กว่า 20 ปี กับเส้นทางนักกายภาพบำบัดมือทอง “กภ.วีระศักดิ์ วงษ์ปิ่น” ศิษย์เก่ากายภาพฯ รุ่นแรกรั้วรังสิต

กายภาพบำบัด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งทางการรักษาของผู้รักสุขภาพ ที่ปัจจุบันมีผู้ป่วยหันมารักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัดและเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพและมีผลข้างเคียงน้อย ที่สำคัญเหมาะกับทุกเพศทุกวัย เช่นเดียวกับคลินิกกายภาพบำบัด ภูเก็ต ที่เปิดให้บริการมากว่า 20 ปี โดยมีนักกายภาพบำบัดมือทองอย่าง กภ.วีระศักดิ์ วงษ์ปิ่น หรือ วี ศิษย์เก่าคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยรังสิต รุ่นแรก เป็นผู้บริหารงาน

จุดเริ่มต้นของการศึกษาศาสตร์ทางด้านนี้เขาเล่าว่า จริงๆ แล้ว 20 กว่าปีก่อน คณะกายภาพบำบัด ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เหตุผลในการเลือกเรียนสมัยนั้นเพราะว่าด้วยคะแนนสอบ และมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าความน่าสนใจของคณะกายภาพบำบัดก็คือ สามารถเปิดคลินิกส่วนตัวได้ ก็เลยทำให้รู้สึกว่าน่าจะเป็นอาชีพที่น่าสนใจ

“ด้วยความที่เป็นคนสบายๆ ชอบอะไรใหม่ๆ ชอบสิ่งที่มีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ โดยปกติแล้วทางการแพทย์ค่อนข้างสตริกในเรื่องของการรักษา แต่ส่วนตัวเป็นคนชอบงานศิลปะ ชอบงานทางด้านดนตรี จึงพยายามจะนำสิ่งเหล่านี้มารวมกัน อย่างเช่น เทคนิคในการรักษา พยายามจะค้นคว้าและศึกษาสิ่งใหม่ๆ เพื่อจะนำมาใช้ในงาน จึงไม่ค่อยยึดติดกับอะไรที่ชัดเจนและตายตัว

ย้อนกลับไป 20 ปี ที่ภูเก็ตแทบจะไม่มีคลินิกกายภาพ แน่นอนครับเราไม่มีไอดอลเลย แรงบันดาลใจในการเปิดคลินิกก็คือ อยากมีที่ทำงานของเราเองที่เราสามารถแสดงหรือทำในสิ่งที่เราต้องการโดยสมบูรณ์ ดังนั้น แรงบันดาลใจในเบื้องต้นก็เหมือนกับเราเล่นดนตรี เล่นเพลงของคนอื่นมานานเราเลยอยากจะมีเพลงของเราเองบ้าง การทำคลินิกก็เลยเป็นผลมาจากถ้าเรามีคลินิกของเราเอง สามารถรักษาในทิศทางของเราเองได้ก็น่าจะเป็นวิธีที่ทำให้เรามีความสุข เมื่อเรามีความสุขก็จะทำให้คนไข้ได้รับการรักษาที่ดี นั่นคือจุดเริ่มต้นของคลินิกกายภาพบำบัดภูเก็ต”

สำหรับกระแสตอบรับนั้นกลุ่มเป้าหมายของเราจะเป็นผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องข้อต่อทั้งหลายเป็นเรื่องทั่วๆ ไปที่เราพบ เช่น ปวดหลัง ปวดเข่า กระดูกเสื่อม เป็นต้น แต่ปัจจุบันเนื่องจากความรู้ทางการแพทย์ทางด้านกายภาพบำบัดพัฒนาขึ้นมากจึงทำให้กลุ่มคนไข้กว้างขึ้น ดังนั้น กลุ่มคนไข้ในปัจจุบันจึงมีตั้งแต่เด็กเล็กๆ จนถึงผู้สูงอายุ หัวใจหลักของคลินิกของเราเลยก็คือ การปรับสมดุลโครงสร้างกระดูกสันหลัง ซึ่งจะทำให้มีผลกับเรื่องของการลดอักเสบลดปวด ทำให้การเคลื่อนไหวนั้นดีขึ้น ซึ่งที่นี่มีความแตกต่างจากที่อื่นคือ การมุ่งเน้นไปที่หาต้นเหตุของโรคนั้นๆ อย่างเช่น คนไข้อาจจะมาด้วยอาการปวดหลัง แต่อาการปวดหลังนั้นอาจจะพบว่าต้นเหตุจริงๆ อาจจะมาจากกระดูกต้นคอเบี้ยวก็ได้ ซึ่งการรักษาก็จะไปเน้นที่กระดูกต้นคอมากกว่าบริเวณที่ปวด อย่างนี้เป็นต้น กภ.วีระศักดิ์ กล่าวเสริม

Powered by MakeWebEasy.com