การเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ "โรลส์-รอยซ์ แบล็ค"


          โรลส์-รอยซ์ เผยโฉม โรลส์-รอยซ์ แบล็ค แบดจ์ เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 สะกดทุกสายตาให้จับจ้องไปยังชาเลนเจอร์ ฮอลล์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อยลโฉมโรลส์-รอยซ์ เรธ แบล็ค แบดจ์ (Wraith Black Badge) ที่เป็นสุดยอดไฮไลต์ของงานในครั้งนี้


โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีดำสนิท

          การพลิกโฉมอย่างเฉียบคมจากโรลส์-รอยซ์ เรธ เป็น แบล็ค แบดจ์ เริ่มตั้งแต่สัญลักษณ์หน้ารถ Spirit of Ecstasy หรือก็คือ ‘Flying Lady’ อันโด่งดังซึ่งยังคงไว้ซึ่งรูปร่าง ลักษณะท่าทาง และวัสดุที่ใช้ผลิต โดยมีการปรับเปลี่ยนเพียงแค่สีสันเพื่อสื่อถึงเสน่ห์อันลึกลับของแบล็ค แบดจ์ เทพีองค์นี้ได้ถูกเปลี่ยนโฉมให้กลายรูปปั้นสตรีสีดำเงาวาววับที่แสนจะโฉบเฉี่ยวท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนของเมือง

          ตราสัญลักษณ์รูปตัว R สองตัวที่บริเวณด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังของเรธเปลี่ยนเป็นสีเงินและสีดำ ส่วนอุปกรณ์บนพื้นผิวรถซึ่งผลิตขึ้นจากโครเมียม เช่น ตะแกรงหน้ารถ ชุดครอบฝากระโปรงหลัง ชุดครอบช่องลมเข้า และท่อไอเสียถูกเปลี่ยนเป็นสีเข้มเพื่อให้กลมกลืนไปกับเงาที่ทอดมาจากท้ายรถ



          ภายในตัวรถนั้น สีดำยิ่งปรากฏให้เห็นเด่นชัดจากการลงสีและแลคเกอร์เคลือบสีซ้อนทับกันหลายชั้นอย่างพิถีพิถันที่สุดด้วยมือเพื่อให้สีมีความชัดเจน ผลที่ออกมาจึงเป็นสีดำที่มืดสนิทยิ่งกว่าท้องฟ้ายามค่ำคืน ถือเป็นเฉดสีที่เข้มที่สุดที่รถยนต์เคยมีมา

          ในฐานะที่บีสโป๊กคือส่วนหนึ่งของโรลส์-รอยซ์ แน่นอนว่าลูกค้าสามารถเลือกสีภายนอกและภายในโรลส์-รอยซ์ แบล็ค แบดจ์ ของตนได้ตามต้องการ

ความหรูหราที่ลึกลับยิ่งขึ้น

          ความหรูหราอันลึกลับแผ่ซ่านไปทั่วห้องโดยสารของเรธ แบล็ค แบดจ์ นับตั้งแต่ส่วนกลางของรถซึ่งผลิตจากเส้นใยคาร์บอนที่ร้อยด้วยอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในยานอวกาศ เส้นอลูมิเนียมที่หนาเพียง 0.014 มม. ถูกร้อยเรียงและยึดเข้าไว้ด้วยกันด้วยเส้นใยคาร์บอนจากกระบวนการที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันเป็นอย่างสูง ผลที่ออกมาจึงเป็นวัสดุสำหรับยนตรกรรมระดับซูเปอร์ลักชูรีที่ล้ำยุคที่สุดในโลก

          เครื่องหมายอนันต์ที่สื่อถึง ‘ความไร้ขีดจำกัด’ ปรากฏอยู่ทั้งบนหน้าปัทม์ของรถ พนักพิงศีรษะ และปักอยู่บนเบาะที่นั่ง โดยเป็นทั้งสัญลักษณ์ของแนวคิดที่กล้าหาญและท้าทายของแบล็ค แบดจ์ หรืออาจสื่อถึงความเป็นปฏิปักษ์ต่อกฎเกณฑ์แบบเดิมๆ ของสังคมก็ได้เช่นกัน ในส่วนของการตกแต่งในขั้นตอนสุดท้ายนั้น ภายในรถจะมีแสงไฟสลัวๆ ที่ส่องมาจากเพดานสีดำลายดาวระยิบระยับ เสมือนแสงของยามสนธยาที่ปกคลุมไปทั่วห้องโดยสาร ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูลึกลับน่าค้นหามากยิ่งขึ้น



ขุมพลังที่สัมผัสได้

          เนื่องจากเรธเป็นโรลส์-รอยซ์ที่ทรงพลังที่สุดในโลกด้วยกำลัง 624 แรงม้า รถรุ่นนี้จึงเป็นยานยนต์ที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่มากที่สุดในบรรดายนตรกรรมรุ่นต่างๆ ในการสร้างสรรค์เรธ แบล็ค แบดจ์ ขึ้นมานั้น วิศวกรได้ผสานแรงบิดสูงพิเศษ (+70 นิวตันเมตร) เข้ากับกำลังส่งออกระดับสูงที่มีอยู่ พร้อมระบบกันสะเทือนออกแบบใหม่ทั้งหมด เพลาขับรุ่นใหม่ และชุดเกียร์ 8 สปีดที่ทรงพลังยิ่งขึ้นโรลส์-รอยซ์ได้สร้างสรรค์ยนตรกรรมเรธที่คล่องแคล่วและให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่มากกว่าเดิม โดยยังคงมาพร้อมกับเทคโนโลยี Rolls-Royce Magic Carpet Ride เพื่อความสบายในการขับขี่เอาไว้อย่างครบครัน

          แบล็ค แบดจ์ ขับเคลื่อนบนท้องถนนผ่านเส้นใยแบบใหม่พิเศษที่ทำจากคาร์บอนและล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนากว่า 4 ปี ประกอบไปด้วยเส้นใยคาร์บอน 22 ชั้นวางซ้อนกันบนแกนทั้งสามและพับทบอีกชั้นหนึ่งจนเกิดเป็น 44 ชั้นที่แข็งแรงและสามารถต้านการสั่นสะเทือนได้ นอกจากนี้ ยังเสริมความแข็งแกร่งด้วยดุมล้อสามมิติที่ผลิตจากอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอากาศยานและยึดเข้ากับขอบล้อด้วยสายรัดที่ผลิตจากไทเทเนียม

          ลูกค้าสามารถสั่งจองเพื่อเป็นเจ้าของโรลส์-รอยซ์ รุ่นเรธ แบล็ด แบดจ์ ภายในปี 2560 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้นที่ 34.9 ล้านบาท

*ราคาจะขึ้นอยู่กับลักษณะพิเศษที่สั่งทำ

Powered by MakeWebEasy.com