MECEDES-EQS 450+ AMG PREMIUM เอส-คลาสส์ในเวอร์ชันอีวี

โดย: อัฐฒา นายเรือ

The new EQS 450+ AMG Premium รถไฟฟ้ารุ่นแรกจากซับแบรนด์ Mercedes-EQ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในงาน MOTOR EXPO เมื่อปลายปีที่ผ่านมา แม้ว่ารูปทรงโดยรวมจะแลดูคล้าย เอส-คลาสส์ ออกแบบตามแนวของ CAB FORWARD DESIGN โดยที่โอเวอร์แฮงค์ หน้า-หลัง สั้น ล้อทั้งสี่ถูกยืดไปให้ใกล้มุมรถให้มากที่สุดเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร แต่ EQS ใหม่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเบนซ์ ที่ใช้แพลทฟอร์มใหม่ล่าสุด MEA หรือ Modular Electric Architecture ซึ่งทางเบนซ์ออกแบบมาเพื่อผลิตรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ พื้นตัวถังแบบเรียบ แผงแบทเตอรีจัดวางไว้ที่กึ่งกลางตัวรถ วัสดุที่ใช้ในการผลิตประกอบด้วยโลหะ, อะลูมิเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ รวมถึงวัสดุในกลุ่มรีไซเคิล คู่แข่งในตลาดรถไฟฟ้าพรีเมียมกลุ่มนี้คือ AUDI e-tron GT, PORSCHE TAYCAN และ TESLA Model S



มิติของขนาดตัวรถ ยาว/กว้าง/สูง 5,216/1,926/1,512 มม. จะยาวกว่าเอส-คลาส์ถึง 37 มม. แต่แคบกว่าอยู่ 28 มม. สูงกว่า 9 มม. ระยะห่างระหว่างฐานล้อเมื่อเทียบกับรถ ICE ในคลาสส์เดียวกันจะยาวกว่าราวๆ 106 มม. สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน .20 ซึ่งถือว่าทำได้ดีที่สุดในบรรดารถคู่แข่งในระดับเดียวกัน ขอบหน้าต่างที่บานประตูแบบไร้กรอบ ล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว มาพร้อมยาง 265/40-21


ไฮไลท์ในห้องโดยสารคือชุดระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นใหม่ แสดงผลด้วยชุดจอโค้ง OLED ขนาดใหญ่ MBUX Hyperscreen ติดตั้งตลอดแนวแผงแดชบอร์ด รวมแล้วนับเป็นการแสดงผลด้วยจอโค้งรวม 56 นิ้วเป็นรายแรกของโลก แยกเป็นมาตรวัดฟูลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้วสำหรับผู้ขับ, จอกลางขนาด 17.7 นิ้ว และจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 12.3 นิ้ว ทั้ง 2 จอเป็นสัมผัสที่มาพร้อมฟังก์ชั่นสั่น (haptic) ตัวซอฟท์แวร์เป็นระบบ MBUX รุ่นล่าสุด ระบบประมวลผลแบบ 8 core และหน่อยความจำ 24 จิกะไบต์


นอกจากนี้ในตัวรถยังมีความไฮเทคอื่นๆ อีกมากมาย เช่น กล้องด้านหลังพวงมาลัย จะคอยตรวจจับที่ใบหน้าผู้ขับ เพื่อดูแลในเรื่องความปลอดภัย ในกรณีที่พบว่า คนขับน่าจะมีอาการหลับใน มือเริ่มละออกจากพวงมาลัย ระบบนี้จะสั่งงานให้รถชะลอความเร็วลงทันที พร้อมค่อยๆ เบนตัวรถชิดขอบทางด้ายซ้ายและเบรกให้โดยอัตโนมัติ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ลํ้าสมัยมาก นอกจากนี้กล้องนี้ยังสามารถตรวจจับใบหน้าหากตรงกับที่ลงทะเบียนไว้ เมื่อเข้ามานั่งหลังพวงมาลัย รถจะปรับตําแหน่งของเบาะ-พวงมาลัย-กระจกมองข้าง รวมถึงแสงไฟแอมเบียนต์ ตามที่ผู้ขับคนนี้ตั้งค่าเอาไว้ได้อีกด้วย (ใน เอส-คลาส ฟังก์ชันนี้จะทำงานผ่านการสแกนลายนิ้วมือ)


