ทดลองขับ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 คูเป้ / คอนเวอร์ทิเบิล และ M4

โดย...อัฐฒา นายเรือ


          บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้จัดให้ผู้สื่อข่าวได้ทดลองขับ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 ไมเนอร์เชนจ์ ประกอบไปด้วย 430i คูเป้และคอนเวอร์ทิเบิล ทั้งในเวอร์ชัน Luxury และ M Sport แถมท้ายด้วยทอพ ออฟ เดอะ ไลน์ คือ M4 คูเป้ ที่ให้พละกำลังถึง 431 แรงม้า

 

 

          เราออกเดินทางกันในช่วงสาย ๆ ด้วยรถบีเอ็มฯ ซีรีส์ 4 คอนเวอร์ทิเบิล เอม สปอร์ต ซึ่งผมเป็นผู้ขับมือแรกจากตึกออลซีซัน ถ.วิทยุ มุ่งตรงไปยัง ถ.พระราม 4 เพื่อขึ้นทางด่วนไปต่อมอเตอร์เวย์ และสลับกับเพื่อนกลางทาง โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่สนามแข่งรถ พีระฯ เซอร์กิต พัทยา ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งเราจะทดลองขับรถ ซีรีส์ 4 ทุกรุ่นกันในวันนี้

          ในสภาพใช้งานจริงบนถนนหลวง ซึ่งในวันนั้นสภาพการจราจรอยู่ในเกณฑ์ปานกลางไม่หนาแน่นมาก จึงทำให้เราได้มีโอกาสใช้ความเร็วกันได้บ้าง รถรุ่นนี้ให้พละกำลังที่แรงกำลังดีสำหรับการใช้งานโดยทั่วไป ขับสนุก อัตราเร่งจัดจ้านเรียกมาใช้งานได้ตลอดเวลา จะขับแบบเรื่อย ๆ สบาย ๆ หรือต้องการความเร้าใจในการขับขี่ก็ย่อมทำได้ ให้ความคล่องตัวสูง สิ่งที่น่าชมเชยคือ แม้ว่าจะเป็นหลังคาเปิดพับโดยอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าแต่เสียงรบกวนภายในห้องโดยสารทำได้เงียบมากราวกับเป็นรถสปอร์ตคูเป้ที่เป็นหลังคาชิ้นเดียวกับตัวถัง วัสดุเก็บเสียงทำหน้าที่ได้ดีมาก ระบบรองรับเซ็ตได้หลายระดับทั้ง Sport / Sport Plus และ Comfort แล้วแต่ผู้ขับขี่ต้องการความสะดวกสบายหรือจะเน้นการขับขี่เป็นหลัก ในรุ่น M Sport จะมีแป้น Paddle Shift อยู่ด้านหลังพวงมาลัยไว้สำหรับผู้ขับขี่ในยามที่ต้องการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเอง

          เรามาถึงสนามแข่ง พีระฯ เซอร์กิต ในช่วงเที่ยง หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเป็นที่เรียบร้อย เราก็ลงไปขับ ซีรีส์ 4 ในทุกรุ่น รวมทั้ง M4 ที่จอดเรียงรายไว้รอพวกเราอยู่

 

 

          คิวผมได้มีโอกาสลอง M4 ตัวแรง เป็นคันแรกเลย สนามแข่งแห่งนี้เราค่อนข้างขับบ่อยและคุ้นเคยกับสภาพสนามและโค้งต่าง ๆ มาเป็นอย่างดี เลยง่ายต่อการที่จะปรับตัวแค่เรากับรถเท่านั้น M4 เสียงเครื่องยนต์เร้าใจมากทีเดียว โหด ดุดัน ราวกับรถแข่งทางเรียบ ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบใหม่ กำลังสูงสุดทำได้ถึง 431 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตัน-เมตรที่ 1,850-5,500 รอบ/นาที ซึ่งมากกว่าแรงบิดสูงสุดของ M3 อยู่ประมาณ 40% แม้จะมาพร้อมสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น แต่ M4 คูเป้ ลดอัตราสิ้นเปลืองพลังงานและอัตราการปล่อยมลพิษได้ถึง 25% และสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลาเพียง 4.1 วินาที ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ M 7 สปีด ลดน้ำหนักของตัวได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 80 กิโลกรัม คัดเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบา โดยใช้พลาสติกเสริมใยคาร์บอน (CFRP) และอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบของโครงแชสซีส์และตัวถัง นอกจากนี้ หลังคายังสร้างจากวัสดุคาร์บอนเสริมใยทั้งหมด

