BMW X7 คฤหาสน์ติดล้อ ใหญ่ที่สุดในตระกูล X-family

ภาพและภาพยนตร์ : BMW Group

เรียบเรียง : Pitak Boon

 

BMW สร้างความแตกต่าง ด้วยการเรียกขานรถลุยอเนกประสงค์ของตนเองว่า SAV (Sports Activity Vehicle) เริ่มต้นจาก X5 (ในปี 1999) ก่อนจะมีน้องๆ X3 และ X1 ตามออกมา เหตุที่ BMW ใช้ชื่อ SAV เพราะต้องการสื่อถึงความคล่องตัวในการใช้งาน ที่มาพร้อมความหรูหรา ปิดท้ายด้วยสารพัดลูกเล่นจากอุปกรณ์ไฮเทค ฉีกหนีจากความดิบแบบที่เคยสัมผัสจากรถตรวจการณ์ในอดีต ซึ่งเท่าที่ผ่านมา X5 สามารถตอบโจทย์เรื่องนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม จากความสำเร็จดังกล่าว BMW จึงพร้อมต่อยอดไปเป็น X7 พี่ใหญ่ในตระกูล ‘X-family’

BMW X7 เป็นรถ SAV ที่มาพร้อมความไฮคลาสในทุกรายละเอียด เทียบเท่า Flag-ship ประจำค่ายอย่าง 7 Series โมเดล X7 มาพร้อมความยาวตัวถังระดับ 5.151 เมตร, ความกว้าง 2.0 เมตร, ความสูง 1.805 เมตร และใช้ระยะฐานล้อ 3.105 เมตร นั่นหมายถึง X7 จะเน้นความสบายในส่วนของเบาะนั่งแถวที่สองมากเป็นพิเศษ ห้องโดยสารมาตรฐาน ถูกออกแบบสำหรับครอบครัว จะเป็นแบบ 2+3+2 ที่นั่ง หรือ 7 ที่นั่ง แต่ถ้าเน้นรับรอง VIP ก็จะถูกปรับเป็น 2+2+2 ที่นั่ง โดยตัวเบาะนั่งปรับไฟฟ้าในทุกตำแหน่ง พื้นที่เก็บของท้ายรถเริ่มต้นที่ 326 ลิตร และปรับเพิ่มไปได้มากถึง 2,120 ลิตร ด้วยการพับพนักพิง เบาะนั่งแถวสาม และแถวสองลง

ตัวถังของ X7 เน้นรูปทรงกล่อง ให้ความหรูหราอารมณ์เดียวกับรถยนต์ Rolls-Royce (อยู่ในเครือ BMW Group) กระจังหน้า Kidney Grille ซิกเนเจอร์ประจำค่ายมีขนาดใหญ่กว่ารถยนต์ BMW ทุกโมเดล ใช้หลังคาทรงสูงโปร่ง ส่งผลให้ตัวรถมีพื้นที่กระจกหน้าต่างมากเป็นพิเศษ ให้ทัศนวิสัยรอบตัวถังที่เคลียร์ตามสไตล์ยานลุยอเนกประสงค์ ตัวถัง SAV ร่างยักษ์จึงดูไม่ต่างจาก ‘คฤหาสน์ติดล้อ’ ในส่วนของล้อ X7 เริ่มต้นที่ 20 นิ้ว โดยมีล้อ 21 และ 20 นิ้ว เป็นอ็อพชั่นให้ลูกค้าเลือกจ่ายเพิ่ม ปิดท้ายด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถ สามารถปรับ เพิ่ม-ลด จากช่วงล่างแบบถุงลม ครบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

