Preview Haval H6 Suv Hybrid เรียบหรู อ๊อฟชั่นล้น

โดย ภาคิน ศิริชาติ

หลังจากมีข่าวคราวเรียกเสียงฮือฮาตั้งแต่ปีที่แล้ว สำหรับค่ายรถยนต์เจ้าใหม่จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้ามาเทคโอเวอร์ โรงงานประกอบรถยนต์เชฟโรเลต ซึ่งโบกมือลา เมืองไทย และอาเซี่ยนอย่างถาวร พร้อมกับมีข่าวต่างๆ เล็ดลอดออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ค่าย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้นำรถที่พร้อมบุกตลาดเมืองไทยมาให้ได้ยลโฉมกัน



เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้จัดงาน พรีวิว เล็กๆ ตามรูปแบบนิวนอร์มอล (เพื่อรักษาระยะห่างป้องกันโรคโควิด) ให้สื่อมวลชนได้สัมผัสกับรถคันแรกของค่ายที่พร้อมทำการตลาดในเมืองไทยอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายน(หากไม่มีอะไรผิดพลาด) กับรถแนวตรวจการณ์ SUV ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบ “ไฮบริด” ภายใต้ชื่อรุ่น Haval H6

Haval H6 จัดว่าเป็นรถที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะสามารถครองสถิติ “รถเอสยูวี” ที่มียอดขายสูงสุดในประเทศจีน ติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 8 ปี และ Haval H6 ตัวที่เราได้พรีวิว ซึ่งเป็นตัวที่พร้อมจำหน่ายในบ้านเราจัดเป็น เจเนอเรชั่นที่ 3 ของรถตระกูลนี้ และยังเป็นรถที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะภายใต้คอนเซ็พท์ Life Plus


ตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทางการขับขี่ไม่ว่าจะเป็น L: ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2, I:Intelligence V3.5 ระบบอัจฉริยะที่ช่วยสร้างประสมการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น, F:Fota ระบบอัพเกรดโปรแกรมออนไลน์, E:Eye Q4 ชิบอัจฉริยะ ประมวลผลได้รวดเร็วขึ้น และ +(Plus) ซึ่งให้มากกว่าด้วยเทคโนโลยี GWM Lemon Hybrid DHT ซึ่งผสมผสานความปลอดภัย และการออกแบบอันล้ำสมัย พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 รูปแบบ แก่ Manual Mode, Sport Mode, Economy Mode และ Snow Mode

เกรท วอลล์ มอเตอร์ ต้องการตอกย้ำกลยุทธ์ xEV Leader เพื่อความเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และมุ่งมั่นในการมอบสิ่งใหม่ๆ ด้านการขับขี่ ทั้งด้าน New Energy “พลังงานใหม่”, New Experience ประสบการณ์ใหม่ และ New Luxury ความหรูหรารูปแบบใหม่



Haval H6 โดดเด่นกับเส้นสายการออกแบบผ่านมันสมองของ มร.ฟิล ซิมมอนส์ รองประธาน และหัวหน้าทีมออกแบบของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ด้วยเส้นสายที่โค้งมน ผสานเส้นสายที่เรียบง่าย ประณีต ให้ความรู้สึกหรูหรา พรีเมี่ยม ล้ำยุค อาทิ ไฟหน้าหน้า LED แบบ Intelligent LED Headlamp สอดผสานกับกระจังหน้าโครเมี่ยมขนาดใหญ่(ตามแนวคิด Exquisite front Design) เส้นสายด้านข้างเรียบง่ายมีเอกลักษณ์ ซึ่งทาง เกรท์ วอลล์ เรียกว่า Classic body waist line, เพิ่มความสุนทรีย์ในการขับขี่ยามค่ำคืนกับ หลังคา Panoramic Roof ขนาดใหญ่



ด้านท้ายโดดเด่นกับชุดไฟท้ายแบบ Horizon Rear LED พาดยาวจากสะเอวของตัวรถฝั่งซ้ายไปจรดสะเอวฝั่งขวาของตัวรถ(LED Taillight Strip), ฝาท้ายเปิด-ปิดแบบไฟฟ้า(ซึ่งตัวขายจริงยังไม่ระบุว่าจะได้ Kick Sensor มาหรือไม่ แต่มี Jam Protection มาให้), ล้อแม็กอัลลอย ลาย Vortex Wheel Hub ขอบ 19 นิ้ว รัดด้วยยางไซส์ 225/55R19 มิติของตัวรถมีขนาดใหญ่พอควร มิติของตัวรถ ยาว 4,653 มม., กว้าง 1,886 มม., สูง 1,724 มม. ระยะความยาวฐานล้อ 2,738 มม. ด้วยมิติตัวรถที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ Haval H6 เลยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม C-Suv ไปโดยปริยาย