          หลังจากเจ้าหน้าที่มาแนะนำเรื่องการใช้เกียร์และระบบต่าง ๆ เป็นทีเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มลุยในทันทีโดยการขับรถเป็นขบวนชุดละ 4 คัน โดยมีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นนักแข่งรถนำเราไปสู่ทางตรงและทางโค้งต่าง ๆ รอบสนาม ขับกันรุ่นละ 3 รอบ

 

 

          M4 ไม่ทำให้เราผิดหวังเลย สร้างความประทับใจให้กับเรามากเกินความคาดหมาย เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ควบคุมง่ายและไปได้เร็วมาก ระบบรองรับแบบสปอร์ตที่สามารถควบคุมแรงม้า 400 กว่าตัวได้เป็นอย่างดีกลับไม่ให้ความรู้สึกที่แข็งกระด้างมากมายกว่ารถที่ขับใช้งานโดยทั่วไปเลย 3 รอบสนามผ่านไปด้วยความรวดเร็วจนเราแทบไม่อยากจอดรถเพื่อไปลองขับรถรุ่นอื่น

          การขับในรุ่นคอนเวอร์ทิเบิล เปิดประทุนทั้งในเวอร์ชัน M Sport และ Luxury ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ตัวเดียวกันกับรุ่นคูเป้ เป็นแบบเบนซิน 4 สูบ ให้กำลังถึง 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตัน เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.3 วินาที และเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง วงล้อขนาด 19 นิ้ว  

          อัตราเร่งอาจไม่จัดจ้านเท่ากับรุ่นคูเป้เพราะส่วนหนึ่งจากน้ำหนักของกลไกในการเปิดประทุนและส่วนปลีกย่อยต่าง ๆ ทำให้มีน้ำหนักตัวรถโดยรวมมากกว่าคูเป้ถึง 200 กก. หรือประมาณเพิ่มผู้โดยสารเข้าไปด้วยอีก 3 คน เห็นได้ชัดขณะขับวิ่งไล่รุ่นอื่น ๆ อาจโดนทิ้งห่างอยู่บ้างในบางช่วง แต่ก็พอให้ความรู้สึกของความสปอร์ตที่เร้าใจได้ไม่เลวทีเดียว

 

 

          ส่วนในรุ่น Luxury ระบบรองรับจะเซ็ตไว้ค่อนข้างนุ่มกว่ารุ่น M Sport ให้ความสะดวกสบายแต่การขับในสนามที่ต้องใช้ความเร็วสูง การเข้าโค้งอาจทำได้ไม่มั่นใจเท่ากับระบบรองรับที่เซ็ตมาแบบสปอร์ต แต่สำหรับการใช้งานทั่วไปอาจจะไม่แตกต่างกันมากมายจนเห็นได้ชัดเหมือนการขับอยู่ในสนามแข่ง กลับให้ความนุ่มนวลดี เหมาะมากกับใช้งานในทุกวัน

          ต่อจากนั้นเราก็สลับรถไปขับ 430i คูเป้ ทั้งในเวอร์ชัน M Sport และ Luxury ที่ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ให้กำลังถึง 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 5.8 วินาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ความรู้สึกก็อยู่ในแนวเดียวกันกับ คอนเวอร์ทิเบิล กล่าวคือ รุ่น M Sport จะให้การควบคุมที่คมและแม่นยำกว่า Luxury ที่เน้นความนุ่มนวล สะดวกสบาย แต่การที่คูเป้เบากว่ารุ่นเปิดประทุนอยู่ 200 กก. มีผลพอสมควรกับอัตราเร่ง การเร่งออกโค้ง การทรงตัวที่ควบคุมง่ายขึ้นจากตัวรถที่เบา การขับขี่จึงสนุกและเร้าใจกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน ทุกรุ่นเสริมความหล่อด้วยวงล้อขนาด 19 นิ้วเช่นเดียวกับ Luxury แต่มีลวดลายที่แตกต่างกัน ซีรีส์ 4 ทุกรุ่นจะมาพร้อมยางสปอร์ตซีรีส์ต่ำที่ไม่ใช้ยาง รัน-แฟลท สำหรับผู้ที่ต้องการขับชิล ๆ กินลม ชมวิว ริมชายทะเลหรือบนเนินเขาอากาศดี ๆ คงต้องเลือกคอนเวอร์ทิเบิลเพื่อที่จะรับบรรยากาศรอบตัวได้อย่างเต็มที่

