รพ.มะเร็งสุราษฎร์ธานี พร้อมรองรับบริการ คาดกลางปี 2562 บุคลากรและเครื่องมือจัดเต็ม


          รองอธิบดีกรมการแพทย์ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี ที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน คาดกลางปี 2562 บุคลากรและเครื่องมือเพียงพอต่อการรักษายิ่งขึ้น

          นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมรูปแบบการบำบัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งของโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี ที่มีความสมบูรณ์ในการเป็นสถาบันวิชาการโรคมะเร็งที่มีมาตรฐานของกรมการแพทฺย์และเป็นต้นแบบแห่งการสร้างสรรค์องค์ความรู้ นวัตกรรม วิทยาการทางการแพทย์ การพัฒนา บุคลากรทางการแพทย์ ที่โดดเด่นด้านมะเร็ง เป็นคลังความรู้ แหล่งอ้างอิงทางวิชาการโรคมะเร็งของเขตสุขภาพ และมีความโดดเด่นในการจัดบริการทางการแพทย์ ในระดับที่ซับซ้อน ยุ่งยาก แบบครบวงจรด้านโรคมะเร็ง ในเขตสุขภาพที่ 11ซึ่งสามารถดำเนินงานตามแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาโรคมะเร็ง ตามเป้าหมายที่กรมการแพทย์กำหนดไว้ ประกอบด้วย ลดอัตราการตาย ลดอัตราการป่วย ลดระยะเวลารอคอยการรักษา และสถานบริการได้มาตรฐาน โดยให้บริการรักษามะเร็งทั้งวิธีการรังสีรักษา เคมีบำบัด ผ่าตัด รวมทั้งการรักษาแบบประคับประคอง



          นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โรงพยาบาลมะเร็งสุราษฏร์ธานี เป็นโรงพยาบาลขนาด 200 เตียง ซึ่งทำหน้าที่ศึกษาวิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการแพทย์ และรองรับการส่งต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งตั้งแต่ระดับตติยภูมิ ปัจจุบัน มีจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการประมาณ 10,800 คน ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่และนครศรีธรรมราช โดยปัจจุบันเปิดให้บริการผู้ป่วยใน 90 เตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยมะเร็งที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณ สร้างอาคารบําบัดรักษาและรังสีวินิจฉัย เพื่อรองรับการติดตั้งเครื่องมือทางรังสีวินิจฉัยและเครื่องมือทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์รวมทั้งหอผู้ป่วยโรคมะเร็ง รูปแบบการบริการ ได้แก่ การบริการผู้ป่วยนอก การบริการผู้ป่วยใน รับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ส่งต่อ ซึ่งการรักษาได้แก่การรักษาด้วยเคมีบําบัด รังสีรักษา การผ่าตัด รวมทั้งการรักษาแบบประคับประคอง ซึ่งมีบุคลากรแพทย์-พยาบาล ตลอดจนเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพียงพอรองรับอุบัติการณ์โรคมะเร็งในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เตรียมเปิดให้บริการงานด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ที่มีประโยชน์ต่อการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ และมะเร็งที่แพร่กระจายไปยังกระดูก อีกแผนงานคือ เปิดให้บริการด้านรังสีร่วมรักษา ซึ่งมีประโยชน์ในการรักษามะเร็งตับ โดยสามารถเปิดให้บริการได้ในกลางปี 2562 และตั้งเป้าเป็นองค์กรชั้นนำด้านโรคมะเร็งที่ประชาชนเข้าถึงด้วยความเชื่อมั่นและวางใจภายในปี 2563



          สถานการณ์โรคมะเร็งในภาคใต้พบว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่จํานวน 10,322 รายต่อปีแบ่งเป็น เพศชาย 4,535 รายต่อปี เพศหญิง 5,788 รายต่อปีและพบอุบัติการณ์โรคมะเร็งเมื่อจําแนกเป็นชนิดโรคมะเร็ง พบว่าในเพศชาย พบมะเร็งปอดสูงเป็นอันดับหนึ่ง จํานวน 899 รายต่อปีรองลงมาคือมะเร็งตับ จํานวน 678 รายต่อปี และมะเร็งลําไส้จํานวน 554 รายต่อปีในเพศหญิงพบว่า มะเร็งเต้านมสูงเป็นอันดับหนึ่ง จํานวน 901 รายต่อปี รองลงมาคือมะเร็งปากมดลูก จํานวน 738 รายต่อปี และมะเร็งลําไส้จํานวน 327 รายต่อปี และเมื่อประมาณการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในแต่ละปี พบว่าในภาคใต้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง จํานวน 7,018 รายต่อปีส่วนสถานการณ์โรคมะเร็งรายใหม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีพบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 1,092 รายต่อปีและเมื่อจําแนกตามรายเพศ พบว่า ในเพศชาย พบจํานวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 495 รายต่อปี เพศหญิง 597 รายต่อปี และได้จําแนกตามชนิดมะเร็ง พบว่า ในเพศชาย พบมะเร็งปอดเป็นอันดับหนึ่งจํานวน 110 รายต่อปี รองลงมาคือมะเร็งตับจํานวน 75 รายต่อปี และมะเร็งลําไส้จํานวน 58 รายต่อปี ส่วนในเพศหญิงอันดับหนึ่งมะเร็งเต้านมจํานวน 98 รายต่อปรองลงมา มะเร็งปากมดลูกจํานวน 89 รายต่อปี และ มะเร็งปอดจํานวน 41 รายต่อปี และเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งประมาณ 742 รายต่อปี



          โรคมะเร็ง เป็นโรคที่มักจะพบในผู้สูงอายุ และจากอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า โรคมะเร็งในภาคใต้มีแนวโน้มที่สูงขึ้น ทั้งเพศหญิงและเพศชาย โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านมที่มีอัตราการเพิ่มสูงขึ้นชัดเจนกว่าโรคมะเร็งชนิดอื่น โรคมะเร็งช่องปากเมื่อเทียบกับของประเทศไทยหรือภูมิภาคต่าง ๆ พบว่า ในเขตภาคใต้มีแนวโน้มอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งช่องปากที่สูงกว่าภูมิภาคอื่น ๆ และมะเร็งลําไส้ที่ทิศทางที่สูงขึ้นเช่นกัน ส่วนโรคมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคมะเร็งที่มีอุบัติการณ์คงที่

Powered by MakeWebEasy.com