All New Honda HR-V e:HEV ไฉไล..สดใหม่..พกขุมพลังโฉมไฮบริดเท่านั่น!!

เผยโฉมในบ้านเราอย่างเป็นทางการสำหรับรถกลุ่ม SAV โฉมใหม่ล่าสุดจากค่าย ฮอนด้า ที่มีข่าวคราว และภาพหลุดออกมาเป็นระยะ และหากไม่มีการ Lock Down ปิดเมืองเพราะภาวะโรค Covid-19 ระบาดอย่างหลักในบ้านเรา รถใหม่รุ่นนี้คงเผยโฉมไปก่อนหน้านี้ รถยนต์รุ่นที่ว่าก็คือ New HR-V เจนเนอรั่นที่ 2 ซึ่งมีการออกแบบดีไซน์ใหม่ทั้งหมด รวมถึงการปรับเปลี่ยนขุมพลังมาเป็นแบบ “ฟูลไฮบริด” แถมยังเป็นที่แรกของโลก ที่เผยโฉมเวอร์ชั่น RS

               

HR-V e:HEV ในบ้านรถเถือว่าเป็นที่แรกของโลกที่จำหน่ายรถรุ่นนี้โดยใช้เครื่องยนต์แบบ “ฟูลไฮบริด” e:HEV ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์แบบ Atkinson cycle DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ขนาดความจุ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้แรงม้าสูงสุด 131 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-ม. ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อคไซด์เพียง 94 กรัม/ กิโลเมตร

จับคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติทดแปรผันต่อเนื่องแบบไฟฟ้า E-CVT พร้อมชุดหน่วยควบคุมอัจฉริยะ(Intelligent Power Unit-IPU) ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีน้ำหนักเบา และช่วยในการชาร์จไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะขับขี่ ให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 25.6 กม./ลิตร โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมด EV Drive Mode(การขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า), Hybrid Drive Mode) การขับขี่ด้วยระบบไฮบริด และ Engine Drive Mode( การขับขี่ด้วยเครื่องยนต์)  

 

 

 
           

ดีไซน์ภายนอกของ New HR-V e:HEV มาด้วยรูปลักษณ์ในสไตล์ “คูเป้เอชยูวี” กระจังหน้าออกแบบให้ดูมีมิติ พร้อมด้วยโลโก้ตัว H ขนาดใหญ่ล้อมกรอบด้วยสีฟ้าแสดงความเป็นเอกลักษณ์ ตัว E จะเป็นกระจังสีดำเงา, รุ่น EL กระจังหน้าเป็นสีเดียวกับตัวรถ ส่วนรุ่น RS กระจังหน้าจะเป็นโครเมี่ยมแบบสปอร์ต พร้อมโลโก้ RS และสัญลักษณ์ AMP UP บนกันชนหน้าด้านล่าง กันชนหน้า-หลัง พร้อมชายล่างกันกระแทกสีดำตกแต่งด้วยโครเมี่ยม และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้ายรถ มือเปิดประตูหลังยังคงออกแบบซ่อนมือเปิดไว้บริเวณเสาประตูเหมือนเช่นรุ่นแรก



   

New HR-V e:HEV มีจำหน่ายพร้อมกัน 3 รุ่น โดยเริ่มจากรุ่น E ให้อุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ไฟหน้าแบบ LED พร้อม Day Timing Light และระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ, ไฟท้ายแบบ LED Light Strip เชื่อมต่อกับไฟเบรคเป็นเส้นแนวยาว เอกลักษณ์เฉพาะรุ่น, กระจกมองข้างแบบปรับ และพับไฟฟ้าอัตโนมัติ, ล้อแม็กขอบ 17 นิ้ว, กุญแจอัจฉริยะ Smart Key ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Automatic Air Conditioning) ที่มาพร้อมระบบ Air Diffusion System ล่องลมออกแบบใหม่ สามารถมอบทิศทางลมที่หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ, หน้าจอเครื่องเสียงแบบ Advance Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play/ Andriod Auto, กล้องมองภาพหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ ส่วนหน้าจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 7 นิ้ว ระบบความปลอดภัย Honda SENSING
             

ต่อกันที่รุ่น EL เพิ่มอ็อฟชั่นจากรุ่น E อาทิ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ฝาท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรั พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทออกห่างรถ Hands-free-Power Tailgate with Walk Away), กระจกมองหลังตัดแสงแบบอัตโนมัติ, กระจกไฟฟ้าอัตโนมัติคู่หน้า, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และระบบความปลอดภัย แสดงภาพมุมอับสายตา Honda Lane Watch

               

รุ่น Top สุด RS ถูกตกแต่งภายนอกด้วยชุดแต่ง RS รอบคัน, หลังคาเป็นแบบ พาโนรามิค และซันรูฟในตอนหน้า, ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Squential, ไฟท้ายแบบ Smoke Lanes, ล้อแม็กขอบ 18 นิ้ว, เบาะผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย Wireless Changer, ไฟอ่านหนังสือในห้องโดยสารแบบสัมผัส, ช่องเชื่อมต่อ USB มากถึง 4 ช่อง และระบบเชื่อมต่อ Honda Connect

                

จุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกับของ New HR-V e:HEV กับการออกแบบเบาะหลังแบบปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของทางด้านหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า ตัวเบาะด้านหลังสามารถพับลงแนวราบได้เรียบ และเบาะผู้โดยสารตอนหน้าสามารถพับเรียบต่อเนื่องกับเบาะหลังที่พับเรียบ เพิ่มเนื้อที่ในการเก็บสัมภาระได้มากขึ้น             

ระบบความปลอดภัย New HR-V e:HEV ทางฮอนด้าได้ติดตั้งระบบ Honda SENSING มาให้ครบทุกรุ่น อาทิระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรค(CMBS), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ(LKAS), ระบบเตือน  และช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ(RDM with LDW), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ(AHB), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถหน้าที่ความเร็วต่ำ(ACC with LSF), ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่(LCDN)

               

นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยมาตรฐานอีกมากมายอาทิ ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง(VSA), ระบบเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่(AHA), ระบบเบรค(ABS/ EBD), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน(HAS), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน(HDC), ระบบช่วยชะลอความเร็วที่พวงมาลัย, เบรคมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold, ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมระบบเตือนผู้โดยสารด้านหลัง(Front and Rear Passenger Seat Belt Reminder) และไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง(Rear Seat Reminder)             

เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่สำหรับ New HR-V e:HEV ให้การรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดนานถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการหลังการขายที่ได้รับมาตรฐานจากโชว์รูมฮอนด้าที่มากถึง 229 แห่งทั่วประเทศ     

         

ทางด้านราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ New Honda HR-V e:HEV ทั้ง 3 รุ่น ทางฮอนด้าแจ้งมาคร่าวๆ ว่ารุ่น E ราคาต่ำกว่า 990,000 แน่นอน ซึ่งทางลูกค้าสามารถจองสิทธิซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน แถมรับสิทธิพิเศษ รับฟรี ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Utility Package มูลค่า 2,800 บาท(สำหรับผู้จองสิทธิตั้งแต่วันที่ 8-18 พฤศจิกายน) และราคาจำหน่ายยังเป็นทางการจะเปิดเผยในวันที่ 19 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ และพร้อมรับรถได้ตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2564 

Powered by MakeWebEasy.com