ไกด์ไลน์ “มือใหม่หัดแต่ง” แต่งรถอย่างไรให้มีทิศทาง เน้นสมรรถนะ แบบไม่ช้ำใจภายหลัง

เรื่อง : Retro_Sky

 

เราได้พูดถึงเรื่องรถแต่งแบบต่างๆ รวมถึงเทคนิคข้อมูลอันน่ารู้เกี่ยวกับอุปกรณ์แต่งรถบ้าง สไตล์การแต่งรถบ้าง รวมไปถึงเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง คอลัมน์นี้จะมุ่งเน้นให้ความรู้เกี่ยวกับการแต่งรถยนต์ในทิศทางที่เหมาะสม โดยที่ผู้อ่านสามารถนำไปตัดสินใจซะก่อนที่จะโดน “เชือด” หรือหลงผิดไปทำในสิ่งที่ “ไม่พอดี” หรือ “เกินพอดี” จนกลายเป็น “ภาระ” ในภายหลัง และเราไม่สนับสนุนในการ “แต่งรถแข่งกันบนท้องถนน” โดยเด็ดขาดนะจำไว้...

ในคราวนี้เราจะมาโฟกัสกันที่เหล่า “มือใหม่หัดแต่ง (รถ)” กันบ้าง เพราะเป็นปกติอยู่แล้วที่ทุกอย่างจะต้องมีการ “เริ่มต้น” แต่เราจะไปอย่างไรให้มัน “ถูกทิศทาง” จะทำให้ท่านได้รถที่สวยงาม เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ให้ดีขึ้น ไม่ได้หมายความว่าต้องแรงสุดๆ แต่ให้มันขับแล้วรู้สึกมั่นใจขึ้นว่างั้นแหละ บางทีความแรงก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญซะทีเดียวหรอก แต่ถ้าท่าน “ผิดทาง” เสียเงินแต่งรถโดยไม่รู้ “จุดมุ่งหมาย” หมดไปเรื่อย ไม่ได้ของดีสักที แทนที่จะได้เชยชมรถที่อุตส่าห์ลงเงินลงแรงไป แต่กลับต้องมานั่ง “เก๊กซิม” เสียอกเสียใจ ทำให้พาลเข็ดขยาดการแต่งรถและอคติกับรถคันนั้นไปเลย ลองดูครับ อย่างน้อยบทความนี้ก็ช่วยให้ท่านได้ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมไม่มากก็กลางๆ แต่ไม่มีน้อยแน่ๆ...

เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่สุด แต่ก็ขาดไม่ได้

ที่เราหมายถึง คือ “คุณต้องใช้เงินในการแต่งรถแน่ๆ” ถ้าไม่มีเงินพอ หรือ ไม่พร้อม ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาแต่งรถ ต้องกระเบียดกระเสียรเอาเงินมาแต่งรถโดยที่ตัวเองก็เดือดร้อน ถ้าอย่างนี้ ผมขอให้คุณลืมเรื่องนี้ไปเลยดีกว่า “อย่าเพิ่งแต่ง” ครั้นจะบอกว่ารถกูเงินกู ลำบากยังไงก็ต้องแต่งให้ได้ อันนั้นเรื่องของท่านครับ เพราะผมไม่ได้ไปเดือดร้อนอะไรกับท่านนี่ แต่ถ้ามีเงินเหลือพอประมาณหนึ่งที่จะเริ่มแต่งรถได้ไม่เดือดร้อน ค่อยมาอ่านกันต่อครับ...

