ROLLS-ROYCE MOTOR CARS จัดงานฉลองให้กับ PHANTOM DROPHEAD COUPÉ หนึ่งในสุดยอดยนตรกรรมหรูที่เป็นดาวเด่นตลอดกาล

          โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ร่วมฉลอง "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33" หรือ "The 33rd Thailand International Motor Expo 2016" ด้วยการนำหนึ่งในยนตรกรรม Phantom Series II Drophead Coupés รุ่นสุดท้ายอันเป็นงานฝีมือชั้นเลิศจากสุดยอดแบรนด์หรูด้านยนตรกรรมมาร่วมจัดแสดง โดยปี 2016 จะเป็นปีสุดท้ายของการผลิตยานยนต์รุ่นนี้ รวมถึง Phantom Coupé ด้วย

          พอล แฮริส ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า "Phantom Drophead Coupé ถือเป็นดาวเด่นดวงหนึ่งของยนตรกรรม Rolls-Royce ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยสอดรับกับความหรูหราอันเหนือระดับของยนตรกรรมเปิดประทุนอย่างแท้จริง ทุกส่วนประกอบผสานรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัวและพร้อมสะกดทุกสายตา ทั้งยังเป็นยานยนต์รุ่นหายากที่ครองตำแหน่งยนตรกรรมที่มีค่ายิ่งสำหรับนักสะสม และนี่ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่สาธารณชนจะได้มีโอกาสใกล้ชิดยนตรกรรมชั้นเลิศนี้ เนื่องจากเราได้เดินหน้าแผนการผลิต Dawn ยนตรกรรมเปิดประทุนรุ่นล่าสุดแล้วอย่างเต็มสูบ"

          ความเป็นเลิศด้านยนตรกรรม ‘เปิดประทุน’

          นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อ 112 ปีที่แล้ว Rolls-Royce Motor Cars ได้กลายเป็นนิยามของมาตรฐานแห่งความหรูหราสำหรับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2003 หลักปรัชญานี้ได้รับการตอกย้ำจากการส่งมอบยานยนต์ Phantom รุ่นที่เจ็ดเป็นครั้งแรกให้กับลูกค้า ณ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของ Rolls-Royce ในเมืองกู้ดวู้ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ Rolls-Royce ได้สร้างตำนานบทใหม่ในฐานะผู้ผลิต "ยานยนต์ที่ดีที่สุดในโลก" (Best Car in the World)
          ในปี 2007 การถือกำเนิดของ Phantom Drophead Coupé ได้ชุบชีวิตให้กับยนตรกรรมทัวริ่งเปิดประทุนสุดหรูที่ไม่เป็นสองรองใคร ด้วยสไตล์โดดเด่นเฉพาะตัวและความสะดวกสบายในการเดินทางราวกับได้ 'นั่งบนพรมวิเศษ' ของ Rolls-Royce และในวันนี้ Rolls-Royce Dawn ทายาทโดยตรงของ Drophead Coupé พร้อมแล้วที่จะเผยให้เห็นถึงความเป็นเลิศแห่งยนตรกรรมเปิดประทุนอย่างแท้จริง
          หลังจากโลดเล่นมายาวนานเกือบทศวรรษ ก็ได้เวลาแล้วที่ Phantom Drophead Coupé จะต้องลงจากเวที และนี่จะเป็นการผลิตครั้งสุดท้ายของรุ่นด้วย ซึ่งลูกค้าของ Rolls-Royce จะได้พบกับการพัฒนาหลายอย่างใน Phantom Drophead Coupé รุ่นนี้ ตั้งแต่ห้องโดยสารด้านหลังจนถึงที่นั่งคนขับ และพร้อมเปิดกว้างให้ลูกค้าใหม่ได้ทำความรู้จักกับแบรนด์โดยตรง

          ดาวดวงเด่นของงานมอเตอร์เอ็กซ์โป

          สำหรับ Phantom Drophead Coupé ที่จัดแสดงภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปครั้งนี้ มาพร้อมคุณสมบัติที่สามารถดึงดูดความสนใจได้มากกว่าการจัดแสดงยนตรกรรมเปิดประทุนในทุกครั้งที่ผ่านมา นั่นคือ ฝากระโปรงหน้าเหล็กกล้าปัดเงา, เสา A และฝาปิดช่องเก็บหลังคาด้านหลังที่ทำจากไม้สัก โดยเหล็กกล้าปัดเงาดังกล่าวผ่านกระบวนการเก็บผิวอย่างละเอียดโดยเครื่องจักรเพื่อให้ผิวงานมีความสม่ำเสมอก่อนที่จะดำเนินการขัดผิวด้วยมือเพื่อให้ได้ความเงางามอย่างไร้ที่ติ บริเวณด้านหลังในส่วนของที่เก็บหลังคาทำจากไม้สักที่ผ่านการลงน้ำมันอย่างพิถีพิถันเพื่อคงความงามของเนื้อไม้ตามธรรมชาติและให้ความมันเงาที่ยาวนาน กล่าวคือได้ทั้งความงดงามและความทนทานไปพร้อมกัน