          หลังจากที่ทดลองขับกันอย่างเต็มที่ในสนามแข่ง ยังมีรอบพิเศษที่ให้ครูฝึกที่เป็นนักแข่งรถขับ M4 ให้เราลองนั่งเป็นผู้โดยสารรอบสนามแบบไปเต็มเพื่อให้เราได้สัมผัสกับประสิทธิภาพและความสามารถต่าง ๆ ของระบบที่จะมาช่วยเราในเรื่องความปลอดภัยในขณะที่รถเสียอาการ เราลองนั่งกัน 2 รอบ ด้วยความทึ่งในฝีมือคนขับและฝีเท้าของ M4 ที่ทำได้มากกว่าที่เราคาดคิดไว้มากมายทีเดียว

          หลังจากนั้นเราก็ขับรถกลับมาสู่ตึก ออลซีซัน กองบัญชาการของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ด้วยรุ่น คูเป้ M Sport คันงามเป็นรถที่แรงพอตัว ขับสบาย เป็นรถสปอร์ตที่สามารถนำมาขับใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน เรามาถึงจุดหมายปลายทางในช่วงค่ำ

          เรามาดูรายละเอียดที่ตัวรถกันว่ามีอะไรพิเศษกันบ้างนะครับ ไฟซีนอน ถูกแทนที่ด้วยไฟหน้า LED รูปแบบใหม่ และมาพร้อมไฟหน้าตัดหมอก LED ไฟท้ายแบบ LED ช่องดักอากาศที่ได้รับการปรับเปลี่ยน รวมทั้งอุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ มีความสวยงามเร้าใจกว่าเดิม ส่วนในรุ่น M Sport จะมีชุดแต่ง M Aerodynamics รอบคันในสไตล์รถแข่งติดตั้งมาอย่างเรียบร้อยจากโรงงานกันเลย   

 

 

 

          ความยาวของฐานล้อและความกว้างของตัวรถจะมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ ในขณะที่ความสูงลดลง เพิ่มความปราดเปรียวสไตล์สปอร์ต คูเป้มากยิ่งขึ้น ระยะห่างระหว่างล้อกับกันชนหน้าที่สั้น แต่มีความยาวของฝากระโปรงหน้ามากขึ้น และห้องโดยสารที่เน้นความสะดวกสบาย รวมถึงแนวหลังคาที่ลาดลงอย่างสวยงาม

          การออกแบบภายในของ ซีรีส์ 4 เคลือบด้วยสีเงินและโครเมียม ตัดกับสีดำเงาของแผงคอนโซลกลางอย่างลงตัว ให้ภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราและทันสมัย ส่วนในรุ่น Luxury จะตกแต่งด้วยลายไม้ แผงควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้รับการตัดเย็บแบบตะเข็บคู่ และยังมาพร้อมกับเครื่องหนังและตะเข็บสีใหม่ให้เลือกแต่งได้ตามสไตล์ที่เหมาะกับบุคลิกของผู้ขับ และในรุ่น M Sport ทั้ง คูเป้ และ คอนเวอร์ทิเบิล จะมาพร้อมระบบเสียงระดับไฮเอนด์รอบทิศทางจาก Harman Kardon  

 

 

          รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่มีสีตัวถังให้เลือก ได้แก่ สีน้ำเงิน Snapper Rocks และสีส้ม Sunset และยังมีอุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือกสรรได้ตามความชอบ

 

 

ราคาบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4

          บีเอ็มดับเบิลยู 430i คูเป้ Luxury : 3,499,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          บีเอ็มดับเบิลยู 430i คูเป้ M Sport : 3,799,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          บีเอ็มดับเบิลยู 430i คอนเวอร์ทิเบิล Luxury : 3,999,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          บีเอ็มดับเบิลยู  430i คอนเวอร์ทิเบิล M Sport : 4,299,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          บีเอ็มดับเบิลยู M4 คูเป้ : ราคาเริ่มต้นที่ 8,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

          ขอขอบคุณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ที่ดูแลเราเป็นอย่างดีตลอดการเดินทาง  

Powered by MakeWebEasy.com