เผยโฉมแล้ว Next Gen Ford Ranger

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 24 พฤศจิกายน 2564- วันนี้เมื่อช่วงเวลา 14.00 น. ฟอร์ด มอเตอร์ ได้เผยโฉม Next Gen Ford Ranger แบบ World Premium ในรูปแบบของออนไลน์ โดยรถกระบะรุ่นใหม่นี้ เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเชื่อมต่ออย่างเหนือชั้น สมรรถนะดีเยี่ยม และความอเนกประสงค์รอบด้านพร้อมสำหรับทุกการเดินทาง

Next Gen Ford Ranger ทีมงานวิศวกรออกแบบของฟอร์ดได้ทำงานร่วมกับความต้องการของลูกค้าทั่วโลก เพื่อสร้างสรรค์สุดยอดรถกระบะคู่ใจที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบทั้ง การทำงาน การเป็นรถครอบครัว และเป็นเพื่อเดินทางในวันพักผ่อน ด้วยข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้าทำให้ทีมงานออกแบบได้รังสรรค์รูปโฉมภายนอกให้มีความดุดัน และพร้อมรองรับการใช้งาน รวมไปถึงภายในห้องโดยสารที่ออกแบบให้มีความเย้ายวนใจ อันแน่นด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

ฟอร์ด เรียกนิยามของการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ว่า “Live The Ranger Life” ซึ่งเป็นสิ่งที่นักออกแบบ และวิศวกรทิ่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ยึดถือร่วมกัน ซึ่งฐานที่ตั้งหลักในการพัฒนารถกระบะรุ่นใหม่นี้ เริ่มต้นกันที่ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของฟอร์ตในประเทศออสเตรเลีย ที่เต็มไปด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญในโครงการประกอบด้วยทีมนักออกแบบ และวิศวกรหลากหลายเชื้อชาตื ทำงานร่วมกับทีมจากทั่วโลกเพื่อผสานเทคโนโลยีล่าสุดของฟอร์ดเข้าร่วมกับสมรรถนะ และความปลอดภัยให้กับสุดยอดรถกระบะรุ่นใหม่นี้ รวมไปถึงการทดสอบสุดหฤโหดตามมาตรฐานความแกร่งของฟอร์ดกว่า 700 ชั่วโมง และอุณหภูมิระดับ -40 องศาเซลเซียส จนถึงระดับ 50 องศาเซลเซียส

รูปลักษณ์ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ มีความดุดัน และโฉบเฉี่ยว สะท้อน DNA รถกระบะระดับโลกของฟอร์ด ไม่ว่าจะเป้น กระจังหน้าใหม่ทีโดดเด่น ไฟหน้ารูป C-Clamp และถือเป็นครั้งแรกของการนำไฟหน้าแบบ Matrix LED ส่วนด้านหลังรถได้รับการออกแบบให้สอดรับการกราฟฟิคด้านหน้า ไฟท้ายแบบ LED ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับดีไซน์ของชุดไฟหน้า และยังได้ทำการติดตั้งไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED มาให้เสร็จสรรพ ล้อแม็กลายใหม่ มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 17-20 นิ้ว(แล้วแต่รุ่นรถ-ขอบ 20 นิ้วจะอยู่ในรุ่น Wildtrak)

ภายนอกใช้รูปลักษณ์ของตัวรถที่ออกแบบให้มีความโดดเด่นสวยงาม ดุดัน แชสซีส์ ยังได้มีการพัฒนาขึ้นมาใหม่โดยใช้พื้นฐานของ Ranger T6 มาปรับปรุงเพิ่มความแข็งแรง ขยายความกว้าง และปรับจุดยึดรองรับหัวเก๋ง และกระบะใหม่ เมื่อมีการปรับ และขยายความกว้างของแชสซีส์ใหม่ ย่อมส่งผลให้ ความกว้างฐานล้อกว้างเพิ่มจากรุ่นเดิมอีก 50 มม. และความบายฐานล้อยาวกว่าเดิมอีก 50 มม. หลักๆ ขยับฐานล้อหน้าให้ไปใกล้กับด้านหน้ามากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการลดระยะโอเวอร์แฮงก์หน้าให้น้อยลง ช่วยให้การปีนป่ายทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ด้านเครื่องยนต์ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล คอมมอนเรล แถวเรียง 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร มีให้เลือก 2 ระดับความแรง โดยเริ่มจากรุ่น เทอร์โบเดี่ยว ที่มีการอัพเดทเรื่องไฟล์จูนของกล่อง ECU ใหม่ ส่วนรุ่นเทอร์โบ Bi-Turbo ก็มีการอัพเดทไฟล์จูนของกล่อง ECU เช่นกัน เพื่อรีดสมรรถนะในเรื่องของ แรงบิด และแรงม้า ให้ตอบสนองได้ทันอกทันใจมากยิ่งขึ้น และยังช่วยลดในเรื่องของมลภาวะไอเสียออกสู่ชั้นบรรยากาศให้น้อยลง

