“ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” มหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหม สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป

 

          กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ จัดงาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” มหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากไหม สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป สินค้า OTOP พร้อมร้านอาหารสุดแซ่บรวมเกือบ 100 ร้านค้า ครั้งแรกกับการชมผ้าไหมที่ได้รับรางวัลทองคำพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และผ้าไหมแพรวาพระราชินี มูลค่ากว่า 600,000 บาท และกิจกรรมภาคบันเทิงจากเหล่าศิลปินชื่อดัง

 

 

          นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานการจัดงาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการยกระดับผ้าไหมกลุ่มจังหวัดสู่การเป็นศูนย์กลางออกแบบผลิตภัณฑ์จากไหมในภูมิภาค กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ ประกอบไปด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ โดยร่วมกันจัดงาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” มหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากไหม สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์ OTOP โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไหม และผลิตภัณฑ์จากไหมกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อีกทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ เชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายทางการค้าผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ OTOP และเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นการผลิตผ้าไหมในแต่ละภูมิภาคให้มีการพัฒนาและรักษาไว้ให้สืบต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน

 

ผ้ารางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

 

          ปัจจุบันผ้าไหม เป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ถึงความประณีต งดงาม และบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งผ้าไหมแต่ละถิ่นจะมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น “ผ้าไหมสาเกต” จากสาเกตนคร ชื่อในอดีตของเมืองร้อยเอ็ด ตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคอีสานมานานกว่า 200 ปี ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพเสริม และสืบทอดวัฒนธรรมทอผ้ามาจากบรรพบุรุษ ผ้าไหมสาเกตมีทั้งผ้าซิ่น ผ้าโสร่ง สไบ ผ้าพื้น ฯลฯ และผ้าไหมมัดหมี่ขึ้นชื่อ อาทิ ลายขอ  ลายบักจับ ลายนาคน้อย  และลายสาเกต เป็นต้น “ผ้ามัดหมี่” จังหวัดขอนแก่น ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะทั้งการคัดเส้นไหม การออกแบบลายหมี่ การให้สี การทอ ทำให้มีความโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นลายกง ลายปลาซิว ลายนกเชิงเทียน ฯลฯ พลาดไม่ได้กับ “ผ้าไหมมัดหมี่ลายสร้อยดอกหมาก” อันขึ้นชื่อของจังหวัดมหาสารคาม ลายเก่าแก่ของบรรพบุรุษและถือเป็นลายเอกลักษณ์ประจำจังหวัดมหาสารคาม สุดท้ายเป็น “ผ้าไหมแพรวา” จังหวัดกาฬสินธุ์ ผ้าทอมือของชาวภูไท ที่ว่ากันว่าเป็นสุดยอดของผ้าไหม ด้วยลวดลายอันวิจิตรงดงาม ทำให้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในระดับโลก

 

มุมผ้าไหมไฮไลท์ของงาน

 

          โดยภายในงานมหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากไหมฯ “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย
          1.โซนนิทรรศการ ครั้งแรกกับการโชว์ผ้าไหมได้รับรางวัลทองคำพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และผ้าไหมแพรวาพระราชินี มูลค่ากว่า 600,000 บาท โชว์การเลี้ยงหม่อนไหม
          2.ซุ้มสาธิต พบกับ การสาธิตการมัดหมี่ลายผ้าไหมของ 3 จังหวัด การทอผ้าแพราวาจากกาฬสินธุ์
          3.โซนจำหน่ายและการแสดงผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากไหม สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปขึ้นชื่อ สินค้า OTOP ของดีจากจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ ที่มีมาให้ได้เลือกช้อปมากกว่า 50 ร้านค้า พร้อมขบวนร้านอาหารสุดแซ่บมาให้เลือกทานมากกว่า 40 ร้านค้า และเพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดัง นำโดย ลำไยไหทองคำ, จิ้งหรีดขาว วงษ์เทวัญ, รุ่ง สุริยา, หญิง ธิติกานต์, โอ๋ พจนา อาร์สยาม, การแสดงจากวงโปงลางอินเตอร์ ฯลฯ

 

 

          พิธีเปิดงาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” มีขึ้นในวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไฮไลท์เป็นการเดินแฟชั่นโชว์นำโดยนางเอกระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่ชื่นชอบผ้าไหม “แพนเค้ก เขมนิจ” ในชื่อชุด “FAME” ซึ่งงดงามด้วยเส้นไหมที่มีกรรมวิธีการทอแบบขัด โดยใช้ไหม 2 เส้น คือ เส้นยืน 1 เส้น และพุ่ง 2 เส้น เป็นผ้าไหมจากจังหวัดขอนแก่น การทอประณีตสีเปลือกมังคุดและสีเทาเงิน บ่งบอกถึงความสง่างาม โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า “รากเหง้าวัฒนธรรม” และ “สมบัติทางปัญญา” อันล้ำค่า นั่นคือทรัพพย์สินทางปัญญาและภูมิปัญญาของไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยผสมผสานผ้าไหมไทยกับผ้าชนิดอื่นให้มีความสวยงาม ทันสมัยและกลมกลืนอย่างลงตัว โดยตอนท้ายของงาน นักแสดงสาวก็ได้มีโอกาสทดลองสาวไหมและทอผ้าไหมด้วยตนเองเป็นครั้งแรก

 

"แพนเค้ก" กับผ้าไหมราคา 6 แสนบาท

 

 

          การจัดงาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” ครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้สนใจเช้าร่วมชมงานมากกว่า 20,000 คน/วัน และมีเงินสะพัดมากกว่า 12 ล้านบาท ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมชมและเลือกซื้อผ้าไหม ผลิตภัณฑ์จากไหม สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป สินค้า OTOP ในงาน “ร้อยแก่นสารสินธุ์ 4 ลายศิลป์ ถิ่นแดนไหม” ระหว่างวันที่ 20-24 กันยายน 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และวันที่ 27 กันยายน-1 ตุลาคม 2560 ณ เซ็นทรัลพลาซา บางนา  

Powered by MakeWebEasy.com