่อมโยงกับ DIGITAL LIGHT Holographic Lens Headlamps ของไฟหน้า เพื่อใช้สื่อสารกับคนเดินถนน และรถคันอื่นที่วิ่งอยู่รอบตัว

 

        

EQS ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้า และล้อหลังโดยตรง แรงม้ารวมของระบบ 350 kW หรือราว 470 hp แรงบิดสูงสุดระดับ 700 Nm แม้จะใช้การขับเคลื่อนแบบ AWD แต่มอเตอร์ทั้ง 2 ตัว ไม่ได้ทำงานพร้อมกันตลอดเวลา เป็นการแบ่งระดับในการกระจายกำลัง เพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการขับเคลื่อน และการทำงานในส่วนนี้ถูกเรียกว่า Intelligent and Fully Variable Torque Distribution ตอบโจทย์การขับขี่ในทุกสภาพพื้นผิว และทุกสภาวะอากาศ EQS ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เร็วกว่า 4.5 วิ. ท็อปสปีดเคลมไว้กว่า 200 กม./ชม.



EQS ใช้เพลทฟอร์มที่ถูกออกแบบมาเป็นรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ตัวแบตเตอรี่จึงถูกวางไว้ใต้พื้นห้องโดยสารระหว่างเพลาหน้ากับเพลาหลัง เพื่อการกระจายและสมดุลน้ำหนัก แบตเตอรี่จัดอยู่ในประเภทลิเทียมไอออน ขนาดความจุ 100 kWh ต่อการชาร์จแบตเต็มในแต่ละรอบ เคลมระยะการวิ่งใช้งานมากว่า 700 กิโลเมตร (WLTP) ชม. หากชาร์จผ่านสถานีจ่ายไฟกำลังไฟ 350 kW จะได้แบต 80% เร็วเพียง 20 นาที และถึง 100% ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ลงตัวทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมทั้งการเดินทางไกล เพราะ EQS สามารถลดข้อจำกัดเดิมๆ เรื่องระยะการใช้งาน และระยะเวลาในการชาร์จไฟได้เรียบร้อย

 

Powered by MakeWebEasy.com