ภายในห้องโดยสารออกแบบเน้นความเรียบง่าย ผสานกลิ่นอายความเป็นสปอร์ต และเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ครบครัน เพิ่มความหรูหราด้วยการใช้โทนสีแบบทูโทน พร้อมกับการตกแต่งให้หรูหราขึ้นกับการใช้สีโรสโกลด์ สีเปียโนแบล็คให้เข้ากับชุดโครเมี่ยม และเพิ่มความหรูหราเหนือระดับยามค่ำคืนกับชุดไฟ ambience light



โดดเด่นด้วยการออกแบบคอนโซลหน้าที่มาพร้อมกับชุดมาตรวัดเรือนไมล์แบบลอยตัว Multi-Display ขนาด 10.25 นิ้ว และจอ Head Up Display พร้อมจอกลางแบบ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้วแบบ Touch Screen พวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมปุ่ม Multi-Function ใช้งานได้อย่างสะดวก, เกียร์ไฟฟ้า Electronic Shift แบบใช้ปุ่มหมุน High gloss electroplating rotary shift เลือกตำแหน่งการขับเคลื่อน, ระบบปรับอากาศ Auto แบบ Dual Zone พร้อมตัวกรอง CN95 และช่องแอร์ทางด้านหลัง ช่วยกระจายความเย็นภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายรอบคัน, ระบบชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charger

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า “เบาะผู้ขับขี่ปรับได้ 8 ทิศทาง” (เบาะผู้โดยสารตอนหน้ามีปุ่มปรับเบาะชุดที่ 2 สำหรับให้ผู้โดยสารตอนหลังสามารถปรับเลื่อน และปรับพนักพิง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับผู้โดยสารด้านหลังฝั่งซ้าย), เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหลังสามารถพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระได้มากยิ่งขึ้น


ทางด้านพละกำลังในการขับเคลื่อนของ Haval H6 มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบ็นซิน รหัส GW4B15D HEV แบบแถวเรียง 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จแบบแปรผัน (VGT) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงม้าสูงสุด 243 แรงม้า แรงบิด 530 นิวตัน-ม. ระบบส่งกำลังเป็นชุดเกียร์ 7DCT ขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบกันสะเทือนของ Haval H6 ด้านหน้าเลือกใช้แบบ อิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลง และทางด้านหลังเลือกใช้แบบ มัลติลิงค์ (โดยที่ชุดแพท้าย) ได้ถูกออกแบบให้สามารถใส่ชุดเฟืองท้ายของรุ่นที่เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ(ตัวที่ต่างประเทศจะมีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ) ระบบเบรกเป็น ดิสค์เบรกทั้ง 4 ล้อ   

เหนือสิ่งอื่นใด ระบบความปลอดภัยที่ Haval H6 ให้มานั่นเหนือชั้น และมากกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกัน อาทิ ระบบช่วยจอดอัตโนมัติถึง 3 รูปแบบ integration Auto Parking(IAP) ทำงานควบคู่กับกล้องรอบคัน 360 องศา(Surrounding camera) พร้อมเซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิค สามารถค้นหาที่จอด ตรวจจับสิ่งกีดขวาง และสามารถคำนวณพื้นที่ว่างสำหรับจอดรถ และให้คำแนะนำในการจอดรถได้อย่างถูกต้องแม่นยำ สามารถจอดได้ทั้ง การถอยเข้าช่องจอด, การจอดขนานเส้นทางเดินรถ และการจอดตามแนวเฉียง



ระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ Auto Reversingg Assistance(ARA) ระบบสามารถจำเส้นทางเมื่อรถเคลื่อนตัวด้วยความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม. และสามารถถอยหลังกลับตามเส้นทางเดิมได้ในระยะทางไม่เกิน 50 เมตร, ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง Wisdom Dodge System(WDS) ระบบจะตรวจจับรถบรรทุก และรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อควบคุมรักษาระยะห่างจากรถบรรทุก โดยเมื่อตัวรถวิ่งผ่านรถบรรทุกแล้ว จะนำรถกลับเข้าสู่เส้นกลางเลนตามปกติ, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control(ACC) พร้อมระบบ Stop and GO


นอกจากความหรูหรา และเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อน และความปลอดภัยของ Haval H6 ทาง เกรท์ วอลล์ มอเตอร์ ยังนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่ New User Experience มาใช้งานเพื่อมุ่งเน้นให้ผู้บริโภคหรือลูกค้าได้รับการบริการหรือได้รับความพึงพอใจสูงสุด และเร็วๆ นี้ทาง เกรท์ วอลล์ มอเตอร์ เตรียมปูพรมเปิดตัวโชว์รูม และศูนย์บริการกว่า 17 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนเปิด Partner Store และ GWM Store รวมทั้งสิ้นกว่า 30 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้  ส่วนเรื่องของราคาค่าตัวทาง เกรท์ วอลล์ มอเตอร์ประเทศไทย เผยว่าจะมีการแจ้งราคาในช่วงเดือนมิถุนายน คาดการณ์กันคร่าวๆ ว่าตัวท็อปไม่น่าเกิน 1.5 ล้านบาท

Powered by MakeWebEasy.com