Honda Civic Hatchback นิยามแห่งความลงตัว


          เมื่อเอ่ยถึงตลาดรถยนต์แบบแฮทช์แบ็คในเมืองไทย แบรนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำตลาดและสามารถปลุกกระแสรถยนต์แบบท้ายเปิดเข้าห้องโดยสารของเมืองไทย ชื่อของ “ฮอนด้า” จะต้องอยู่ในลำดับแรกอย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะห่างหายจากการทำตลาดรถแบบนี้ไปสักพักใหญ่ แต่คนไทยความจำดี


          ฮอนด้ากลับมาทำตลาดรถแฮทช์แบ็คอีกครั้งในปีนี้ ด้วยการเปิดตัวฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ค เข้ามาเสริมทัพไลน์การขายให้เพิ่มมากขึ้น โดยเลือกเอาเครื่องขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบตัวแรง เข้ามาประจำการโดยจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ซีวีที ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า “ลงตัว” แบบสุด ๆ

 


          ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้ แม้จะมีขนาดความจุกระบอกสูบเพียง 1.5 ลิตร แต่กลับมีพลังสูงสุดถึง 173 แรงม้า เทียบเท่ากับรถที่มีขนาดความจุสูงกว่า ขอบคุณเทคโนโลยี “เทอร์โบ” ซึ่งมาเข้าคู่กับ “วีเทค” อันเลื่องชื่อ ทำให้ความแรงและความประหยัดสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แถมยังลดขนาดของเครื่องยนต์ลงได้อีกด้วย ส่วนแรงบิดอาจจะไม่มากไม่มายที่ระดับ 220 นิวตันเมตร เพียงพอกับคำว่าสนุกในแบบสปอร์ตได้


          สำหรับการออกแบบดีไซน์ ทุกชิ้นส่วนมีเหตุและผลสนับสนุนในการที่มันจะมีเป็นแบบนั้น ยกตัวอย่างเช่น ระดับความสูงของคอนโซลหน้าต้องอยู่ที่ระดับนี้เพื่อให้ได้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ลงตัวทั้งเวลาวิ่งช้าและเวลาขับมาก ๆ หรือชิ้นส่วนที่อยู่ติดด้านหน้าฝากระโปรงรถ ออกแบบมีไว้เพื่อซับแรงกระแทกและป้องกันการบาดเจ็บเมื่อเกิดการชนคนเดินถนน เพราะคนที่ถูกชนจะไม่โดนฝากระโปรงหน้า (ที่เป็นเหล็กชิ้นใหญ่) แต่จะโดนชิ้นส่วนเล็กนั้นก่อนทำให้บาดเจ็บน้อยลง

 


          ไม่เว้นแม้แต่การที่ฮอนด้า เอาปลายท่อไอเสีย ไปซ่อนเอาไว้โดยไม่โผล่ปลายออกมา ทั้ง ๆ ที่เป็นท่อไอเสียแบบท่อคู่ ซึ่งจะให้ความรู้สึกเป็นสปอร์ตมากกว่าการเอาไปหลบ นั่นก็เป็นเพราะฮอนด้า มีรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่หน้าตาคล้ายคลึงกันแต่ปลายท่อไอเสียเป็นแบบท่อคู่ทะลุบั้นท้าย ไม่ต้องบอกก็พอรู้เนอะว่ารุ่นอะไร...อิอิ

 


          ความรู้สึกแรกที่จับพวงมาลัย คิดว่าคงไม่ต่างจากรุ่น ซีดาน เท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้ออกตัว เฮ้ย!!! มันเนียนนะ พวงมาลัยค่อนข้างเบามากที่ความเร็วต่ำ แต่จะหนักมือขึ้นเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง กดคันเร่งออกตัวในโหมดปกติ ชอบความเนียนของการไล่เสตปความเร็ว และเมื่อเปลี่ยนมาสู่โหมดสปอร์ต ขับสนุกขึ้นอย่างชัดเจน

 


          ความเร็วสูงสุดตามคำบอกเล่าของฮอนด้าคือ 200 กม./ชม. และเมื่อได้ทดลองขับจริง ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ค ก็ไม่ทำให้ทีมงานฮอนด้าผิดหวัง ตัวเลขที่กล่าวอ้างมานั้นเป็นทำได้จริง โดยที่ความเร็วระดับต่ำกว่า 140 กม./ชม. ลงมา เราขับแบบไม่รู้สึกว่าเร็วเลย ตัวรถค่อนข้างนิ่งมาก ขอบคุณช่วงล่างหน้า อิสระแมคเฟอร์สันสตรัท และหลังแบบอิสระมัลติลิงค์ที่ให้ผลลัพท์ในการขับขี่อย่างดีเยี่ยม

          อีกหนึ่งสิ่งที่จะลืมไม่ได้เลยนั่นก็คือ ตัวเลขอัตราการบริโภคน้ำมัน ฮอนด้า อ้างอิงที่ตัวเลขเฉลี่ย 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ส่วนการขับจริงผมขับแบบบดขยี้ค่อนข้างหนักตัวเลขอาจจะได้ไม่ดีเท่าการอ้างอิงแต่ก็อยู่ในระดับ 10-12 กม./ลิตร ได้

          การเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร เป็นอีกสิ่งที่ประทับใจเราเช่นกัน ความเร็วระดับ 150 กม./ชม. มีเสียงลมประทะเข้ามารบกวนเพียงเบา ๆ เท่านั้น แถมเสียงยางบดถนนก็แทบจะไม่ได้ยินหากวิ่งด้วยความเร็วที่ต่ำกว่า 100 กม/ชม.

 


          ระบบเกียร์ซีวีที ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น แพดเดิลชิฟ และโหมดสปอร์ต ทำให้การขับขี่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและครบถ้วนทุกสไตล์การขับ การใช้งานปุ่มแพดเดิลชิฟ แค่เพียงปุ่มบวกลบสำหรับการเปลี่ยนเกียร์ สามารถกดได้ทุกโหมดโดยในโหมด D จะทำงานแล้ว ลดหรือเพิ่มเกียร์ตามการกด แล้วกลับเข้าโหมด D ปกติ แต่ในโหมด S จะเป็นการค้างตำแหน่งเกียร์เอาไว้ โดยไม่เปลี่ยนไปเกียร์อื่น ให้ความรู้สึกเหมือนขับเกียร์ธรรมดา แต่ไม่ต้องเหยียบคลัทช์

 


          ในแง่ของฟังก์ชั่นและอุปกรณ์ต่าง ๆ การใช้งานง่าย ไม่ต้องบรรยายเพิ่ม Honda Civic Hatchback มีมาให้อย่างครบครับ จะแตกต่างจากรุ่นท็อปของตัวซีดาน 4 ประตูก็คือ ระบบนำทางหรือเนวิเกเตอร์เท่านั้น นอกนั้นเป็นรายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อย

          เมื่อหันมามองค่าตัว 1,169,000 บาท ของ Honda Civic Hatchback ต้องบอกว่าเป็นราคาที่ “เร้าหรือ” มาก ไม่ถึงกับถูกจนไม่ต้องคิด และไม่ได้แพงจนมองข้าง เป็นราคาที่มีตัวเลือกและคู่แข่งอยู่เยอะ แต่หากคุณกำลังมองหา รถแนวสปอร์ตสักคันที่ตอบสนองการใช้งานแบบเอนกประสงค์ในราคาล้านต้น ๆ คงไม่ต้องตอบนะครับว่า ผมเลือกคันไหน “Honda Civic Hatchback นิยามของความลงตัว”

Powered by MakeWebEasy.com