ขับเคลื่อนจากขุมกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว แบตเตอรี่ความจุ 107.8 กิโลวัตต์-ชม. ให้กำลังสูงสุด 333 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 57.8 กก.-ม. สามารถขับเคลื่อนพาตัวรถนํ้าหนักราว 2.5 ตันไปได้อย่างสบาย (นํ้าหนักของแบทเตอรีก็เกือบจะ 1 ตัน) 


อัตราเร่ง 0 - 100 กม./ชม. ภายใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 210 กม./ชม. การชาร์จ 1 ครั้งวิ่งได้ระยะทางได้ประมาณ 770 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ของยุโรป ผู้ขับสามารถชาร์จแบทเตอรีด้วยกำลังไฟ 200 กิโลวัตต์ ภายในระยะเวลาเพียง 15 นาที EQS ก็จะสามารถวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 300 กม. เลยทีเดียว

ในรุ่นนี้จะมีมอเตอร์ตัวเดียว ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลัง ล้อหลังสามารถปรับองศาตามการเลี้ยวได้ด้วย ที่ความเร็วต่ำ ล้อหลังจะหมุนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับล้อหน้าได้มากถึง 4.5 องศา เพื่อช่วยให้วงเลี้ยวแคบขึ้น การกลับรถสะดวกยิ่งขึ้น แต่เมื่อใช้ความเร็วสูง ล้อคู่หลังจะเลี้ยวได้ในทิศทางเดียวกันกับล้อคู่หน้าเพื่อให้การเข้าโค้งทำได้ดียิ่งขึ้น

EQS 450+ AMG Premium ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน มีพิสัยการเดินทางเพียงพอที่จะขับไปกลับกรุงเทพ-เขาใหญ่ ได้สบาย โดยไม่ต้องแวะชาร์จระหว่างทาง


ในช่วงแรกของการทดลองขับ EQS 450+ AMG Premium ผมได้ลองนั่งเป็นผู้โดยสารจากช่วงสาทรไปจนถึงมวกเหล็ก การใช้งานของ GPS ในเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง มีการสั่งงานที่ละเอียดมากขึ้นที่หน้าจอขนาดใหญ่ มีรูปและแอนนิเมชันบอกทิศทางที่รถต้องไปอย่างชัดเจน แม่นยำ หลังจากที่ขึ้นทางด่วนแถวสุริวงศ์ ความเร็วก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ EQS เป็นรถที่นั่งสบายในระดับเดียวกับ เอส-คลาสส์ ระบบรองรับแบบถุงลม AIRMATIC ที่ปรับความ นุ่ม-แข็ง แบบอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ ตามความเร็วและสภาพถนน ให้การนั่งที่มีความสบาย แม้วิ่งผ่านพื้นผิวถนนที่ชำรุด  ขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงๆ ผู้นั่งจะมีความรู้สึกเหมือนกับว่ารถวิ่งไม่เร็วมากนัก ส่วนหนึ่งเกิดจากความเงียบของรถแบบ EV, การเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกและการซับแรงกระแทกของระบบรองรับเป็นไปได้อย่างดีเยี่ยม


พอรถวิ่งมาถึงช่วงมวกเหล็ก เราก็จอดแวะพักในปั๊มน้ำมัน และผมได้สลับมาเป็นผุ้ขับในช่วงต่อไปที่จะวิ่งไปยังจุดหมายร้านอาหารหรูแถวถนนธนะรัชต์ การขับใช้เวลาปรับตัวไม่นานในการสร้างความคุ้นเคย ความรู้สึกในการเร่ง เบรก หมุนพวงมาลัยบังคับทิศทางไม่ได้แตกต่างมากนักกับรถเก๋งที่วิ่งด้วยน้ำมันที่เราคุ้นเคย ระบบพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้าให้ความแม่นยำดี การขับเข้าโค้งด้วยความเร็วเป็นไปด้วยดีพร้อมความสะดวกสบายมาเต็มตามสไตล์เบนซ์ เอส-คลาสส์ แต่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า  