คอนโซลหน้าใช้ดีไซน์เดียวกับรถยนต์ BMW ยุคใหม่ เน้นความพรีเมี่ยมในทุกรายละเอียด ในส่วนของ Trim มี 2 รูปแบบ เช่นเดียวกับตัวถังภายนอก ได้แก่ พื้นฐานหรือ Design Pure Excellence และ M Sport Package ภาพรวมเป็นความลงตัวทั้งเรื่องไฮคลาส และความสปอร์ต พวงมาลัย 3 ก้าน รอบวงหุ้มหนังเน้นความกระชับ ขณะที่ส่วนคิ้วขอบต่างๆ รอบห้องโดยสาร มีให้เห็นทั้งลายอะลูมีเนียม และลายไม้ที่เน้นความหรู

X7 ติดตั้งระบบ Head-Up Display เวอร์ชั่นใหม่ ระบบนี้จะฉายแสง เพื่อแสดงข้อมูลบางส่วนจากชุดมาตรวัดขึ้นไปแสดงไว้ที่กระจกบังลมหน้า เพื่อที่ผู้ขับจะได้ไม่ต้องละสายตาออกมาจากถนนขณะขับขี่ เพิ่มความน่าสนในด้วยกราฟิก 3D ข้อมูลดังกล่าวได้แก่ ความเร็วรถ และลูกศรแสดงทิศทางเมื่อเชื่อมต่อกับระบบนำทางด้วยดาวเทียม ตำแหน่งกลางของคอนโซล เป็นจอ LCD แบบไวด์สกรีนขนาด 12.3 นิ้ว เป็นส่วนหนึ่งของระบบ iDrive รับคำสั่งผ่าน Touch Controller ด้านข้างคันเกียร์ วิศวกรการันตีถึงความง่ายในการเข้าถึง ทั้งยังมีความ sensitive ยิ่งขึ้น จากระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

X7 เปิดตัวมา 4 รุ่นเครื่องยนต์ แบ่งเป็น เบนซิน 2 รุ่น และดีเซลอีก 2 รุ่น

X7 xDrive40i ใช้เครื่องยนต์แถวเรียง 6 สูบ 2,998 ซีซี พร้อมเทอร์โบ 2 ตัว ให้แรงม้า 340 hp ที่ 5,500-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 Nm ที่ 1,500-5,200 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 11.11-11.49 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อย CO2 ในระดับ 205-198 กรัม/กิโลเมตร

X7 xDrive50i ใช้เครื่องยนต์บล็อก V8 Bi-turbo ขนาดความจุ 4,395 ซีซี แรงระดับ 462 hp ที่ 5,200-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 650 Nm ที่ 1,500-4,750 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. บริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 8.77 กิโลเมตร/ลิตร ปล่อย CO2 ระดับ 261 กรัม/กิโลเมตร (X7 xDrive50i ไม่ทำตลาดในยุโรป)

X7 xDrive30d ใช้เครื่องแถวเรียง 6 สูบ 2,993 ซีซี ระบบคอมมอนเรล และหัวฉีด Piezo มาพร้อมเทอร์โบแปรผัน ผลิตกำลังได้ 265 hp ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิด 620 Nm ที่ 2,000-2,500 รอบ/นาที เร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลา 7.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 227 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.71-15.38 กิโลเมตร/ลิตร และปล่อย CO2 ในระดับ 178-171 กรัม/กิโลเมตร

และ X7 M50d วิศวกรอัพเกรดชุดเทอร์โบเพิ่มเติม จากเทอร์โบ 3 ตัว เพิ่มไปเป็น 4 ตัว เพื่อลดอาการ Turbo Lag ให้แรงม้า 400 hp ที่ 4,400 รอบ/นาที แรงบิดขั้นมหาศาล 760 Nm ที่ 2,000-3,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.51-14.0 กิโลเมตร/ลิตร และปล่อย CO2 ต่ำเพียง 193-185 กรัม/กิโลเมตร

BMW X7 จะถูกประกอบที่โรงงาน BMW Plant Spartanburg ในสหรัฐอเมริกา พร้อมทำตลาดอย่างเป็นทางการ ราวเดือนมีนาคม ปี 2019

 

 

 

 


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com