          ประตูเปิดด้านหน้าแบบ Coach Door ช่วยให้การก้าวเข้าไปยังที่นั่งด้านหลังง่ายดายขึ้นและยังสอดรับกับสุนทรียะโดยรวมของตัวรถอีกด้วย สำหรับรูปทรงด้านข้างนอกจากจะถอดแบบมาจากยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นคลาสสิกแห่งทศวรรษ 1960 แล้ว ยังช่วยคลายความเมื่อยล้าของร่างกายด้วยการออกแบบให้ประตูบานพับด้านหลังรองรับเสา A ได้อย่างลงตัว

          ขณะที่สัมภาระสามารถจัดเก็บไว้ในพื้นที่เก็บแบบปิกนิกซึ่งเป็นช่องด้านท้ายแบบแยกส่วนที่สามารถเปิดออกได้สองส่วน ทำให้เข้าถึงพื้นที่จัดเก็บขนาด 315 ลิตรได้อย่างสะดวก ประตูท้ายที่ลดระดับลงช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับโซนที่นั่งที่สามารถรองรับผู้ใหญ่สองคนได้อย่างสบาย
          หลังคาผ้าสีดำตัดกับตัวถังรถสี Graphite ตอกย้ำถึงการเป็นยนตรกรรมเปิดประทุนที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุด และยังมาพร้อมฉนวนกันเสียงชั้นเลิศซึ่งสร้างจากวัสดุห้าชั้น ทำให้แน่ใจได้ว่าห้องโดยสารจะเงียบสนิทแม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็ว ทั้งยังเสริมความหรูหราให้กับพื้นที่ขนาดเล็กที่เกี่ยวเนื่องกันด้วยการบุผ้าแคชเมียร์
ภายในตกแต่งด้วยโทนสี Seashell ใช้หนัง Bavarian ชั้นเยี่ยม ซึ่งถอดแบบมาจากการตกแต่งภายในของเรือยอชท์ มีก้านพวงมาลัยโลหะ ปักสัญลักษณ์ Rolls-Royce ที่พนักพิงศีรษะทั้งหมด ประดับประติมากรรม Spirit of Ecstasy ติดตั้งกาบประตูกันลื่นของ Phantom และตกแต่งด้วยแผงไม้วีเนียร์อันวิจิตร

          ตำนานแห่งความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม
          หัวใจสำคัญของ Phantom Drophead Coupé คือแชสซีอะลูมิเนียมแบบพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดหนึ่งเดียวที่สะท้อนให้เห็นถึงความประณีตบรรจงอันเป็นตำนานของแบรนด์ น้ำหนักเบาและแข็งแกร่งอย่างที่สุด ทำให้การควบคุมการขับขี่เป็นไปอย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ยนตรกรรมที่ผลิตด้วยมือรุ่นนี้ต้องเชื่อมแชสซีแต่ละส่วนที่มีความยาวมากกว่า 140 เมตรเข้าด้วยกัน ทำให้นี้เป็นหนึ่งในยนตรกรรมเปิดประทุนที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในโลก
          ขุมพลังมาจากเครื่องยนต์ V12 ที่ไม่ใช้ระบบอัดอากาศขนาด 6.75 ลิตร (ซึ่งใช้กับรุ่น Phantom) ทำให้ได้สมรรถนะที่ปราดเปรียวและสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.7 วินาทีด้วยชุดเกียร์ 8 สปีดที่เปี่ยมประสิทธิภาพ แพ็คเกจไดนามิกมาพร้อมระบบ 'Spirited Drive' ที่ดียิ่งกว่าเดิมด้วยเหล็กกันโคลงที่แข็งแกร่ง ระบบกันสะเทือนโฉมใหม่ ชุดเกียร์และระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

          ไฟหน้า LED ทั้งชุดที่ปรับความสว่างตามความเร็วของรถและสภาพภูมิอากาศ และระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ช่วยให้การกำหนดค่าระบบนำทางด้วยดาวเทียมทำได้ง่ายขึ้น มาพร้อมระบบกล้องจับภาพ 360 องศาที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ดังใจปรารถนา

          Rolls-Royce Motor Cars
          ยนตรกรรม Rolls-Royce เป็นงานฝีมือชั้นเลิศซึ่งผลิตที่สำนักงานใหญ่ของ Rolls-Royce ในกู๊ดวู๊ดเอสเตท เวสต์ซัสเซกซ์ ประเทศอังกฤษ โดยเมื่อปีที่แล้ว บริษัทได้ส่งมอบรถยนต์ไปแล้ว 3785 คันทั่วโลก โดยที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราการเติบโตสูงสุด และลูกค้ายังสามารถระบุส่วนประกอบที่ต้องการสั่งทำเป็นพิเศษ (Bespoke) ได้ตามต้องการ สิ่งนี้ตอกย้ำสถานะของแบรนด์ในฐานะเจ้าแห่งยนตรกรรมสุดหรูที่ผลิตด้วยมืออย่างแท้จริง
          สำหรับตัวแทนจำหน่าย Rolls-Royce Motor Cars อย่างเป็นทางการในประเทศไทยดำเนินงานโดยบริษัท มิลเลียนแนร์ ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้บริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด

          โดยภายในงาน โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ยังได้จัดแสดงยนตรกรรมรุ่น Ghost Series II และ Wraith ด้วย
          สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Rolls-Royce ภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปจะมีสิทธิ์ได้ไปเยี่ยมชมแหล่งผลิตยนตรกรรม Rolls-Royce ที่เมืองกู้ดวู้ดเป็นเวลา 4 วัน 3 คืน

Powered by MakeWebEasy.com