“กุยบุรีโมเดล” ท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชา

By สิตา

 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดแปลงต้นแบบพลิกฟื้นผืนดินตามศาสตร์พระราชา และการท่องเที่ยวในรูปแบบ “เที่ยวทำดีตามรอยพ่อ” ที่บ้านพุบอน อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เปิดเผยว่า “ตามที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2564 ได้กำหนดเป้าหมาย การขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ไม่น้อยกว่า 5 ล้านไร่ ภายในปี พ.ศ. 2564 โดยเร่งขยายผลแนวคิดการทำการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมพัฒนาการผลิตในระบบเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อดูแลเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ชุมชนพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
สอดคล้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืนและแผนปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการสนับสนุนการผลิตภาคการเกษตรไปสู่เกษตรกรรมยั่งยืน
เพื่อยกระดับผลิตผลทางการเกษตรและคุณภาพของเกษตรกรให้มั่นคงมั่งคั่ง และยั่งยืน



ดังนั้น การเปิดแปลงต้นแบบเกษตรอินทรีย์ ที่บ้านพุบอน
ในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบหนึ่งให้ชุมชนได้เห็นถึงความสำคัญและร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่ให้ก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”
นอกจากนั้นภายในงานยังมีการลงนามร่วมกันเพื่อประกาศเจตนารมณ์การขับเคลื่อนสมัชชาความร่วมมือทรัพยากรดินแห่งประเทศไทย (TSP:ThaiSoil Partnership) ลงนามโดย รมช.เกษตรฯ กับ 7 ภาคส่วน – ภาครัฐภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคประชาสังคม ภาคสื่อและภาคประชาชน อีกด้วย



นายไตรภพ โคตรวงษา

ทางด้าน นายไตรภพ โคตรวงษาอาจารย์ประจำสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรมคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครินทร์และประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติกล่าวถึงการท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชา ในรูปแบบ“เที่ยวทำดีตามรอยพ่อ” ว่า“ตามที่รัฐบาลได้เห็นชอบตามแผนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวชุมชน ปี 2559 -2563


โดยมีเป้าหมายผลักดันการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนให้เพิ่มขึ้น 4 - 8 %
ให้เกิดการกระจายรายได้ในท้องถิ่นมากขึ้นสอดรับกับกระแสพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (SustainableTourism
Development) ระดับโลก กลไกการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism)
และการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community basedtourism)เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวชุมชนอย่างมีความรับผิดชอบทั้งในแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและแหล่งวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับระบบนิเวศ
เป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยยึดชุมชนเป็นฐานในการพัฒนา(Community-based development)ให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบเชื่อมโยงสัมพันธ์เหมาะสมกับภูมิประเทศและสังคมวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ได้จัดการอบรมหลักสูตร “การท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชา” มาแล้ว 3 รุ่น โดยนำร่องจากการพัฒนาการท่องเที่ยวลุ่มน้ำบางปะกง


นายวิโรจน์ สูงยิ่ง


ต่อมาได้รวมตัวกันเป็น กลุ่มการท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชาและได้ร่วมมือกันพัฒนาเป็นรูปแบบ “เอามื้อถือแรงสามัคคีเที่ยวทำดีตามรอยพ่อ” มีพื้นที่เป้าหมาย 9 แปลงกระจายอยู่ทั่วประเทศและเล็งเห็นว่า พื้นที่ของ นายวิโรจน์ สูงยิ่ง บ้านพุบอน ตำบลหาดขามอำเภอกุยบุรี เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนา จึงจัดทำเป็นกุยบุรีโมเดลให้นักท่องเที่ยวและจิตอาสาได้เรียนรู้การเกษตรยั่งยืนตามรอยศาสตร์พระราชา พร้อมได้สัมผัสกับการท่องเที่ยว กุยบุรี ผืนป่าของพ่อ

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ นำผืนป่าที่นายทุนคืนให้ทางราชการ
มาฟื้นฟูให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสัตว์ป่า จนกลายเป็น โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ยังความชุ่มชื้นคืนธรรมชาติและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลาย
จนทำให้ผืนป่ากุยบุรีเป็นพื้นที่จัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างที่ดีที่สุดในเอเชีย

นอกจากนั้นยังได้เข้าชมและศึกษาเส้นทางธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เพื่อชมไม้จันทน์หอม ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุหลายร้อยปีซึ่งพบที่นี่เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและตามรอยไม้จันทน์หอมที่ได้รับการนำไปสร้างเป็นพระบรมโกศของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ในหลวงรัชกาลที่๙ รวมทั้งพระบรมโกศ ของพระราชวงศ์อีกหลายพระองค์และชมธรรมชาติอันสวยงามของอุโมงค์ต้นจามจุรี บนทุ่งหญ้า 1,500 ไร่
ชมพระอาทิตย์ตกดิน และทิวทัศน์อันงดงามบริเวณอ่างเก็บน้ำยางชุมอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และสัมผัสกับวิถีชาวบ้านชุมชนกุยบุรี

ทั้งนี้กุยบุรีโมเดลจะเป็นต้นแบบในการพัฒนาการท่องเที่ยวตามศาสตร์พระราชาในพื้นที่ต่อๆ ไปในอนาคต”

Powered by MakeWebEasy.com