“ตลาดต่อยอดฯ” เดินหน้ากว่า 60% ตามแผน ชูไทยศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์อาเซียน 


          ตลาดต่อยอดฯ บนพื้นที่ 150 ไร่ ย่านบางปะอิน พร้อมเปิดให้บริการช่วงไตรมาสแรกปี 2561 รวมสินค้ากว่า 2 ล้านรายการจากผู้ผลิต, ผู้ค้าส่ง, ผู้นำเข้า-ส่งออก, เจ้าของธุรกิจ, ผู้ขายสินค้าออนไลน์, ลูกค้าองค์กร, สตาร์ทเตอร์ และกลุ่มนักธุรกิจต่างประเทศกว่า 2.5 พันร้านค้า ชูจุดเด่นศูนย์สนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีแบบครบวงจร, ศูนย์ขนส่งอาเซียนครอบคลุมทั้งประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน พร้อมศูนย์แสดงสินค้า 5 พันตารางเมตร ล่าสุดพัฒนาระบบอี-คอมเมิร์ซช่วยต่อยอดและเชื่อมโยงให้การค้าสมบูรณ์แบบ



          นายธนฑิต เจริญจันทร์ เจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฎิบัติการกลุ่มรีเทล บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเซ็ทเวิร์ล .(TCC Land Asset World) ในเครือไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น หรือ “ทีซีซี กรุ๊ป” กล่าวถึงความคืบหน้า “โครงการตลาดต่อยอด เออีซี เทรด เซ็นเตอร์” (Taradtoryod AEC Trade Center) ตลาดกลางการค้าใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคอาเซียนว่า หลังจากเริ่มก่อสร้างโครงการเมื่อเดือน ต.ค.2559 ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้ว 60% คาดว่าเฟสแรกจะเปิดให้บริการบนพื้นที่รวม 150 ไร่ ติดถ.พหลโยธิน ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ภายในปลายไตรมาสแรกของปี 2561 ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยปัจจุบันมีผู้เช่าพื้นที่แล้ว 60% คาดว่าเมื่อถึงสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 80% และครบ 100% เต็มพื้นที่รวมประมาณ 2.5 พันร้านค้า

          ตลาดต่อยอดฯ มีมูลค่าลงทุน 6 พันล้านบาท ถือเป็นตลาดกลางการค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งภูมิภาคอาเซียนที่รวบรวมสินค้าและร้านค้าจำนวนมากบนพื้นที่กว่า 3 แสนตารางเมตร โดยมีผู้ผลิต, ผู้ค้าส่ง, ผู้นำเข้า-ส่งออก, เจ้าของธุรกิจ, ผู้ขายสินค้าออนไลน์, ลูกค้าองค์กร, สตาร์ทเตอร์ และกลุ่มนักธุรกิจต่างประเทศ ทั้งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ภายในประเทศและต่างประเทศ พร้อมด้วยบริการครบวงจรภายในโครงการในรูปแบบวันสต็อปเซอร์วิส อาทิ โกดังเก็บสินค้า, ศูนย์บริการขนส่งอาเซียน, ศูนย์บริการข้อมูลทางธุรกิจ, ระบบตรวจมาตรฐานสินค้า, ศูนย์ออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์, ศูนย์บริการให้การสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีแบบครบวงจร (SMEs Solution Service) ฯลฯ

 

แบ่งหมวดหมู่สินค้า 2 ล้านรายการแยก 10 อาคาร 


          สำหรับสินค้าและบริการต่าง ๆ ภายในโครงการคาดว่าเบื้องต้นจะมีมากกว่า 2 ล้านรายการ แบ่งตามอาคารต่าง ๆ 10 อาคาร คือ
          อาคาร 1 สินค้าแฟชั่นเครื่องประดับ, อุปกรณ์กีฬา, เครื่องสำอาง, สปา, ของเล่น, กิฟต์ช็อป, วัตถุดิบสิ่งทอ, ธนาคาร และ SMEs Solution Service มีพื้นที่รวม 1.1 แสนตารางเมตร
          อาคาร 2 สินค้าอาหาร, วัตถุดิบด้านการผลิตอาหาร, บรรจุภัณฑ์อาหาร และศูนย์แสดงสินค้า มีพื้นที่รวม 4.7 ตารางเมตร
          อาคาร 3 สินค้าอุปกรณ์ประดับยนต์, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือช่าง มีพื้นที่รวม 1.6 หมื่นตารางเมตร
          อาคาร 4 สินค้าตกแต่งบ้านและร้านค้า มีพื้นที่รวม 2.6 หมื่นตารางเมตร
          อาคาร 5 สินค้าอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและศูนย์อาหาร มีพื้นที่รวม 4.1 พันตารางเมตร
          อาคาร 6 สินค้าวัสดุก่อสร้าง มีพื้นที่รวม 1.3 หมื่นตารางเมตร
          อาคาร 7 ตลาดกลาง มีพื้นที่รวม 6.6 พันตารางเมตร
          อาคาร 8 ศูนย์โลจิสติกส์ มีพื้นที่รวม 3.7 พันตารางเมตร
          อาคาร 9 คลังเก็บสินค้าและโกดังสินค้าให้เช่า มีพื้นที่รวม 6.4 พันตารางเมตร
          อาคาร 10 สินค้าของฝาก-ของที่ระลึก



