“สาธิตฯพระจอมเกล้า” ตามรอย “ในหลวงภูมิพล” เปิดบทเรียน หุ่นยนต์แห่งความยั่งยืน 

          ปฏิเสธไมได้ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศ โดยเฉพาะในภาคการศึกษาที่ต้องเป็นจุดแรกเริ่มในการบ่มเพาะและผลิตทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้มีทักษะและความพร้อมในการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่อเนื่องถึงการสร้างนักวิจัย นักคิด นักประดิษฐ์นวัตกรรมเพื่อก้าวสู่โลกแห่งอนาคต

          อย่างไรก็ตามการพัฒนาองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ในด้านเดียวอาจยังไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือต้องพัฒนาทักษะความคิดด้าน “ความยั่งยืน” นั่นคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องสร้างสิ่งที่เป็นรูปธรรมและนำไปใช้สร้างความยั่งยืนให้กับสังคมได้จริง สอดคล้องกับแนวพระราชดำริจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้านการคิดค้นวิทยาการประยุกต์ และนี่คือโจทย์สำคัญของของประเทศชาติที่จะต้องผลิตบุคลากรสู่ปลายทางและสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้อย่างสูงสุดแท้จริง

          ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเผยว่า การศึกษาในปัจจุบันจำเป็นต้องลงทุนการพัฒนาคุณภาพควบคู่ไปกับการการส่งเสริมให้เกิดทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถด้านงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในยุคที่เทคโนโลยีและดิจิทัลกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการดำเนินชีวิต โรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้าจึงได้ตระหนักถึงการบ่มเพาะและปลูกฝังองค์ความรู้ที่เน้นเรื่อง “ความก้าวหน้า” ผ่านระบบการเรียนการสอนแบบสะตีม (STEAM) ตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกามาเป็นหลักสูตรเพื่อให้นักเรียนเกิดความฉลาดรู้ ความเข้าใจ และมุมมองใหม่ ๆ ที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมตอบสนองประโยชน์สุขของสังคมอย่างยั่งยืนด้วยการผสมผสานองค์ความรู้ศาสตร์และศิลป์แขนงต่างๆที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาอย่างรอบด้าน  


ตัวอย่างหุ่นยนต์ที่เป็นสื่อกลางการเรียนการสอน


          โดยตามแนวทางการประยุกต์องค์ความรู้โรงเรียนยังได้บรรจุหลักสูตร STEM With Robotics ซึ่งเป็นหลักสูตรการสอนที่มีหุ่นยนต์เป็นสื่อกลางการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ พัฒนาการสอนโดยผู้เชี่ยวชาญจาก “คาร์เนกี เมลลอน” มหาวิทยาลัยด้านนวัตกรรมอันดับหนึ่งของโลกและเพิ่งเกิดขึ้นที่นี่เป็นที่แรกของประเทศไทย ให้เป็นอีกหนึ่งหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียน ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะให้นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญและมีทักษะด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมช่วยให้เกิดศักยภาพทางกระบวนการความคิดที่สำคัญใน 5 รูปแบบ คือ
          1.การคิดอย่างสร้างสรรค์พร้อมถ่ายทอดสู่การสรรค์สร้างผลงาน
          2.การคิดแก้ปัญหาในกิจกรรมที่ทำร่วมกันทั้งแบบทีมและแบบรายบุคคล 
          3.การคิดตั้งคำถามภายใต้ความอยากรู้อยากเห็นเพื่อให้เกิดการทดลอง การตีความใหม่ ๆ และกระบวนการวางแผนทำงานอย่างเป็นลำดับขั้น 
          4.การคิดค้นวิธีการที่แตกต่างหรือนอกเหนือจากทฤษฎี เพื่อให้ทราบและเกิดวิธีการดำเนินงานที่ดีที่สุด
          5.การคิดอย่างอิสระและการจินตนาการเพื่อนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ พร้อมพัฒนาสู่สิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นและใช้จริงได้ในสังคม รวมถึงยังมีการสอดแทรกและผสมผสานรูปแบบการเรียนการสอนที่บ่มเพาะให้เยาวชนเป็นนักนวัตกรรมที่มีแก่นแท้ของการพัฒนาสังคมที่มีความสมดุล และเกิดการนำไปใช้ในการพัฒนาด้านต่างๆที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชด้าน “ความยั่งยืน” ที่องค์การสหประชาชาติเองก็กำลังกระตุ้นให้ทั่วโลกคำนึงถึงด้านดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ


ตัวอย่างวิชาและกิจกรรมที่มีหุ่นยนต์เป็นสื่อกลาง


          ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่โรงเรียนได้แสดงให้เห็นคือผลงานสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนในโรงเรียน ได้แก่ ผลงาน Multicore Cable Fit-Outing Robot หรือหุ่นยนต์เดินสายสาธารณูปโภคใต้ดิน และผลงาน Aquabot หรือหุ่นยนต์เพื่อการปลูกปะการังเทียม ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากโครงการในพระราชดำริอันจะนำมาซึ่งความสมดุลและยั่งยืนของโลก โดยผลงานดังกล่าวยังได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวที World Robot Olympaid Thailand 2017 (WRO) ซึ่งเด็กนักเรียนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศ และยังจะเป็นตัวแทนประเทศไทยในการเข้าสู่การแข่งขัน โอลิมปิกหุ่นยนต์ระดับโลก (WRO 2017) ณ เมืองซานโฮเซ ประเทศคอสตาริกาในลำดับถัดไป


ชั่วโมงการเรียน STEM With Robotics 


          โลกในวันนี้หมุนเร็วกว่าที่เคยเป็นมา และเชื่อว่าอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า โลกกำลังจะผลัดไปสู่ยุคที่วิถีชีวิตของทุกสรรพสิ่งต้องพึ่งพิงและผูกขาดกับเทคโนโนโลยีอัจฉริยะ นวัตกรรม และระบบดิจิทัล การเกิดขึ้นของโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้าถือเป็นมิติใหม่ของสถาบันการศึกษาไทยที่จะนำร่องเปลี่ยนกลวิธีและหลักสูตรการเรียนที่พุ่งเป้าไปสู่การผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดผู้นำด้วยการส่งเสริมรายวิชาและกิจกรรมที่จะเป็นแนวทางในการสร้างฐานแห่งการผลิตนักคิด นักประดิษฐ์นวัตกรรม ตลอดจนนักวิจัยที่มีความสามารถ

          สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียนคนไหนที่มีความสนใจและใฝ่ฝันในการก้าวเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถร่วมกิจกรรม KMIDS OPEN HOUSE ได้ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ โดยติดตามความเคลื่อนไหวพร้อมทั้งข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kmids.ac.th 

Powered by MakeWebEasy.com