ที่ผมบอกว่าเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่สุด บางคนอาจจะว่าแต่งรถจะต้องใช้เงินมากๆ ซื้อของแพงๆ ทุกอย่างที่มีในโลกนี้ใส่เข้าไปในรถ ถ้าท่านเหลือจริงก็ไม่แปลกครับ เน้น “สายโชว์” ก็ว่าไป แต่ถ้าเป็นสเต็ปเริ่มแต่งรถแล้ว จะต้อง “จัดสรรงบประมาณ” ผมจะแนะนำให้ท่านทำ “Step by Step” ไปทีละขั้นตอน เพราะท่านจะได้รู้ว่าไอ้ที่เสียเงินไปแต่ละอย่างมันมีความหมายยังไง ใส่แล้วอาการรถเปลี่ยนดีขึ้นมั้ย ค่อยๆ จ่ายไปจะได้ไม่รู้สึกว่ามัน “โหด” นัก พอมีเงินแล้ว ก็ไปต่อดังนี้ครับ...

เอาให้แน่ๆ จะแต่งเพื่ออะไร อยากได้อะไรจากมัน

อันนี้จะขอพูดถึงการแต่งรถแบบที่มีขายทั่วๆ ไปในปัจจุบันนะครับ เพราะเป็น “ตลาดหลัก” เนื่องจากคนซื้อรถใหม่หรือรถมือสองคันแรกมาก็อยากจะเริ่มต้นแต่ง แต่ยังงงๆ ว่ากูจะแต่งยังไงดี ไม่ต้องงงครับ ก่อนอื่นให้เราคิดว่า “เราจะแต่งรถคันนี้ในแบบไหน” ท่านก็ต้องดูรถที่มีเป็นหลัก อะไรล่ะ เก๋ง กระบะ รถอเนกประสงค์ อีโคคาร์ ฯลฯ มีเยอะแยะและรถแต่ละแบบมันก็แต่งคนละสไตล์กัน อันนี้ผมคงบอกในนี้ไม่หมดแน่ๆ ขอให้ “ศึกษา” แนวทางการแต่งจากสื่อต่างๆ ที่ตอนนี้มีเยอะแยะให้เลือก ก็เลือกสไตล์ที่เข้ากับ “ไลฟ์สไตล์” เรา อันนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคุณไปแต่งผิดวัตถุประสงค์ หรือ แต่งตามชาวบ้านโดยที่คุณก็ไม่ได้ชอบจริงๆ ทำให้ “หาตัวเองไม่เจอ” ก็ต้องเปลี่ยนตามชาวบ้านเขาไปเรื่อยๆ จนเสียตังค์เสียเวลา เพราะฉะนั้น คุณต้องเป็นคนเลือกเองว่าชอบแบบไหน แบบไหนเหมาะกับคุณ อย่างคนที่ซื้อกระบะตัวสูง หรือ พวก PPV รถอเนกประสงค์ ต้องการขับใช้งานจริงๆ หรือ ต้องใช้บรรทุกหนัก แต่ดันเอาไปโหลดเตี้ย ใส่ยางบาง ล้อโตรถเปล่าก็แทบจะติดซุ้มอยู่แล้ว มีน้ำหนักบรรทุกเข้าไปอีก วิ่งไปกระแทกไป ยางแหกระเบิดตายห่ากันพอดี หรือ รถเก๋งที่ใช้งานทุกวัน แต่เอาไปโหลดเตี้ยติดดิน หรือ โมดิฟายเครื่องซะแรง ใส่คลัตช์แข็งๆ แบบม้าดีด ช่วงล่างกดเตี้ยเด้งเป็นม้า อันนี้มันแนวทรมาน ควรต้องเลือกแต่งไอ้ที่ “ไม่มีปัญหากับชีวิต” ให้มันกลางๆ สวยเรียบๆ ใช้งานได้ดีไว้ก่อน โดยเฉพาะคนที่มีรถใช้เพียงคันเดียว อันนี้สำคัญครับ แต่งรถอย่าให้แม่บ่น เมียด่า เพื่อนล้อ เป็นใช้ได้ครับ...

