ไหว้พระ ขอพร บนดินแดนเพื่อนบ้าน “ย่างกุ้ง”  

 

          “ย่างกุ้ง” อดีตเมืองหลวงของประเทศเมียนมาร์ (หรือพม่า) ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีประชากรกว่า 7 ล้านคน และยังเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของประเทศพม่าด้วย

          'มาดามลอย' ได้มีโอกาสมาเยือนเมียนมาร์อีกครั้งกับคาราวานมาสด้า บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจอาเซียน โดยเริ่มขับตั้งแต่เวียดนาม ลาว พม่า และสิ้นสุดที่ไทย แน่นอนเมื่อได้มาเยือนอีกครั้ง ก็ขอไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเขาสักหน่อย

 

 

          สถานที่ท่องเที่ยวในย่างกุ้งอันดับหนึ่งต้องยกให้ “พระมหาเจดีย์ชเวดากอง” เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับแรกที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่เดินทางมาพม่าจะต้องเข้าไปเยี่ยมชมและสักการะ เจดีย์ชเวดากอง แปลว่า พระเจดีย์ทองคำแห่งเมืองตะเกิง ...“ชเว” คือ ทอง ส่วน “ดากอง” คือชื่อของเมืองย่างกุ้ง (พม่าอ่านออกเสียงว่า ตะโกง) เป็นพระเจดีย์ทองคำที่สร้างขึ้นบนเนินเขาที่ชื่อว่า Thienguttara Hill หรือ Singuttara Hill เจดีย์นี้จึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความโดดเด่นมากในเมืองย่างกุ้ง โดยขนาดของเจดีย์ชเวดากองมีความสูงทั้งหมด 48 เมตร มีความกว้างประมาณ 105 เมตร

 

 

          “เจดีย์ชเวดากอง” นั้นถือว่าเป็นเจดีย์ที่สวยงามมาก และเก่าแก่มาก เพราะสร้างขึ้นเมื่อ 2,500 ปีที่แล้ว เนื่องด้วยความศรัทธาของชาวพม่า ที่มักนิยมบริจาคเพชรพลอยของมีค่าต่าง ๆ ให้กับพระเจดีย์ทำให้เจดีย์องค์นี้มีเครื่องประดับมีค่าเป็นจำนวนมากกว่า 5,000 ชิ้น โดยเฉพาะเพชรที่ประดับอยู่บนยอดเจดีย์นั้น กล่าวกันว่าขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือคนเลยทีเดียว ส่วนด้านล่างรอบ ๆ จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปจำนวนมาก โดยเฉพาะพระพุทธรูปประจำวันเกิด ผู้ที่เข้ามามนัสการหรือเยี่ยมชมจะต้องถอดรองเท้า ถุงเท้า ทุกครั้ง สำหรับนักท่องเที่ยวมีลิฟต์ไว้บริการแต่ต้องเสียเงินซึ่งก็ไม่แพงมากนัก ประมาณ 8,000-10,000 จ๊าด เทียบกับเงินไทยก็ประมาณ 200-250 บาท



          อีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยงพลาดไม่ได้เลยโดยเฉพาะคนไทยคือ “เทพทันใจ” หรือ “นัตโบโบยี” ซึ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำด้านข้างของเจดีย์โบตาทาวน์ ชาวพม่ามีความเชื่อกันว่าไม่ว่าจะสร้างเจดีย์ใด ๆ ที่ไหนก็ตามจะต้องมีเทพคอยคุ้มครองดูแลเจดีย์ ซึ่งเจดีย์แห่งนี้ก็มีเทพทันใจคอยคุ้มครองนั่นเอง

          สำหรับเจดีย์โบตาทาวน์ เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาของพระพุทธเจ้า ภายในมีโบราณวัตถุอันล้ำค่ามากมาย ทั้งพระพุทธรูป ข้าวของเครื่องใช้ ภายในเป็นสีทองเหลืองอร่ามและสวยงามมาก

 

 

          การสักการะ “เทพทันใจ” จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการเรื่องของการสักการะอยู่หน้าวัดแต่มาดามลอยแค่เข้าไปไหว้ขอพร พร้อมธนบัตรพม่า 1 ใบ ไทย 1 ใบ เสียบไว้ตรงนิ้วของพระเทพทันใจและอธิฐานขอพร หลังจากนั้นหยิบธนบัตรไทยกลับบ้านเก็บไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเรา ส่วนธนบัตรพม่าบริจาคให้กับวัดไว้ และลูบ ๆ ไม้เท้าท่านด้วยก่อนออกมา หลังจากนั้นเดินไปขอพรเทพกระซิบ เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้กระซิบใกล้หูของท่านแต่เราต้องซื้อผ้ามาและมีเจ้าหน้าที่โยงพามาให้เรากระซิบผ่านผ้า ...ทำไมเป็นเช่นนี้ก็ไม่ทราบได้ เพราะพูดภาษาพม่าไม่เป็น เลยไม่รู้จะถามใครตอนนั้น

 

 

          หลังจากนั้นเราได้เดินทางไปมนัสการ “พระตาหวาน” หรือ “พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี” เป็นพระนอนองค์ใหญ่ที่สุดของพม่ามีความยาว 65 เมตร นอนตะแคงขวาและถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีความงดงามที่สุดในพม่า พระพักตร์ได้รูปตาสีขาวขนตางอนยาว ดวงตาเป็นแก้ว เปลือกตาสีฟ้า แต้มสีแดงที่พระโอษฐ์ จีวรพลิ้วไหวราวกับของจริง จึงได้ชื่อว่า “พระตาหวาน”  ที่ปลายสุดพระบาทมีภาพวาดลายธรรมจักรฝ่าพระบาท รายล้อมด้วยรูปมงคล 108 ประการ เป็นสถานที่เที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ต้องไปให้ได้

 

 

          สำหรับนักช้อปแน่นอนเราต้องแวะ “ตลาดสก๊อต” (Scott Market) เป็นสถานที่ช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศเมียนมาร์ ตั้งแต่อาหารนานาชาติ เสื้อผ้า ของที่ระลึกต่าง ๆ เครื่องเงิน อัญมณี ไม่แกะสลัก ผ้าไหมลายต่าง ๆ ถ้วยชาม อาหารแบบชาวบ้าน เป็นต้น 

 

 

          พม่า ถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านเรา อยู่ไม่ไกล ไปมาง่ายมาก เพียงแค่นั่งเครื่องบินลงย่างกุ้งประมาณชั่วโมงหนึ่งก็ถึงแล้ว ....ใครสนใจก็แวะมาทักทายเพื่อนบ้าน-ไหว้พระ เพื่อเสริมศิริมงคลให้แก่ตัวเอง..ก็เรียนเชิญค่ะ

เรื่อง : มาดามลอย
ภาพ : ผู้สื่อข่าวทริปมาสด้า

 

 


Powered by MakeWebEasy.com