NISSAN GT-R Nismo MY2020 || แรงสุดติ่ง ก่อนการมาของ GT-R50

ภาพและภาพยนตร์ : NISSAN MOTOR CORPORATION
เรียบเรียง : Pitak Boon

 


 


อดีต Nismo เป็นสำนักแต่งคู่บุญของ NISSAN ซึ่งย่อมาจาก Nissan Motorsport ถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 17 กันยายน ปี 1984 หรือร่วม 35 ปี ที่ผ่านมา จากเดิมเน้นโมรถบ้านให้เป็นรถแข่งเพื่อลงสนาม ก็หันมาผลิตรถบ้านที่แรงแตกต่างจากรถถนนรุ่นมาตรฐาน เอาใจแฟนคลับประจำค่ายที่นิยมการเพิ่มสมรรถนะให้กับรถคันโปรด แต่ต้องการมาตรฐานการอัพเกรดระดับโรงงาน ซึ่งสบายใจได้ทั้งในเรื่องความทนทาน อายุการใช้งาน การรับประกัน รวมถึงการเข้าศูนย์บริการ สรุปคือ แรงขึ้น ขับสนุกขึ้น จากการสร้างสรรค์รถในสังกัดให้มีความพิเศษเหนือกว่ารถยนต์รุ่นพื้นฐาน ความพิเศษนับตั้งแต่ตัวถังภายนอก เครื่องยนต์ ละเอียดอ่อนไปจนถึงฟีลลิ่งจากช่วงล่าง Nismo ทุกรุ่นจึงเป็นตัวแรงจากโรงงาน ที่ให้ความสะดวกในการใช้งาน และการเข้ารับบริการในศูนย์ไม่แตกต่างจากรถยนต์ NISSAN ทั่วไป



GT-R Nismo เป็นหนึ่งรถในฝันตลอดกาลของนักเลงรถทั่วโลก ได้เปิดตัวรถโมเดลปี 2020 ออกมาพร้อมๆ กับ GT-R เวอร์ชั่น ‘50th Anniversary Edition’ เมื่องาน 2019 New York International Auto Show ที่ผ่านมาและ GT-R Nismo ภายใต้รหัส ‘R35’ ยังคงความพิเศษในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะการใช้ know-how ตรงจากตัวแข่ง GT-R GT3 ผลลัพธ์คืออรรถรสที่เหนือชั้นหลังพวงมาลัย ขับสนุกขึ้น ครบสูตร โหด เร็ว และแรง



แม้ค่ายรถจากญี่ปุ่นด้วยกัน จะส่งตัวแรงลงถนนมาแล้วหลายโมเดล ทว่า ณ ปัจจุบัน GT-R R35 ยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นรถสมรรถนะสูงอันดับ 1 จากฝั่งตะวันออก สมบูรณ์แบบในระดับที่รถสปอร์ตจากฝั่งตะวันตกไม่กล้าแหย่ ความพิเศษของ GT-R เริ่มต้นที่ระบบแอร์โรไดนามิค ซึ่งวิศวกร NISSAN ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยตั้งเป้าไว้ว่าที่ความเร็ว 300 กม./ชม. ผู้โดยสารยังพูดคุยกันได้ตามปกติ!!! ไม่มีเสียงลมมาสร้างความรำคาญ เส้นสายคมกริบบนตัวถัง GT-R ได้รับการขัดเกลาจนตัวเลขสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Drag Coefficient) เหลือต่ำเพียง 0.27 ใน GT-R ปี 2008 และลดเหลือ 0.26 ใน GT-R ปี 2014-ปัจจุบัน สำหรับ GT-R Nismo แม้บอดี้จะมาพร้อมแอร์โรพาร์ท ที่เน้นสร้างแรงลมกดบนตัวถังในความเร็วสูง แต่ก็ยังมีตัวเลข Cd. ต่ำในระดับ 0.26 ไม่เปลี่ยนแปลง



บอดี้ของ GT-R Nismo โมเดลปี 2020 ทีมงาน Nismo จัดเต็มทิ้งทวน (ก่อนเปลี่ยนโมเดล) เพิ่มเติมด้วยสูตรลดน้ำหนักของตัวแข่ง GT-R GT3 ด้วยการเปลี่ยนมาใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ เพิ่มเติมอีกหลายจุด ได้แก่ กันชนหน้า-หลัง, ฝากระโปรงหน้า-หลัง, แผ่นหลังคา, ชุดครีบระบายอากาศเหนือซุ้มล้อหน้า, สเกิร์ตข้าง และสปอยเลอร์หลัง เฉพาะส่วนนี้หั่นน้ำหนักทิ้งไปได้ 10.5 กิโลกรัม ขณะที่ล้อเน้นความเบาด้วย forced aluminum ขนาด 20 นิ้ว จาก RAYS ปิดท้ายด้วยอ็อพชันเบรก BREMBO Carbon Ceramic ใช้จานเบรกเซรามิคที่เบากว่าจานเบรกเหล็กหล่อสแตนดาร์ด จานหน้าใหญ่โตระดับ 410 มิลลิเมตร จานหลังขนาด 390 มิลลิเมตร ภาพรวม GT-R Nismo ปี 2020 เบาขึ้นกว่า 20 กิโลกรัม



GT-R ใช้เครื่องยนต์รหัส VR38DETT ความจุ 3.8 ลิตร อัพพลังด้วยทวินเทอร์โบ หากเป็นเวอร์ชั่น ‘50th Anniversary Edition’ ซึ่งเป็นรถโมเดลปี 2020 มีม้าติดตัว 565 hp แรงบิดสูงสุดมาใช้งาน 633 Nm ที่ 3,300-5,800 รอบ/นาที สำหรับขุมพลัง VR38DETT ใน GT-R Nismo อัพเกรดไปใช้เทอร์โบที่โข่งไอดีมีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น ผลลัพธ์คือการลำเรียงอากาศอัดเข้าห้องเผาไหม้ได้มากยิ่งขึ้น แรงม้าขยับไปขึ้นเป็น 600 hp แรงบิดสูงสุด 652 Nm ที่ 3,600-5,600 รอบ/นาที การทำอัตรา 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลาต่ำกว่า 3 วิ. ไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย และความเร็วสูงสุดของ GT-R Nismo ถูกเคลมไว้ที่ 315 กม./ชม.

Powered by MakeWebEasy.com