ตั้งโจทย์ในใจไว้ให้แน่วแน่ อย่าโดนปั่นง่ายนัก

ก่อนที่จะเริ่มแต่งอะไรลงไป ก่อนที่จะออกไปร้านขายของแต่งอะไรก็ตาม คุณต้องวางแผนให้ตัวเองก่อน ว่าอยากได้อะไร แต่งแนวไหน ล้อลายอะไร สำคัญ คือ “งบประมาณที่มี” ต้องปันส่วนแบบไม่เดือดร้อนด้วยนะ ไม่ใช่มีเงินเท่าไรลงรถหมด ตัวเองมานั่งลำบากล่อมาม่า ลูกเมียอดอยากก็ไม่ใช่นะครับ เมื่อคุณมีแผนแล้ว ก็ “ศึกษาเลือกของ” ตอนนี้มีพวกโซเชียลเยอะแยะให้หาข้อมูล ก็ดูไอ้ที่มันเชื่อถือได้หน่อยแล้วกัน คุยแล้วดูจริงใจและยินดีให้ข้อมูลหน่อย ไม่ใช่ให้ข้อมูลแบบต้อนให้ซื้อของอย่างเดียว พอไปร้านแต่งรถ ก็ต้อง “ยืนยันตัวตนให้ชัดเจน” นะครับ ว่าเราต้องการแบบนี้ เป็นธรรมดาครับที่คนขายเขาก็ต้อง “เชียร์” ให้ซื้อของอยู่แล้ว แต่ร้านที่โอเคๆ หน่อย ก็จะแนะนำข้อมูลให้เหมาะสมกับที่ลูกค้าต้องการ อันนี้โชคดีไปครับ แต่บางร้านก็เห็นเป็นมือใหม่ก็ “ปั่น” ให้ซื้อนู่นซื้อนี่ พยายามดึงให้ไปซื้อของรุ่นแพงไว้ก่อน ถ้าเผลอใจไปก็จบ จ่ายแพงแถมอาจจะไม่ได้ของถูกใจด้วย เรายืนยันเลยว่าต้องการแบบนี้ ล้อขอบเท่านี้ กว้างเท่านี้ มีงบเท่านี้ ซื้อแค่นี้ ถ้าคนขายดีๆ ก็จะแนะนำตามที่เราต้องการ แต่ถ้าเจอพวกงี่เง่า จะเสนอและยัดขายของแพงๆ แบบที่ไม่ต้องการลูกเดียวก็ช่างแม่มไปซื้อที่อื่นเถอะครับ ออกทรงโลภน่ารำคาญแล้วล่ะ...

แต่งอะไรก่อนดี

ปัญหาโลกแตกของมือใหม่ ว่าจะแต่งอะไรก่อนดี เพราะว่าไอ้นั่นก็อยากได้ ไอ้นี่ก็อยากโดน จะทำความสับสนให้ได้มาก มีหลักง่ายๆ ดังนี้...

ล้อ ยาง

หนีไม่พ้นครับ ว่าได้รถมาแล้วก็ต้องเอาตังค์ไปไว้ร้านแม็กร้านยาง เพราะมันเป็นอย่างแรกที่คนเปลี่ยนกัน ล้อเดิมๆ ส่วนใหญ่จะให้มาแบบเรียบๆ ซึ่งจริงๆ ของโรงงานมีคุณภาพดีนะครับ เพียงแต่ลวดลายมันอาจจะไม่หวือหวาโดนใจแค่นั้นเอง เว้นแต่ล้อบางรุ่นที่ติดรถมาแล้วดูดีจริงๆ อย่าง COROLLA ALTIS ESPORT อันนี้ล้อเดิมสวย ขอบ 17 นิ้ว ยางติดรถมาก็ดี ถ้าซื้อรุ่นนี้ก็ไม่ต้องเปลี่ยนล้อกับยาง อันนี้แล้วแต่ชอบนะครับ เกณฑ์การเลือก “ล้อ” เอาเรื่อง “แท้ เทียม” กันก่อน ล้อแท้แต่เป็นมือสอง ก็ต้องหาเจ้าที่ไว้ใจได้ ก่อนซื้อก็หาข้อมูลดีๆ ก่อน ว่าล้อแท้มันดูตรงไหน สภาพดีไม่ดีดูยังไง เดี๋ยวจะโดนผีอำ ไม่ชัวร์ก็หาคนที่รู้ชัวร์ๆ ไปด้วยก็ดี แต่คนส่วนมากมักจะซื้อ “ล้อเทียม” เพราะได้ล้อใหม่และราคาถูกกว่า เรื่องราคาก็เช็คแน่ๆ นะครับ เพราะบางอย่างก็พอๆ กับล้อแท้มือสองสภาพดี ก็เอาแท้ไว้ก่อนดีกว่านะ ล้อเทียมลายยอดฮิตก็มีหลายบริษัทผลิตออกมา บางที่ก็คุณภาพต่ำ เสี่ยงต่อการ “ก้านแตก” เวลาตกหลุม หลุดออกมาทั้งวงล่ะสบายดี มีตัวอย่างให้เห็นเยอะแยะไปครับ...

