SUBARU FORESTER รถเอสยูวีสำหรับครอบครัวยุคใหม่

โดย : อัฐฒา นายเรือ

หลังจากที่ทาง บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงทุนถึง 5,000 ล้านบาทในการสร้างโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังบนเนื้อที่กว่า 100,000 ตร.ม. เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้ขึ้นไลน์ประกอบ ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ ออกมาเป็นรุ่นแรกโดยใช้แพลทฟอร์มแบบ SUBARU GLOBAL PLATFORM รวมทั้งเครื่องยนต์และระบบถ่ายทอดกำลังจะใช้ร่วมกับรุ่น เอกซ์วี ใหม่ วันนี้เราจะมาลอง ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ ใหม่ ที่ประกอบในเมืองไทยกันว่ามีข้อดี ข้อเสีย ในการใช้งานอะไรกันบ้าง เป็นรถครอบครัวที่น่าใช้หรือไม่ ?



เมื่อได้รับข้อมูลเป็นที่เรียบร้อย เราก็เริ่มออกเดินทางจากสำนักงานใหญ่ซูบารุ บนถนนเสรีไทย มุ่งหน้าสู่ชายหาดบางแสน รถเราที่ประกอบไปด้วยทีมงานรายการวิทยุ SAFE SAVE DRIVE รายการทีวี Let's Go 224 และ เว็บไซต์ LIFESTYLES224.COM เดินทางไปด้วยกันใน ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ หมายเลข 1 โดยในช่วงขาไปผมและ คุณพิเชษฐ แจ่มกระทึก นั่งเป็นผู้โดยสารโดยมีคุณบอล-กันตธรรม ราชวัลลภานุสิษฐ์ เป็นผู้ขับขี่



ดูจากรูปทรงภายนอกที่สวยงาม ทันสมัย ขนาดตัวรถค่อนข้างใหญ่ เต็มไปด้วยเหลี่ยมสัน หลังคาสูง ไฟหน้าแบบแอลอีดี วงล้อรุ่น 2.0i-S ที่เราขับมีขนาด 18 นิ้วลงตัวกับขนาดของตัวรถ



ความรู้สึกแรกที่ได้เข้ามาสัมผัสกับ ฟอร์เรสเตอร์ ใหม่ ภายในตกแต่งด้วยวัสดุที่ดี สมราคา โดยใช้สีดำเป็นหลัก เนื้อที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มีพื้นที่วางขาที่สามารถนั่งยืดขาได้อย่างสบายๆ ส่วนบริเวณที่ว่างเหนือศีรษะค่อนข้างโปร่งโล่ง พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งมีแป้นแพดเดิลิฟท์อยู่ที่ด้านหลัง แผงหน้าปัดและจอที่ส่วนกลางสีสันแพรวพราวทันสมัยกว่าในอดีตที่เน้นแต่ในเรื่องสมรรถนะและการควบคุมบังคับเป็นหลัก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ มีมาให้ครบครันไม่น้อยหน้าบรรดาคู่แข่งทั้งหลาย รวมไปถึงมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังด้วย พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถมีเนื้อที่เหลือเฟือเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง ฟอร์เรสเตอร์ เป็นเอสยูวีที่นั่งสบาย ระบบรองรับให้ความนุ่มนวล เหมาะมากที่จะเป็นรถครอบครัวซึ่งสามารถใช้งานได้ในทุกๆ วันทั้งในวันทำงานและขับขี่ท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดพักผ่อน



เราใช้เวลาไม่นานนักก็วิ่งมาถึงชายหาดบางแสน แวะทำบุญ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันที่ ศาลเจ้านาจา วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม อ่างศิลา ก่อนจะไปนั่งรับประทานอาหารกลางวันกันแถวเขาสามมุข



ช่วงบ่าย ผมย้ายมาสู่ตำแหน่งผู้ขับขี่ มีโปรแกรมการขับในช่วงบ่ายจะขับแบบขบวนคาราวานเริ่มจากเขาสามมุข วิ่งบนถนนข้าวหลามมุ่งหน้าสู่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวเพื่อขับรถท่องเที่ยวชมสัตว์ตามจุดต่างๆ รวมทั้งทำกิจกรรมที่ทางทีมงานเตรียมไว้ ก่อนจะขับกลับเข้าสู่ กทม.กันแบบฟรีรัน



หลังจากปรับตำแหน่งเบาะนั่งและกระจกมองข้างเป็นที่เรียบร้อยเราก็เริ่มออกเดินทางกัน ฟอร์เรสเตอร์เป็นรถที่ให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีจากตัวรถที่สูงจากพื้นมากพอสมควร พื้นที่กระจกค่อนข้างเยอะให้ความโปร่งสบายในการมองรอบคัน การเก็บเสียงทำได้ดี การประกอบอาจไม่เรียบร้อยบ้างในบางจุดอาจจะเพราะเป็นรถซูบารุรุ่นแรกที่ประกอบจากโรงงานในประเทศไทย แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าการประกอบในประเทศเพื่อนบ้านบางแห่งด้วยซ้ำ



