VOLVO V90 Cross Country แต่งหล่อ ยกระดับการผจญภัย


          Cross Country จาก VOLVO ถือกำเนิดขึ้นในปี 1997 หรือร่วม 20 ปีที่ผ่านมา ยุคนั้นเป็นการนำรถแวนยอดนิยมรุ่น V70 มายกสูง ใส่การ์ดกันกระแทกรอบคัน พร้อมทั้งยกระดับในการลุยด้วยระบบ AWD แต่ยังรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ด้วยความแตกต่างจากบรรดารถแวนหรือเอสเตทที่มีอยู่เกลื่อนตลาด จึงทำให้ Cross Country เก็บตกลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์รักการผจญภัยไปได้ไม่น้อย



          สำหรับ Cross Country โมเดลล่าสุด มาในร่างของ V90 พี่ใหญ่ของ V-series เป็นรถแวนที่มีตัวถังใหญ่สุด และหรูสุดในค่าย V90 Cross Country ดู Extreme ขึ้นอีกไม่น้อย จากตัวถังที่ยกสูงขึ้นอีก 57 มิลลิเมตร (เมื่อเทียบกับ V90) พร้อมเฟนเดอร์บริเวณซุ้มล้อ และการ์ดกันกระแทกรอบคัน ตำแหน่งการติดตั้งเน้นที่ชายล่างของตัวถัง เพื่อลดการกระแทกจากเศษหิน โดยอุปกรณ์ Adventure ของ V90 Cross Country จะตกแต่งได้ลงตัวกว่าโมเดล Cross Country ในอดีต นั่นเพราะ ทีมออกแบบเน้นโชว์เส้นสายบนพื้นผิวตัวถังเช่นเดียวกับ V90 ซึ่งดูสวยงามและโฉบเฉี่ยวอยู่แล้ว



          ดีไซน์ และการตกแต่งห้องโดยสาร ดูเรียบหรู และชวนสัมผัสไม่เป็นรองคู่แข่งแบรนด์เยอรมัน ทีม Interior Design จาก VOLVO โชว์ความประณีตในทุกองค์ประกอบ เบาะนั่งดีไซน์ใหม่บางลง Side Support รองรับทั้งลำตัว และช่วงขา ขณะที่เบาะนั่งด้านหลังให้ Leg Room มาแบบเหลือเฟือ ห้องโดยสารถูกออกแบบให้ปรับแต่งได้อย่างอเนกประสงค์ ขยับขยายความจุในการขนสัมภาระอย่างจุใจในสไตล์รถแวนอย่างแท้จริง



          V90 Cross Country มีรุ่นเครื่องยนต์ให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย ไม่ใช้แยกเพียงแค่ เครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ดีเซล แต่ยังแยกย่อยไปตามระดับความแรง สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลถูกแบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ D4 และ D5

          เครื่องยนต์ดีเซล D4 (D4204T14) และ D5 (D4204T23) ใช้พื้นฐานฮาร์ดแวร์ร่วมกันเกือบทั้งหมด ได้แก่ ตัวเครื่องยนต์แถวเรียง 4 สูบ ปริมาตรกระบอกสูบ 1,969 ซีซี. ใช้ระยะ Bore x Stroke ขนาด 82.0 x 93.2 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 15.8:1 ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง ‘i-Art Common Rail Direct Injection’ สร้างแรงดันที่ปลายหัวฉีดได้สูงสุด 2,500 บาร์ สามารถฉีดน้ำมันได้เร็วติดต่อถึง 9 ครั้ง ต่อ 1 วัฏจักรการเผาไหม้

          ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ดีเซล D4 และ D5 ไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน ความน่าสนใจจึงมาอยู่ที่ ‘ระบบอัดอากาศ’ เครื่องยนต์ D4 มาพร้อมเทคโนโลยี ‘Serial-sequential two-state turbo’ ใช้เทอร์โบต่างขนาด 2 ตัว แบ่งหน้าที่กันทำงานในย่านรอบต่ำ และรอบสูง เพื่อแก้ปัญหาอาการรอรอบ ขณะที่เครื่อง D5 หรือเวอร์ชั่นแรง ยกระดับมาใช้ ‘Serial-sequential two-state turbo with one VNT’ ความหมาย คือ 1 ใน 2 ของเทอร์โบในเครื่องยนต์ D5 จะทรงพลังยิ่งขึ้นด้วยเทอร์โบแปรผัน แถมยังเพิ่มเติมมาด้วยนวัตกรรมล่าสุด ในส่วนของระบบอัดอากาศจากค่าย VOLVO ที่ใช้ชื่อว่า ‘PowerPulse’