เข้าใจครับว่าตังค์บางคนก็มีจำกัด จะเบิกล้อแท้ๆ ราคาหลายหมื่นก็คงไม่ไหว ก็เลยต้องไปซื้อล้อเทียมลายเหมือนล้อแท้กันเต็มบ้านเต็มเมือง ก็อย่างที่บอก “ต้องคัดคุณภาพ” กันหน่อย จริงๆ แล้ว “ล้อไทยแบรนด์ดัง” ที่ผลิตโดยบริษัทที่ได้มาตรฐาน อันนี้ถือว่า “ผ่านครับ” เพราะบริษัทใหญ่ๆ ก็ต้องรักษาคุณภาพมาตรฐานระดับสากลไว้อยู่แล้ว ลองหาข้อมูลดูครับ มีให้เลือกเยอะ บางทีมีลายสวยๆ แปลกๆ แบบไม่ก๊อปของนอก ลองเปิดใจเลือกดูหลายๆ แบบครับ ไม่จำเป็นต้องใส่ลายตามกระแสก็ได้ ส่วน “ขนาด” ก็ลองดูครับ ใส่แล้วให้มัน “พอดีซุ้ม” และ “พอดีกับขนาดรถ” ก็พอ อย่างพวกรถ 1,500 ซีซี. หรือ อีโคคาร์ ใส่ล้อ 15 นิ้ว กว้างไม่เกิน 7 นิ้ว ก็พอ ไม่ใช่ใส่ “ใหญ่ไว้ก่อน” ให้มัน “ล้น” เลี้ยวก็ติด ขับก็ติด ยางขูดซุ้มล้อจนเสียหายระเบิดคาตีน อันนี้เกินไปครับ ใหญ่เกินไปก็ไม่ใช่ว่าจะดี ทำให้รถอืด กินน้ำมันมาก กระด้าง สะเทือนมากเพราะน้ำหนักล้อมันมากเกินไป ติดนู่นติดนี่ขับแล้วอารมณ์เสียครับ แทนที่จะใส่แล้วดีกลายเป็นภาระ...