          จุดเด่นของโครงการคือ ศูนย์จัดแสดงสินค้าขนาด 5 พันตารางเมตรภายในอาคาร 2 เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมทางการตลาดด้านต่าง ๆ เช่น งานแสดงสินค้าและงานอีเว้นท์ต่าง ๆ ที่จะช่วยในการต่อยอดการขายของผู้ประกอบการในโครงการ รวมถึงการจัดนิทรรศการสัมมนาเพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับด้านธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีศูนย์ขนส่งอาเซียนที่อำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าในทุกช่องทางครอบคลุมทั้งประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน พร้อมคลังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ โดยได้ร่วมมือกับบริษัทเครือข่ายศูนย์บริการขนส่งสินค้าต่าง ๆ

          สำหรับ SMEs Solution Service ถือเป็นการอำนวยความสะดวกด้านการติดต่อหน่วยงานราชการ เป็นที่ปรึกษาให้ความรู้ในการช่วยพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจการค้าให้ผู้ประกอบการในทุกด้าน เช่น ด้านการขาย ด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า การช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยสิทธิพิเศษจากการร่วมมือกันระหว่างโครงการตลาดต่อยอดกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน ด้วยเป้าหมายการเป็นศูนย์บริการครบวงจรเพื่อการต่อยอดธุรกิจให้กับผู้ประกอบการอย่างแท้จริง

 

ร่วมมือ 5 หน่วยงานรัฐ พร้อมพัฒนาระบบอี-คอมเมิร์ซ

          นายธนฑิต กล่าวด้วยว่า ล่าสุด กลุ่มบริษัททีซีซีฯ ยังได้ลงนามความร่วมมือ หรือ MOU ร่วมกับ 5 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานวิจัยและเทคโนโลยีแห่งชาติ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME Bank ทำให้โครงการฯ เผยแพร่สู่กลุ่มเป้าหมายทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก เจ้าของธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ผู้ค้าสินค้าออนไลน์ ตลอดจนส่งเสริมผู้ประกอบการให้ขายสินค้าในระดับประเทศและนานาชาติได้เร็วยิ่งขึ้น



          “ตลาดต่อยอดฯ ยังได้พัฒนาระบบอี-คอมเมิร์ซขึ้นมาเฉพาะเพื่อเชื่อมโยงให้การค้าสมบูรณ์ยิ่งขึ้นซึ่งจะส่งผลดีทั้งผู้ค้าขาย ผู้ผลิตและผู้ซื้อมากมาย รวมถึงเป็นช่องทางการขยายการค้าสู่ระดับสากล โดยเน้นเจาะตลาดออนไลน์และการซื้อ-ขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ถือเป็นแพลตฟอร์มดิจิตอลที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกช่องทางการขายในทุกเครือข่ายเว็บไซต์ออนไลน์และอี-คอมเมิร์ซทั่วโลกรวมไว้ในที่เดียว เช่น Lazada, Alibaba, Amazon เป็นต้น โดยตลาดต่อยอดฯ จะเป็นตัวกลางการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจกับเครือข่ายออนไลน์ทั่วโลก ซึ่งระบบนี้จะช่วยในเรื่องการจัดการซื้อขาย การขนส่ง ประหยัดเวลา สะดวกสบาย เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการต่อยอดธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ โดยจะเปิดทดลองระบบภายในปลายปี 2560”

          ตลาดต่อยอดฯ ยังจะทำแอปพลิเคชั่น AEC Trade Centre Application เพื่อให้เป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มาเดินภายในโครงการในรูปแบบของ Navigation Map ที่จะระบุตำแหน่งที่ตั้งของร้านค้าภายในโครงการอย่างแม่นยำ รวมไปถึงให้ข้อมูลของประเภทร้านค้า สินค้า ราคา โปรโมชั่น ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดความสะดวกสบายต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

Powered by MakeWebEasy.com