NEW MAZDA 3 รุ่น 4 มาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว แฝงด้วยความสปอร์ตและปลอดภัย

มาสด้า 3 เปิดตัวในบ้านเราเมื่อปี 2004 เป็นรุ่นแรกของทางค่ายมาสด้า จนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลาเกือบ 15 ปี ที่โลดแล่นอยู่ในตลาดรถ C-Segment ของบ้านเราได้รับเสียงตอบรับจากแฟนๆ มาสด้าอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา มาสด้า 3 ทั้ง 3 รุ่น มียอดขายรวมกันเกือบหนึ่งแสนคัน ถือว่าเป็นเสียงตอบรับที่ดีในเมืองไทย และล่าสุดกำลังจะทำการเปิดตัว “NEW MAZDA 3” ออกสู่สายตาประชาชนในเร็วๆ นี้ แต่ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ “NEW MAZDA 3” ทาง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ได้เชิญสื่อมวลชนไปร่วมทดลองขับเจ้า “NEW MAZDA 3” เพื่อพิสูจน์ถึงสมรรถนะของรุ่นนี้ก่อนจะเผื่อแผร่สู่สาธารณะชน

    

           

โดยเจ้า “NEW MAZDA 3” รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 4 ของมาสด้า 3 การออกแบบภายใต้แนวคิด “KODO DESIGN” ที่โดดเด่นในเรื่องของความสวยงามในรูปลักษณะภายนอก โดยเจ้ามาสด้า 3 ใหม่เป็นรถที่มีสองบุคลิก โดยบุคลิกแรก คือ วิญญาณความอิสระ มุ่งมั่นที่จะทำตามความเชื่อของตนเอง และไม่ถูกจำกัดอยู่กับภูมิปัญญาแบบดั้งเดิม ถูกนำเสนอในลักษณะของรถที่เป็นแบบรถด้านท้ายตัด หรือเรียกอีกอย่างว่า “แฮตช์แบค” จึงใช้วิธีการออกแบบเพื่อกำจัดเส้นสายที่เป็นลักษณะจำเพาะออกทั้งหมด และใช้โครงสร้างตัวถังที่มีลักษณะโค้งมนและสวยงาม สะท้อนสภาพแวดล้อมโดยรอบ

   

อีกบุคลิกสำหรับสุภาพบุรษและสุภาพสตรีที่ผสมผสานศักดิ์ศรีกับแนวความเป็นปัจเจกบุคคลด้วยการยึดมั่นในรูปแบบและสไตล์ดั้งเดิม แต่ซ้อนเร้นด้วยความสวยงามสะดุดตาเมื่อแรกเห็น เป็นลักษณะจำเพาะของ “ซีดาน” โดยนำข้อจำกัดทั้งหมดออกและขยายความยาวโดยรวม เอาชนะความท้าทายด้านเทคนิคต่างๆ เพื่อใฟ้ฝากระโปรงหน้ารถและท้ายรถลาดลง ทำให้มีความโฉบเฉี่ยวและสง่างามทำให้เกิดความประทับใจเมื่อแรกพบ

  

  

ภายในการออกแบบที่เน้นมนุษย์เป็นหลักช่วยเพิ่มความสบายด้วยการผ่อนคลาย บริเวณที่นั่งคนขับและห้องโดยสาร เพื่อให้ผู้ขับขี่ทุกคนได้รับความมั่นใจในการใช้งานช่วยให้มีสมาธิในการขับขี่ การใช้เวลาในการเดินทางสะดวกสบายและสนุกสนาน เบาะนั่งนำโครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่อรักษาเส้นโค้งรูปตัวเอส ตามธรรมชาติของกระดูกสันหลัง เบาะรองนั่งและเบาะรองหลังช่วงล่างรอบรับกระดูกเชิงกรานส่วนล่าง กระดูเชิงกรานส่วนบน และต้นขาเพื่อให้กระดูกเชิงกรานอยู่ในตำแหน่งตั้งตรง ในขณะเดียวกันเบาะนั่งดานบนยังช่วยดึงจุดศูนย์ถ่วงของซี่โครง นอกจากนี้ยังช่วยให้ศรีษะผู้ขับขี่มั่นคงตามธรรมชาติเพื่อตอบสนองต่ออินพุตจากผิวถนน ผู้ขับขี่จึงมีความเหนื่อยล้าน้อยลงและรู้สึกสบายขึ้นแม้จะขับเป็นเวลานาน

               

ระบบกันสะเทือนของ New Mazda 3 ถูกออกแบบตามแนวคิดของการส่งกำลังที่ราบรื่น เพิ่มความมั่นคงในขณะขับขี่แต่ยังมีความแม่นยำในการเข้าโค้ง ทำให้เพลิดเพลินในการขับขี่ทุกสภาพถนน โดยช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ แม็คเพอร์สัน สตรัท ที่ออกแบบและพัฒนามาใหม่ ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบาร์ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาใหม่เพื่อลดจำนวนข้อต่อต่างๆ ลง ทำให้ลดน้ำหนักลงไปได้เกือบ 10 กิโลและลดเสียงที่เกิดจากรอยต่อลงได้ ทำให้มีเสถียรภาพในการทรงตัวที่ดีกว่าเดิม

