“อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ” ยิ้มรับยอดรวมธุรกิจปี 60 ปิดยอด 1.75 พันล้านบาท

“อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ” ยิ้มกว้างรับยอดรวมปี 2560 ปิดยอดทะลุเป้า 1.75พันล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 18% เผยภาพรวมธุรกิจอีเว้นท์เติบโต ด้านกลุ่มธุรกิจ I-Project มาแรง มุ่งตอบโจทย์ไลฟสไตล์ และเทรนด์ของผู้บริโภค เติบโตสูงถึง 33% เน้นกลยุทธ์มุ่งส่งออกซีรี่ส์ Own Event พัฒนาโปรเจ็กต์หลากหลายด้านธุรกิจสร้างสรรค์ไลฟสไตล์และเทรดแฟร์ พร้อมตุนงานแบ็คล็อคเพื่อบุกตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดปี 2561 ต่อเนื่อง

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า ในปี 2560 บริษัทฯ สามารถปิดยอดได้ถึง 1.75 พันล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า เนื่องจากได้มีการสร้างสรรค์งานสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของงานอีเว้นท์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่เรามีความแกร่งและเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลักคือ 1.กลุ่มครีเอทีฟ บิซซิเนส ดีเวลลอปเม้นท์ (Creative Business Development) 2.กลุ่มมาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส (Marketing Service) และ 3.กลุ่ม ไอ-โปรเจค (I-Project)

สำหรับปี 2561 บริษัทฯ จะมุ่งการขยายฐานในงานประเภท Own-Brand ทั้งในด้านโชว์บิซ (Showbiz) ด้านงานเทศกาลประจำปี (Seasonal & Festive) และงานด้านธุรกิจสนับสนุนในเชิงการศึกษา (Business Academic) รวมถึงงานที่เจาะไลฟสไตล์ผู้บริโภคที่เกิดขึ้นจากการคิดและพัฒนาภายใต้แบรนด์ “อินเด็กซ์ฯ” อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจะมุ่งเน้นกลยุทธ์ส่งออกซีรี่ส์ Own Event ด้านไลฟสไตล์ เทรดแฟร์ และธุรกิจสร้างสรรค์โปรเจคพิเศษต่างๆ เพื่อสร้างสีสันให้ตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งปี

ในปี 2561 จะเริ่มจัดงานแรกในช่วงเดือนมีนาคมคืองาน ‘“กิโลรัน” (KILORUN) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของมหกรรมงานวิ่งยุค 2018 ที่ไม่ได้วัดเป็นกิโลเมตรอย่างเดียว แต่วัดเป็นกิโลกรัม ชูไลฟ์สไตล์เก๋ วิ่ง เที่ยว กิน เน้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้กลายเป็นไอคอนนิกดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ต่อด้วยงานเทรดแฟร์ที่ประเทศกัมพูชา คือ งาน“แคมโบเดีย อาคิเทค แอนด์ เดคอว์ 2018” (Cambodia Architect & Décor 2018)

ส่วนในประเทศเมียนมามีหลากหลายงาน ได้แก่ งาน “เมียนมา ฟู้ดเบฟ” (Myanmar FoodBev) งาน “เมียนมา รีเทล ซอสซิง เอ็กซ์โป 2018” (Myanmar Retail Sourcing Expo 2018) งาน “เมียนมา บิวท์ แอนด์ เดคคอว์ 2018” (Myanmar Build & Décor 2018) และงาน “เมียนมา อินเตอร์เนชั่นแนล ทัวร์ริซึ่ม เอ็กซ์โป 2018” (Myanmar International Tourism Expo 2018) เพื่อสร้างโอกาสให้กับนักธุรกิจ นักลงทุน ในต่างประเทศ และเจาะตลาดใหม่ๆ ต่อเนื่อง


นายเกรียงไกร ยังกล่าวด้วยว่าภาพรวมธุรกิจอีเว้นท์ของประเทศไทยในปี 2561 จะเติบโตขึ้น 5 - 10% เป็นมูลค่า 11,802.50บาท เนื่องจากมีปัจจัยบวกหลายด้านที่คาดว่าจะช่วยทำให้ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นท์มีแนวโน้มกลับมาคึกคักมากขึ้น ส่งผลในักการตลาดต่างเริ่มใช้เม็ดเงินในการทำอีเว้นท์ ประชาสัมพันธ์ และโปรโมชั่นกับแบรนด์ต่างๆ มากขึ้น

 

Powered by MakeWebEasy.com