มาถึงเรื่อง “ยาง” ก็ต้องเปลี่ยน เพราะส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเปลี่ยนล้อขนาดใหญ่ขึ้น ยางก็ต้องใหญ่ขึ้นตาม ที่นิยมก็พวก “หน้ากว้าง แก้มเตี้ย” แบบสปอร์ต เพิ่มการเกาะถนน แต่ก็ต้องยอมเสียความนุ่มนวลไปบางส่วน ขับขี่ถนนห่วยๆ ก็ต้องระวังมากขึ้นเพราะแก้มมันบางลง เดี๋ยวจะเป็นปัญหากับบั้นท้ายและช่วงล่างที่พังเร็วกว่าปกติ ยี่ห้อยางก็มีให้เลือกมากมายตามงบประมาณ พวก “ยางประเทศเพื่อนบ้าน” ถ้ามีแบรนด์ที่มีมาตรฐาน มีอะไรเป็นหลักแหล่งหน่อย อันนี้ก็ใช้ได้ เราสามารถหาที่มาที่ไปได้ มันถูกกว่ายางยี่ห้อญี่ปุ่นก็เปลี่ยนไวหน่อย แต่ถ้ายี่ห้อแปลกๆ ตะตุ๊มเบ๋ยมาจากไหนก็ไม่รู้ หาข้อมูลอะไรก็ไม่มี ถูกแค่ไหนก็ควรเลี่ยง จำไว้ว่า “คุณภาพได้ตามราคาครับ” ไม่มีของดีและถูกบนโลกใบนี้แน่นอน...

ช่วงล่างแต่ง

พอได้ล้อและยางถูกใจแล้ว สิ่งต่อมาก็คือ “การโหลดเตี้ย” ให้มันดูหมอบๆ เต็มล้อกับยางกันหน่อย ของเดิมดูโย่งๆ ไม่ค่อยสวย บางคนก็ “ตัดสปริงเดิม” ให้เตี้ย เป็นวิธีที่เราไม่แนะนำ เพราะการตัดสปริงด้วยแก๊สความร้อนสูงจัดจนเหล็กสปริงแดงฉ่า จนมันขาดจากกันได้ แสดงว่ามันสูงเกินกว่าที่ทำให้ค่าการยืดหยุ่นของเหล็กเนื้อสปริง “เสีย” ทำให้เกิดความกระด้าง สะเทือน ขับแล้วแย่กว่าเดิมเพราะสปริงมันไม่เป็นสปริง มันจะเป็นสากกะเบือเข้าให้ทุกทีแล้ว แถมยังอัดน้ำมันโช้คให้แข็งๆ เหมือนรถซิ่ง จากรถแม่มกลายเป็นเกวียน โอ้โห ไปกันใหญ่แล้วพี่น้อง คงไม่ต้องเอ่ยอะไรต่อเลยจากนี้...

ไม่รู้นะ ถ้าเป็นผม ก็จะขับช่วงล่างเดิมๆ ไปก่อน เก็บตังค์ไว้ซื้อ “สปริงโหลด” ชุดแต่งที่มีขายเลยดีกว่า พวกนี้ก็โหลดลงมาไม่มากนัก กำลังดี ยังพอใช้งานได้กับโช้คเดิม ฟิลลิ่งก็ดีขึ้น แต่ถ้าจะเอาทีเดียวจบ ก็เก็บตังค์เพิ่มไปซื้อพวก “สตรัทปรับเกลียว” แบบ “ปรับสไลด์ที่กระบอก” แบบที่กำลังฮิตในปัจจุบัน ตอนนี้ชุดนึงก็เริ่มกันที่ราคา “สองหมื่นกว่าๆ” ไปเรื่อยๆ จนหลักแสนก็มี ถ้าขับรถใช้งานทั่วไป ใช้ชุดสเต็ปแรกก็พอแล้วครับ เพราะเราไม่ได้ไปขับแบบรถแข่งที่เอากันทุกเสี้ยววินาที ไม่จำเป็นต้องไปซื้อชุดแพงๆ ตามแรงยุ เว้นแต่ตังค์คุณเหลือมากจนกลัวมันบูดก็อีกเรื่อง แต่เตือนไว้ก่อน รุ่นแพงๆ สำหรับแข่งขัน มีตังค์ก็โปรดอย่านำมาใช้กับรถวิ่งถนน เพราะมันไม่ได้เผื่อความนุ่มนวลวิ่งถนนห่วยๆ เขาทำมาวิ่งถนนเรียบๆ ใส่ไปแล้วเด้งๆๆๆ จะมาว่าของเขาไม่ดีอีก...


