ร.ร.อนุบาลทุ่งฝน จ.อุดรธานี ผงาดคว้าแชมป์ประเทศไทย ในการแข่งขัน “สพฐ.-เอ.พี. ฮอนด้า วิ่ง 31 ขาสามัคคี ปีที่ 12"


          การแข่งขัน “สพฐ.- เอ.พี. ฮอนด้า วิ่ง 31 ขาสามัคคี ปีที่ 12" รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ได้โฉมหน้าผู้ชนะเป็นที่เรียบร้อย "โรงเรียนอนุบาลทุ่งฝน จ.อุดรธานี" โชว์พลังสามัคคีสุดฝีเท้า เข้าเส้นชัยได้เร็วที่สุดในบรรดา 30 ทีมที่ผ่านเข้าร่วมร่วมชิงชัยในรอบสุดท้าย ด้วยเวลา 9.03 วินาที คว้าแชมป์ประเทศไทยสมัยที่ 4 พร้อมรับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปครองได้สำเร็จ 

          ความเคลื่อนไหวกิจกรรม "สพฐ.-เอ.พี. ฮอนด้า วิ่ง 31 ขาสามัคคีปี 12" ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการผนึกกำลังร่วมกันของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมจุดพลังฝันสู่พลังสามัคคี ภายใต้แนวคิด “ครบรอบ 12 ปี จุดพลังสามัคคีให้เยาวชนไทย” เฟ้นเยาวชนที่มีพลังความสามัคคีและพร้อมเพรียงมากที่สุดจำนวน 30 ทีม จาก 4 ภาคทั่วประเทศ ผ่านเข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ได้ดำเนินมาถึงรอบชิงแชมป์ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย โดยได้รับเกียรติจาก นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, พลเอกสุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,คุณสุชาติ อรุณแสงโรจน์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจาก สำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), ร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ตัวแทนร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าฯ และผู้สนับสนุน ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ณ สนามกีฬาหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ การกีฬาแห่งประเทศไทย (สนามฟุตบอล 1)

          โดยเยาวชนทั้ง 30 ทีม เป็นจำนวนกว่า 1,200 คน ที่โชว์พลังสามัคคีคว้าโควตาผ่านเข้าชิงชัยในรอบชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งนี้ ประกอบด้วย ภาคกลาง 8 ทีม ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลบ่อทอง จ.ชลบุรี, โรงเรียนวัดป้อมวิเชียรโชติการาม จ.สมุทรสาคร, โรงเรียนบ้านเขารวก (ร่วมมิตรพัฒนา) จ.สระบุรี, โรงเรียนวัดอ้อมน้อย (มิตรครูราษฎร์รังสรรค์) จ.สมุทรสาคร, โรงเรียนหน้าพระลาน(พิบูลสงเคราะห์) จ.สระบุรี, โรงเรียนวัดนางแก้ว จ.ราชบุรี, โรงเรียนวัดสาลวนาราม ทีม A จ.กาญจนบุรี, โรงเรียนศึกษาสรรค์ จ.สมุทรปราการ
          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 ทีม ได้แก่ โรงเรียนอนุบาลทุ่งฝน จ.อุดรธานี, โรงเรียนเมืองอำนาจเจริญ ทีม A จ.อำนาจเจริญ, โรงเรียนชุมชนยอดแก่งสงเคราะห์ จ.กาฬสินธุ์, โรงเรียนอนุบาลบึงกาฬวิศิษฐ์อำนวยศิลป์ จ.บึงกาฬ, โรงเรียนบ้านลองตอง ทีม A จ.นครราชสีมา, โรงเรียนบ้านต้องหนองสระปลา จ.อุดรธานี, โรงเรียนบ้านอ่างหิน(เพียรพิทยาคาร) ทีม A จ.อุบลราชธานี, โรงเรียนบ้านโคก จ.ศรีสะเกษ, โรงเรียนวัดโชติการาม จ.นครราชสีมา, โรงเรียนบ้านหนองบัวบาน(บัวบานวิทยาคม) ทีม A จ.สุรินทร์, โรงเรียนบ้านหินดาด ทีม A จ.นครราชสีมา
          ภาคเหนือ 7 ทีม ได้แก่ โรงเรียนบ้านริมใต้ ทีม A จ.เชียงใหม่, โรงเรียนบ้านห้วยต้มชัยยะวงศาอุปถัมภ์ จ.ลำพูน, โรงเรียนอนุบาลศรีสัชนาลัย (บ้านหาดสูง) จ.สุโขทัย, โรงเรียนบ้านเวียงหมอก จ.เชียงราย, โรงเรียนบ้านปากกาง (ประชาราษฎร์รังสฤษฏ์) จ.แพร่, โรงเรียนอนุบาลแพร่ จ.แพร่, โรงเรียนท่าปลาอนุสรณ์ 1 จ.อุตรดิตถ์
          ภาคใต้ 4 ทีม ได้แก่ โรงเรียนอามานะศักดิ์ จ.ปัตตานี, โรงเรียนมานิตานุเคราะห์ จ.สุราษฎร์ธานี, โรงเรียนบ้านแม่ขรี (สวิงประชาสรรค์) จ.พัทลุง, โรงเรียนชุมชนบ้านช่องม้าเหลียว จ.สุราษฎร์ธานี


           ผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมที่โชว์พลังสามัคคีวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยความเร็วที่สุดตกเป็นของทีมโรงเรียนอนุบาลทุ่งฝน จ.อุดรธานี โดยมีหัวหน้าทีมคือ ด.ญ. นพรัตน์ สมบัติกำไร สนับสนุนโดยบริษัท รุ่งเรืองอินเตอร์ (2008) จำกัด ด้วยเวลา 9.03 วินาที ครองเจ้าแห่งความเร็วและความสามัคคี ผงาดคว้าแชมป์ระดับประเทศไทยในกิจกรรม สพฐ.-เอ.พี. ฮอนด้า วิ่ง 31 ขาสามัคคีปี ประจำปีที่ 12 ได้สำเร็จ พร้อมครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลและสถาบันการศึกษา รวมถึงเหรียญรางวัล และเงินสนับสนุนการแข่งขัน จำนวน 30,000 บาท

 


          ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมโรงเรียนเมืองอำนาจเจริญ ทีม A จังหวัดอำนาจเจริญ สนับสนุนโดยห้างหุ้นส่วนจำกัดเกียรติสุรนนท์อำนาจเจริญ วิ่งสามัคคีเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 9.06 วินาที รับถ้วยรางวัลและเงินสนับสนุนการแข่งขัน จำนวน 20,000 บาท ส่วนรองชนะเลิศลำดับที่ 3-5 ทีมจะได้รับถ้วยรางวัล และเงินสนับสนุนการแข่งขันจำนวนทีมละ 20,000 บาท รองชนะเลิศลำดับที่ 6-10 จะได้รับถ้วยรางวัล และเงินสนับสนุนการแข่งขันจำนวนทีมละ 10,000 บาท รองชนะเลิศลำดับที่ 11-30 จะได้รับเงินสนับสนุนการแข่งขันจำนวนทีมละ 5,000 บาท และนอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลทีมแต่งกายยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมโรงเรียนอนุบาลศรีสัชนาลัย (บ้านหาดสูง) จังหวัดสุโขทัย และรางวัลทีมกองเชียร์ดีเด่น ได้แก่ ทีมโรงเรียนเมืองอำนาจเจริญ ทีม A จังหวัดอำนาจเจริญ โดยทั้ง 2 ทีมได้รับเงินสนับสนุนรางวัลละ 5,000 บาท

          สำหรับกติกาการแข่งขันและคุณสมบัตินักกีฬาที่เข้าร่วมแข่งขันนั้น ในแต่ละทีมจะต้องประกอบไปด้วยนักกีฬาตัวจริง 30 คน นักกีฬาตัวสำรอง 4 คนและต้องมีผู้นำทีม (หัวหน้าทีมที่เป็นนักเรียน) 1 คน ครูผู้ควบคุมการฝึกซ้อม 1-3 คน ซึ่งนักกีฬาทั้งหมดจะต้องเป็นทีมนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนเดียวกันในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 อายุระหว่าง 10-12 ปี โดยนักกีฬาในทีมสามารถเป็นทีมชายล้วน หญิงล้วน หรือผสมชาย-หญิงก็ได้ กติกาการแข่งขันในแต่ละทีมต้องมีนักกีฬาจำนวน 30 คน ผูกขาติดกัน แล้ววิ่งเป็นระยะทาง 50 เมตร นักกีฬาแต่ละทีมสามารถวิ่งได้ 2 ครั้ง คณะกรรมการจะบันทึกเวลาครั้งที่ดีที่สุดของแต่ละทีม จากนั้นคัดเลือกทีมที่สามารถทำสถิติเวลาได้ดีที่สุดเป็นจำนวนตามสัดส่วนของแต่ละภาค รวม 30 ทีมจาก 4 ภาค เข้าสู่การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

          ทั้งนี้ ในปัจจุบันนี้สถิติโลกที่ Guinness World Records บันทึกไว้ เป็นสถิติของทีมโรงเรียนศิลปะป้องกันตัวเส้าหลินต้ากั่ว จากประเทศจีน ที่ทำเวลาได้ 08.41 วินาที ขณะที่สถิติของประเทศไทยยังเป็นของทีมโรงเรียนชลประทานผาแตก จ.เชียงใหม่ ที่ทำเวลาได้ 8.53 วินาที

          สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/honda31legs

Powered by MakeWebEasy.com