               

สำหรับตัว New Mazda 3 ถูกพัฒนาและติดตั้งระบบ “GVC PLUS” เป็นการใช้เบรกเพื่อเพิ่มการควบคุมการหักเหของตัวรถ เพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ เมื่อผู้ขับขี่ขับรถออกจากโค้งโดยคืนพวงมาลัยกลับไปตำแหน่งกึ่งกลาง GVC PLUS เพิ่มแรงเบรกเล็กน้อยไปที่ล้อด้านนอก ทำให้เกิดโมเมนต์ที่มีเสถียรภาพจะช่วยให้รถกลับมาวิ่งตรงเหมือนเดิม และสามารถออกโค้งได้แม่นยำยิ่งขึ้น

               

นอกจากนี้มาสด้ายังคำนึงถึงเรื่องของเสียง การสั่นสะเทือน และความกระด้างหรือ NVH (Noise, vibration and harsbness) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบาย โดยมาสด้าเน้นไปที่คุณลักษณะของเสียง 3 ประการที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้โดยสาร คือระดับเสียง การเปลี่ยนแปลงระดับเสียง และโทนเสียงตามเวลา รวมถึงทิศทางที่เสียงเกิดขึ้น เพื่อให้ห้องโดยสารเงียบขึ้นโดยควบคุมเสียงที่ได้ยินและกำจัดเสียงที่ไม่พึงประสงค์ ลดเสียงรบกวน ลดเสียงขณะที่ความผันผวนทิศทางเสียงถูกควบคุม
                

นี้คือแนวคิดหลักๆ ที่ทางวิศวกรได้ออกแบบเจ้า “New Mazda 3” ขึ้นมาเอาใจผู้บริโภคมากขึ้นและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภค และในงานวันนั้นได้มีกิจกรรมทดลองขับเจ้า “New Mazda 3” เพื่อรู้ถึงสมรรถนะของช่วงล่างด้านหลังแบบ ทอร์ชั่นบาร์ ที่ออกแบบใหม่ให้มีความเสถียรภาพมากขึ้น



เริ่มจากอัตราเร่งของเครื่องยนต์นั้นถ้าเทียบกับตัวเก่าไม่ได้แตกต่างอะไรมากเนื่องจากยังคงเป็นเครื่องเดิม SKYACTIV-G 2.0 แต่มีการปรับจูนกล่องควบคุมใหม่และใช้วาล์วควบคุมน้ำหล่อเย็นทำให้เครื่องยนต์ร้อนช้า และประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น จากอัตราเร่งเข้าสู่สถานีทดลองเบรกเราเร่งเครื่องยนต์มาจนถึงความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง แล้วก็ชะลอความเร็วลง จังหวะที่ชะลอความเร็วลงอาการของรถไม่มีเสียอาการเซไปทางซ้ายหรือขวา จากนั้นขับรถเข้าโค้งเพื่อรองการควบคุม G-Vectoring (GVC Plus) อย่างที่เราอธิบายไปข้างต้น ด้วยระบบการควบคุม GVC Plus ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ทำให้เวลาเข้าโค้งเรารู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น สามารถใช้ความเร็วได้ตามความเหมาะสมของโค้งนั้นๆ ในจังหวะออกโค้งเราสามารถเดินคันเร่งออกจากโค้งไปได้อย่างสบายๆ พอออกโค้งมาก็มาต่อกันที่สถานีสลาลม โดยสถานีนี้จะได้รู้เลยว่าระบบช่วงล่างด้านหลังทอร์ชั่นบาร์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่และใส่เข้าไปในรถคันนี้อาการของรถจะเป็นอย่างไร ไล่ไปตั้งแต่พวงมาลัยตอบสนองได้ดีกว่ารุ่นเดิม คมขึ้นเลี้ยวโค้งได้ดี ส่วนช่วงล่างด้านหลังนั้นพัฒนาได้ดีจริง สามารถทำความเร็วได้มากกว่ารุ่นเดิมไม่มีอาการท้ายไหลให้ได้รู้สึก และอีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกว่าถูกพัฒนาออกมาได้ดีอย่างเห็นได้ชัดคือความเงียบในห้องโดยสารที่เงียบมากๆ และแผงคอนโทรลหน้าที่ออกแบบมาใหม่ตัดสิ่งที่รบกวนสายตาออกหมดทุกจุดทำให้ดูโล่งตาและสบายตาในการขับขี่ ต่อมาเป็นการจำลองการขับขี่แบบคดเขี้ยวไปมา มีทั้งโค้งเล็ก โค้งกว้าง โค้งแคบ และการเข้าโค้งที่ความเร็วต่างกันออกไป ระบบพวงมาลัยและช่วงล่างที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นี้ตอบสนองได้ดีเลยทีเดียว

               

โดยเจ้าตัว New Mazda 3 จะเปิดสู่สายตาประชาชนได้เป็นเจ้าของเร็วๆ นี้สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็ปไซค์ของเราว่าเปิดเมื่อไหร่และราคาเป็นอย่างไร ตามดูกันได้นะครับ

Powered by MakeWebEasy.com