ชุดแต่งบอดี้พาร์ท

พอมาสักแป๊บ ก็เริ่มเบื่อหน้าตาเดิมๆ ก็อยากจะ “แต่งหล่อ” ให้มันบ้าง บอดี้เดิมๆ ไม่เร้าใจ ก็ต้องหา “เครื่องทรง” กันหน่อย หลักๆ ก็ “สปอยเลอร์” และ “สเกิร์ตข้าง” บางทีรถตัวท๊อปมันมีมาให้อยู่แล้ว หรือไม่ก็เป็นของแถมจากเซลส์ จริงๆ ก็ไม่แถมหรอกครับ เขาคิดรวมไปในค่าตัวรถแล้ว เพียงแต่บอกว่าแถมจูงใจให้ลูกค้าซื้อรถเท่านั้นแหละ ก็ลองดูก่อนถ้าทรงที่เขาแถม (แกมออดอ้อน) ให้คุณใส่นั้นถูกใจจริงหรือเปล่า ถ้าไม่ถูกใจก็อย่าเอา เปลี่ยนเป็นของอย่างอื่นหรือส่วนลดก็ได้ ไม่ต้องยอมเซลส์หรอกเพราะคนจ่ายตังค์คือคุณ เพราะไม่งั้นคุณใส่ของไม่โดนใจมาก็ต้องรื้อทิ้งซื้อใส่ใหม่อีกรอบ ส่วนของแต่งสำนักต่างๆ ก็จะมีหลายแบบ ไอเดียคนไทยปั้นขึ้นมาเองบ้าง ผสมๆ ดีไซน์จากนอกบ้าง ถ้าสวยและงานเนียน ใส่แล้วพอดีกับตัวรถก็ถือว่าใช้ได้ งานไทยตอนนี้เมืองนอกต้องมาจ้างผลิตแล้วนะครับ....

อีกอย่างที่นิยม คือ “งานคาร์บอน” หรือติดปากกันว่า “เคฟล่าร์” อันนี้ไม่ต้องพูดมากเพราะฮิตกันสนั่นเมือง มีทั้งแบบ “ชิ้นงานคาร์บอนเพียวๆ” เปลี่ยนแทนชิ้นส่วนเดิม ฮิตๆ กันก็ “ฝากระโปรง” แล้วก็มีแบบ “แปะชิ้นส่วนตัวรถเดิม” ในส่วนที่มันไม่สามารถเปลี่ยนได้ พูดสั้นๆ คือ “ดูความเรียบร้อยของงานก่อนซื้อ” มันมีคาร์บอนหลายเกรดครับ เกรดต่ำก็ถักลายไม่สวย มีโย้เย้ไปมา ใช้แล็คเกอร์เกรดต่ำ ไม่เคลียร์ ดูหม่นๆ ใช้ไปแป๊บเดียวก็หมองหรือฝ้าจับ ต้องทำใจครับเพราะราคาถูกก็ได้ประมาณนี้แหละ ส่วนคาร์บอนงานไทยร้านดังๆ ที่มีชื่อเสียง พวกนี้ก็จะใช้ของเกรดดี กรรมวิธีการผลิตทันสมัย เพราะเมืองนอกก็มาจ้างทำ ถ้าพอมีงบก็เล่นของไทยเกรดดีก็สวยแล้วครับ แต่การใส่พาร์ทคาร์บอน ก็ต้องระวัง “โดนกวักมือเรียก” นะครับ เพราะถ้ายิ่งใส่เยอะ ก็จะยิ่งล่อตาต่อใจ...