          เครื่องยนต์ D4 มาพร้อมพละกำลัง 190 hp ที่ 4,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 Nm ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที มีค่า CO2 เพียง 138 กรัม/กิโลเมตร ขณะที่เครื่อง D5 แรงม้าขยับขึ้นไปที่ 235 hp ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 480 Nm ที่ 1,750-2,250 รอบ/นาที มีตัวเลข CO2 ในระดับ 139 กรัม/กิโลเมตร

          สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน VOLVO ใช้แนวคิดเดียวกับเครื่องยนต์ดีเซล ประกอบด้วยรุ่น T5 (B4204T23) และ T6 (B4204T27) ใช้บล็อก 4 สูบแถวเรียง ขนาดความจุ รวมทั้งระยะ Bore x Stroke เท่ากับเครื่องดีเซลทุกประการ ระบบอัดอากาศเครื่องยนต์ T5 ใช้เทอร์โบชาร์จเจอร์ ขณะที่ T6 จัดเต็มทั้งซูเปอร์ชาร์จ และเทอร์โบ ซูเปอร์ชาร์จใช้แรงฉุดจากเครื่องยนต์ เก่งกับการทำงานในรอบต่ำ ย่านรอบสูงจะถูกลดบทบาทลง ขณะที่เทอร์โบย่านรอบต่ำ ไอเสียมีแรงดันน้อย จึง Standby รออยู่ เมื่อรอบเครื่องสวิงเกิน 3,500 รอบ/นาที ซูเปอร์ชาร์จจะส่งช่วงต่อ ให้เทอร์โบรับหน้าที่อัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ทันที

          ขุมพลังเบนซิน T5 และ T6 ใช้ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง Direct Injection เครื่องยนต์ T5 มีอัตราส่วนกำลังอัด 10.8:1 ขณะที่ T6 ลดลงมาที่ 10.3:1 ลำดับการจุดระเบิด 1-3-4-2 เครื่องยนต์ T5 เรียกแรงม้าออกมาใช้งาน 254 hp ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 Nm ในรูปแบบ Flat-torque เช่นเดียวกับเครื่องดีเซล 1,500-4,800 รอบ/นาที มีค่า CO2 169 กรัม/กิโลเมตร ขณะที่เครื่องยนต์ T6 มาพร้อมแรงม้า 320 hp ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 Nm ที่ 2,200-5,400 รอบ/นาที ปล่อย CO2 ปนมากับไอเสีย 176 กรัม/กิโลเมตร

          เกียร์สเปคยุโรปมีให้เลือกทั้ง แมนนวล 6 สปีด, อัตโนมัติ 6 สปีด และอัตโนมัติ 8 สปีด ขณะที่ระบบขับเคลื่อน AWD จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน V90 Cross Country ทุกรุ่นเครื่องยนต์ ใช้ระบบ AWD เจเนอเรชั่นล่าสุด (Gen.5) ผลงานของเซียนวงการระบบขับเคลื่อนอย่าง BorgWarner การกระจายกำลังควบคุมของระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เน้นความแม่นยำ และตอบสนองอย่างฉับไว ตามสภาวะการขับขี่ ในสภาพการขับขี่ปกติ กำลังจากเครื่องยนต์จะถูกส่งไปขับเคลื่อนล้อหน้าแบบ 100% เมื่อล้อหน้าเกิดการสลิป หรือถ่ายทอดกำลังได้ไม่สมบูรณ์ จากพื้นผิวถนนที่มีแรงเสียดทานต่ำ (หิมะ, โคลน, ทราย) ระบบจะจัดสรรกำลังไปให้ล้อหลังช่วยขับเคลื่อน ซึ่งส่งไปได้สูงสุดที่ 50% (50:50)



          V90 Cross Country เป็นรถอเนกประสงค์ที่รองรับการใช้งานในทุกสภาพถนน และทุกสภาพภูมิอากาศ ความหรูหราไฮคลาส จัดเต็มเช่นเดียวกับ S90 ซึ่งเป็นรถซีดานระดับเรือธงประจำค่าย ขณะที่ความยืดหยุ่นของห้องโดยสารโดดเด่นไม่แตกต่างจาก V90 ระยะ Ground Clearance หรือความสูงใต้ท้องรถที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับระบบขับเคลื่อน AWD ที่ชาญฉลาดช่วยลดข้อจำกัดต่าง ๆ ในการเดินทาง V90 Cross Country จึงเป็นรถอเนกประสงค์ที่ลงตัวสูงสุด สำหรับท่านที่ชอบรถแนว Adventure แต่ยังต้องการความคล่องตัว สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน


ภาพและภาพยนตร์ : Volvo Car Corporation
เรียบเรียง : Pitak Boon

 

 

Powered by MakeWebEasy.com