ฟอร์เรสเตอร์ เป็นเอสยูวีขับสี่ตลอดเวลาแบบ ALL WHEEL DRIVE ที่จะให้ความสมดุลในการขับขี่ ผนวกกับการติดตั้งเครื่องยนต์แบบลูกสูบนอนยันบอกเซอร์ ทำให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยให้มีความสมดุลในการขับขี่ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะในขณะเข้าโค้ง นอกจากนี้ ฟอร์เรสเตอร์ ยังได้ติดตั้งระบบ X-MODE ที่จะมีอัตราทดต่ำสามารถเรียกพละกำลัง แรงบิด พารถขับเคลื่อนผ่านอุปสรรคในการขับขี่ได้ดีในระดับหนึ่ง นอกจากนี้การที่ใต้ท้องรถมีความสูงจากพื้นดินถึง 220 มม. เทียบแล้วสูงกว่าบรรดาคู่แข่งทำให้รถคันนี้สามารถลุยได้มากกว่าเอสยูวีโดยทั่วๆ ไป และจะมีประโยชน์มากในช่วงการขับลุยน้ำฝนที่รอการระบายในเมืองหลวงได้เป็นอย่างดี เสียดายที่การทดลองขับในวันนี้มีแต่วิ่งบนทางเรียบ ไม่มีเส้นทางลุยๆ ให้เราได้ลองระบบ X-MODE ของซูบารุกัน



เครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุ 2.0 ลิตรตัวนี้ได้รับการพัฒนาใหม่ ระบบหัวฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบไดเรคอินเจคชัน ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุดทำได้ 196 นิวตัน-ม. ที่ 4,000 รตน. ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่อง CVT อัตราเร่งเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไปสไตล์รถครอบครัว ถ้าต้องการความรวดเร็วโดยเฉพาะในขณะเร่งแซงอาจจะใช้แพดเดิลชิฟท์ช่วยปรับอัตราทดเกียร์เพื่อเพิ่มอัตราเร่งให้ไวยิ่งขึ้น ช่วงที่เราวิ่งด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องอยู่เพียงแค่ 2,000 รตน. ซึ่งเป็นข้อดีของการใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่มีอัตราทดต่ำ ในขณะที่เราใช้ความเร็วในการเดินทางอยู่ในช่วง 90-120 กม./ชม. ดูจากมาตรวัดแสดงอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 11 กม./ลิตร ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีพอสมควรเมื่อมองถึงว่ารถคันนี้ขับเคลื่อนด้วยล้อทั้งสี่แบบตลอดเวลาซึ่งจะบริโภคเชื้อเพลิงสูงกว่ารถขับเคลื่อนสองล้อโดยทั่วไป

เราได้ลองขับกับแบบใช้งานจริง ไปกันแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบนัก ฟอร์เรสเตอร์เป็นรถที่ขับสบายจนบางครั้งเรารู้สึกว่าระบบรองรับอาจจะนุ่มเกินไปสักหน่อยด้วยซ้ำ ใช้เวลาไม่นานเราก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางที่โชว์รูม ซูบารุ ถนนเสรีไทย

ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ แบ่งออกเป็น 3 รุ่นด้วยกัน คือ 2.0i-L ตั้งราคาไว้ที่ 1,330,000 บาท รุ่น 2.0i-S ราคา 1,380,000 บาท ส่วนรุ่นทอพ 2.0i-S ES ราคา 1,450,000 บาท ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ Eye Sight ที่จะช่วยเบรกโดยอัตโนมัติก่อนการชน ระบบควบคุมความเร็วคงที่ซึ่งจะสามารถปรับความเร็วรถรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าออกตัวอีกครั้งหลังจากจอดหยุดนิ่ง โดยรถทุกรุ่นมาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพตัวรถ WARRANTY นาน 5 ปี หรือ 100,000 กม.

ถือว่า ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ ใหม่ เป็นรถที่น่าสนใจในด้านคุณภาพตัวรถ อุปกรณ์มาตรฐาน และราคา เมื่อเทียบกับบรรดารถคู่แข่งในระดับเดียวกัน ผู้ที่กำลังมองหารถประเภทนี้ไว้ใช้งานอยากจะให้ได้ลองขับฟอร์เรสเตอร์ดูสักครั้งก่อนตัดสินใจครับ



ขอขอบคุณ : บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้เชิญเรามาร่วมทดลองขับ และหาประสบการณ์ใหม่กับ ฟอร์เรสเตอร์ และอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางในทริพนี้

Powered by MakeWebEasy.com