EQS ยังเพิ่มความเร้าใจด้วยการแต่งเสียงสังเคราะห์ในระหว่าง ขับขี่ โดยเลือกได้ 2 แบบ (หรือจะปิดก็ได้) ให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ไม่เงียบจนเกินไป ในโหมดสปอร์ต นอกจากรถจะปรับระบบรองรับแบบถุงลมให้เตี้ยลงมาจากปกติ 20 มม.แล้ว เมื่อเหยียบคันเร่งแรงๆ ผู้ขับจะได้ยินเสียงหวีดคล้ายจรวดแทนเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคย

เราใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจุดนัดหมายตอนเที่ยง เราใช้พลังงานไฟฟ้าไปราว 40% หลังแวะพักรับประทานอาหารสัก 1 ชม. เรากลับมาที่รถเพื่อนำไปวิ่ง ขึ้น-ลง เขาใหญ่ ในช่วงบ่ายนี้ เพื่อทดลองสมรรถนะ แรงบิดในการขับขึ้นลงเนินชัน ปรากฏว่าขณะที่เราจอดพัก จนท.ได้นำรถไปชาร์จ ใช้เวลาไม่นาน ไฟในแบทเตอรีก็กลับมาเต็ม 100% อีกครั้ง พร้อมให้เราเดินทางกันต่อ การขับรถขึ้นเขาใหญ่ฝั่งธนะรัชต์ที่มีหลายช่วงที่ต้องไต่ขึ้นเนินชันสลับกับการเลี้ยวโค้งไปตลอดเส้นทาง EQS มีพละกำลังเหลือเฟือ ขึ้นไปแบบนิ่มๆ สบายๆ โดยไม่มีลุ้น เมื่อเทียบกับรถเก๋งคันหน้าเราที่วิ่งด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงจะเหนื่อยกว่าเราเยอะเลย เราใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบนตัวเขาใหญ่ที่มีวิวอันสวยงามจนเราอดไม่ได้ที่ต้องแวะถ่ายภาพตัวรถกัน เราใช้เวลาอยู่ข้างบนเขาใหญ่กันสักพักจึงขับกลับลงมายังที่พักด้านล่าง โดยเราใช้โหมดให้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยหน่วงความเร็วและทำการชาร์จไฟกลับไปยังแบทเตอรี ระบบทำงานได้ดีมาก ช่วงขับลงเนินชันๆ ยาวๆ เราไม่ต้องเหยียบเบรกเลย ช่วยลดอาการเบรกร้อนหรือเฟดไปได้เยอะทีเดียว แถมยังได้พลังงานไฟฟ้ากลับมาตุนไว้ใช้ในการเดินทางอีกด้วย เรากลับมาถึงที่พักอย่างมีความสุขและสนุกมากกับการที่ได้อยู่กับรถไฟฟ้าหรูคันนี้ทั้งวัน  



สำหรับผู้ที่สนใจ EQS น่าจะในช่วงงาน MOTOR EXPO ปลายปีนี้ EQS รุ่นประกอบที่โรงงานในประเทศไทยจะเริ่มออกจำหน่าย ซึ่งทางเบนซ์ได้บอกคร่าวๆ ว่าราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 7-8 ล้านบาท และคาดว่าจะมีออฟชั่นต่างๆ มากกว่าตัวประกอบนอกที่เราทดลองขับกันอยู่นี้ถึง 20% เลยทีเดียว และอาจจะได้เป็นรุ่นที่มีมอเตอร์ 2 ตัวหน้า-หลัง ขับเคลื่อน 4 ล้ออีกด้วย

ขอขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัดและเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ได้มอบโอกาสดีๆ ให้เราได้ลองขับ EQS และอำนวยความสะดวกตลอดการทดสอบในครั้งนี้  

Powered by MakeWebEasy.com