Scomadi หนีจีนซบไทย เท 300 ล้านสร้างโรงงานใหม่


           สกูตเตอร์อังกฤษ สโกมาดิ หนีจีนย้ายฐานการผลิตมาไทย ทุ่มเงินลงทุนกว่า 300 ล้านบาทตั้งโรงงานใหม่ กำลังการผลิต 20,000 คัน/ปี รับคำสั่งซื้อแล้วกว่าหมื่นคัน ส่งขายทั่วโลก ฉลองโรงงานใหม่เปิดตัวรุ่นใหม่ 200 ซีซี ปลายเดือนมีนาคมเป็นโมเดลแรกในไทย ส่วนรุ่น 400-600 ซีซีมาแน่อดใจรอ

           นายพิมล ศีวิกรม์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สโกมาดิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมงบลงทุนเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท เพื่อตั้งโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ สกูตเตอร์ สโกมาดิ แห่งใหม่ ในประเทศไทยมีกำลังการผลิตสูงถึง 20,000 คันต่อปี เพื่อรองรับการส่งออกไปยังทั่วทุกภูมิภาคของโลก
           ซึ่งโรงงานแห่งใหม่นี้จะอยู่ภายใต้ชื่อ บริษัท มารินเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างผู้ก่อตั้งแบรนด์ สโกมาดิ คือ นายพอล เมลิซิ และนายฟรานซิส เฮนรี่ แซนเดอร์สัน ในสัดส่วน 20% นางทยา ทีปสุวรรณ 40% และนายพิมล ศีวิกรม์ 40%
           “ปัจจุบันเราลงทุนในส่วนของโรงงานไปแล้วราว 150 ล้านบาท การดำเนินการคืบหน้าไปมาก สามารถขึ้นไลน์ทดลองประกอบได้สำเร็จ คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมผลิตขายจริงในเดือนเมษายน ขณะนี้เรามีคำสั่งซื้อมากกว่า 10,000 คัน ทั้งจากอังกฤษ ยุโรป เกาหลี และออสเตรเลีย ซึ่งยังไม่นับรวมสหรัฐอเมริกา ดังนั้นมูลค่าการลงทุนจะยังไม่นิ่ง เราจึงเตรียมงบไว้ถึง 300 ล้านบาทและเพิ่มขึ้นได้ตามคำสั่งซื้อที่เติมเข้ามา”
           สำหรับเหตุผลในการย้ายฐานการผลิตครั้งนี้ เนื่องจากโรงงานผลิตเดิมที่ประเทศจีนนั้นทำผิดเงื่อนไข โดยมีการลักลอบจดเครื่องหมายการค้า scomdi ทำให้ บริษัท สโกมาดิเวิลด์ไวด์ จำกัด ในฐานะบริษัทแม่ได้รับความเสียหาย จึงทำการยกเลิกสัญญาจ้างผลิตกับโรงงานจีนรายนั้น พร้อมกับยื่นฟ้องเพื่อเรียกคืนสิทธิ์เครื่องหมายการค้า scomadi อีกด้วย
          ปัจจัยสำคัญที่เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเนื่องจากมองแล้วว่า ไทยมีศักยภาพในการผลิตรถจักรยานยนต์คุณภาพสูงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งจักรยานยนต์แบรนด์ระดับโลกอื่น ๆ ก็ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ประกอบกับความชอบส่วนตัวที่มีต่อเมืองไทยของผู้ก่อตั้งแบรนด์ทั้ง 2 คน ทำให้เขาย้ายฐานการผลิตมาที่นี่
           ในส่วนของรถจักรยานยนต์ที่วางแผนจะทำตลาดนั้น เตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดขนาดเครื่องยนต์ 200 ซีซี ในงานมอเตอร์โชว์เดือนมีนาคมนี้ ขณะที่รุ่น 125 ซีซี จะมีการเปลี่ยนโฉมใหม่ โดยโฉมเดิมรุ่นประกอบจีนนั้นยุติการผลิตไปแล้วเหลือค้างในสต้อกเพียง 200 คัน มีราคาเริ่มต้น 97,000 บาท สำหรับเป้าการขายปีนี้ตั้งไว้ที่ 2,000 คัน
           การย้ายมาผลิตในเมืองไทยนั้นมีผลดีกับทั้งตัวสินค้าที่จะได้คุณภาพดีขึ้น และราคาที่สมเหตุผลมากกว่าเดิม ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ 400-600 ซีซี ยังคงอยู่ในแผนการทำตลาดแต่ยังต้องรอความพร้อมในหลาย ๆ ด้านก่อนจึงจะเดินหน้าต่อไปได้

Powered by MakeWebEasy.com