ระบบส่งกำลังของ ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่น ใหม่ ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น โดยในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด รหัส 10R80 ยังคงเป็นลูกเดิม แต่ได้ทำการอัพเดทไฟล์ของ ECU ใหม่ ทำงานให้ตอบสนองทันใจ และราบรื่นขึ้นกว่าเดิม โดยคันเกียร์มีการเปลี่ยนใหม่จากเดิมแบบ “ลิงค์เกจ์” มาเป็นแบบ Electronic Shifter ซึ่งให้ความรู้สึกล้ำสมัย และใช้งานได้ง่ายดาย ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดาได้มีการปรับเปลี่ยนอัตราทดใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับขนาด น้ำหนักของตัวรถ และพละกำลังของเครื่องยนต์ที่อัพเกรดใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนรหัสเกียร์มาเป็น MT88 ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งแบบ 5 และ 6 สปีด ส่วนรุ่น เทอร์โบเดี่ยว อาจจะใช้เกียร์ธรรมดาลูกเดิมรหัส 6R80

ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีการอัพเกทระบบขับเคลื่อนใหม่ให้สอดรับ และเหมาะสมกับพฤติกรรมรวมไปถึงความต้องการของผู้ขับขี่เป็นหลัก โดยยังคงใช้แบบ Shift-on-the-fly แต่เพิ่มลูกเล่นใหม่เข้าไป โดยมีโหมดให้เลือก 2H-4H-4L และ 4A อันหลังนี้คือ ของใหม่!! โดย 4A ก็คือ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full Time แต่ไม่ได้ล็อคเซ็นเตอร์ดิฟกลาง ดังนั่น การกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้ง 4 ได้อย่างอิสระ(เหมือน Everest นั่นแหละ)

ห้องโดยสารมีการออกแบบใหม่เน้นความไฮเทคมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจอกลางแบบ Touch Scree ขนาด 10.1 นิ้ว และ 12 นิ้ว กลางคอนโซลหน้า ซึ่งสั่งงานได้ด้วยเสียง SYNC 4 พร้อมระบบแสดงข้อมูล ความบันเทิงครบครันอาทิ Apple Car Play และ Android Auto ยิ่งไปกว่านั่น ยังได้ติดตั้งโมเด็มมาในตัวเพื่อเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น ฟอร์ดพาส ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจอาทิ การสตาร์ทรถจากระยะไกล, สามารถล็อค และปลดล็อคจากระยะไกลโดยผ่านแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน

การควบคุมโหมดการขับขี่ต่างๆ ย้ายจากแผงหน้าปัด และคอนโซลมารวมอยู่ในหน้าจอ SYNC เพียงปุ่มเดียว ผู้ขับขี่สามารถปรับโหมดการขับขี่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทางเรียบหรือทางออฟโรดได้บนจอเดียว โดยสามารถควบคุมระบบขับเคลื่อน ดูองศาการเลี้ยว มุมเอียง มุมโคลง และข้อมูลอื่นๆ อีกมากมาย และหน้าจอดังกล่าวยังเชื่อมต่อกับกล้อง 360 องศา ช่วยให้การจอดรถในเมืองหรือพื้นที่แคบๆ เป็นเรื่องง่ายดาย และยังช่วยตรวจสอบสิ่งกีดขวางรอบตัวรถระหว่างการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้ เหนือสิ่งอื่นใด ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ ยังสามารถอัพเดทซอฟท์แวร์ต่างๆ ในอนาคตผ่านโมเด็มที่ติดตั้งมาให้กับตัวรถ

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่น ใหม่ ยังมอบอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ อีกมากมายอาทิ แท่นชาร์จมือถือแบบไร้สาย, ช่องจ่ายไฟในกระบะท้าย ด้วยกำลังไฟสูงถึง 400 วัตต์ และช่องเสียบปลั๊กแบบ AC สำหรับการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย, พื้นที่เก็บแบตสำรอง 1 ลูก เผื่อไว้เป็นแหล่งจ่ายไฟสำรองระหว่างตั้งแคมป์หรือเมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้านอกสถานที่, จุดยึดอุปกรณ์ต่างๆ บนฝาท้าย เพื่อช่วยยึดอุปกรณ์ช่างเวลาที่ต้องใช้งานแบบเอ้าท์ดอร์ โดยมีฝาครอบแบบสปริงที่สามารถปิดไว้เมื่อไม่ได้ใช้งาน, วัสดุหุ้มขอบกระยะที่ผลิตขึ้นจากพลาสติกให้ความทนทานช่วยไม่ให้ขอบกระบะ และด้านบนของฝาท้ยายได้รับความเสียหายจากการบรรทุก และขนของ โดยสามารถถอดออกจากตัวยึดได้ง่ายๆ รวมถึงพื้นปูกระบะท้ายช่วยจัดระเบียบสิ่งของ สามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยแบ่งสัมภาระ และสิ่งของที่บรรทุกได้ง่ายๆ ทำให้สิ่งของไม่เลื่อนไปมาขณะเดินทาง

เหนือสิ่งอื่นใด ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชั่น ใหม่ ให้ท่านเจ้าของรถเพลิดเพลินกับการแต่งรถตามแบบที่ต้องการด้วยอุปกรณ์เสริมมากกว่า 600 ชิ้น โดยในจำนวนนั่นรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ฟอร์ดร่วมพัฒนากับ ARB บริษัทผลิตอุปกรณ์ตกแต่งรถออฟโรดชั่นนำของโลก

Powered by MakeWebEasy.com