เครื่องยนต์

ก็เป็นหัวข้อสุดท้ายแล้ว การตกแต่งเครื่องยนต์ ก็จะมีทั้ง “เน้นสวย” ไม่เน้นแรง พวกสายโชว์ทั้งหลาย อันนั้นไม่ว่ากันเพราะแล้วแต่ความชอบ จะมาว่ากันถึงการโมดิฟาย ถ้าเป็นมือใหม่ โดยมากเริ่มต้นก็ “เปลี่ยนหม้อพักใบปลาย” เอาซิ่งๆ เสียงดังๆ บางทีดังจนเป็นห่วงเจ้าของรถว่าจะเสี่ยง “โดน” อะไรมั้ย บางทีไปใส่หม้อพักรูใหญ่ๆ โดยหวังว่ามันจะแรง แต่เครื่องยังเดิม มันอาจจะ “แรงน้อยลง” ก็ได้ เพราะท่อมันโล่งเกินไปจนไอเสียวิ่งช้า แรงน้อย เสียงบื้อๆ มีแต่เสียง “ดังแต่ท่อล้อไม่หมุน” เจอเยอะครับ แล้วรถเกียร์ออโต้จะยิ่งแย่ ตีนต้นไม่มี เร่งก็อืด ไปหวังลมๆ แล้งๆ ว่าปลายจะต้องแรง เครื่องคุณเท่าเดิมมันจะแรงขึ้นได้ไงล่ะครับ ยิ่งเกียร์ออโต้ควรจะใส่หม้อพักไส้ย้อน ให้มันมีกำลังอัดช่วยตีนต้นเยอะๆ หน่อย...

อีกสไตล์ คือ “การแฟลชกล่อง” เพิ่มแรงม้า เดี๋ยวนี้มีเยอะและตัดราคากันน่ากลัว พยายามเลือกเจ้าที่มีผลงาน “ดีจริง” และหาข้อมูลเยอะๆ ก่อนจะทำ ตอนนี้โปรแกรมมันหลากหลาย มีโน๊ตบุ๊คตัวเดียวก็เป็น “มือจูน” ได้แล้ว บอกไม่ได้ครับว่าเจ้าไหนดี ที่ดีๆ ก็มีเยอะ งานไม่จบก็มีเยอะ หาข้อมูลก่อนเป็นดีที่สุดครับ ก็ขอพอแค่นี้ก่อน เพราะมือใหม่ผมจะไม่แนะนำให้ไปโมตัวเครื่องยนต์ เพราะนั่นมันต้องขั้นที่มีความรู้ในระดับค่อนข้างเยอะแล้ว มือใหม่ขอให้ใช้เครื่องเดิมไปก่อนจะดีที่สุด ไว้สะสมเลเวลได้แล้วค่อยโมต่อ...

 เป็นแนวทางสำหรับมือใหม่หัดแต่งรถนะครับ ที่ร่ายมาซะยาวนี่ ลองจับประเด็นดีๆ คือ “ก่อนทำให้ศึกษาก่อน” ว่าไอ้ของที่เราจะซื้อใส่รถ มันเหมาะสมกับเราจริงๆ หรือเปล่า ได้คุณภาพดีตามต้องการมั้ย เพราะของแต่งตอนนี้มันมีเยอะมากๆ แต่อะไรที่เหมาะกับเราล่ะ บางทีแห่ตามกระแส (ของใครก็ไม่รู้) เสียเงินเยอะๆ หาซื้อของแพงๆ ใส่ ถ้ามัน “ไม่ลงตัว” ก็ไร้ค่า แบบนี้เราไม่สนับสนุน แต่ถ้าซื้อของที่พอดีๆ ใส่แล้วก็จะสวย และเราก็จะไม่ต้องเสียเงินโดยไม่จำเป็น พอเลือกเป็นแล้ว เราก็จะพัฒนาไปเป็นคนที่แต่งรถได้อย่างสวยงาม มีสมรรถนะที่ดีขึ้น ไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งบั่นทอนสมรรถนะหรือความสวยงามไป...

* รูปที่ใช้เพียงเพื่อประกอบคอลัมน์ เพื่อความสวยงามเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือพาดพิงกับเนื้อเรื่องแต่อย่างใด...

 

Powered by MakeWebEasy.com