ทดลองขับ All-New Toyota Corolla Cross C-SUV เปิดตัวครั้งแรกของโลก ราคาเร้าใจ..นุ่ม..หนึบ..นั่งสบาย

โดย สุรพงษ์ ศิริชาติ

 

เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้จัดงานเปิดตัวยานยนต์อเนกประสงค์ SUV ครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย ภายใต้ชื่อรุ่น “โคโลล่า ครอส” ใหม่ (All-New Corolla Cross) โดยมี มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย มร.ไดโซะ คาเมะยามา หัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้แนะนำยานยนต์อเนกประสงค์รุ่นใหม่ พร้อมแนวทางการออกแบบ และกลยุทธ์ทางการตลาด ซึ่งการแนะนำการเปิดตัวในครั้งนี้มาในรูปแบบ New Normal ผ่าน วีดีโอ พรีเซนเทชั่น

               

การออกแบบของ “โคโลล่า ครอส” มาพร้อมกับสโลแกน “A New Journey..ให้ชีวิตเดินทาง” ออกแบบ และพัฒนาภายใต้แนวคิด ความกะทัดรัดที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย (Compact yet Comfortable) และ “ความล้ำสมัยที่สะท้อนตัวตนของความภูมิฐานสำหรับชีวิตในเมือง “Dignity Urban Vogue” นับเป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดของโตโยต้าที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาด SUV โดดเด่นด้วยโครงสร้าง TNGA และคุณลักษณะโดดเด่นอีก 5 จุดหลัก

 

 

1.ด้านการออกแบบ             

A New Outstanding Journer การออกแบบภายนอกโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว สะท้อนความหรูหรา แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง ไฟหน้า และไฟท้ายแบบ LED หลังคามูนรูฟไฟฟ้า ราวแร็คหลังคา มาพร้อมล้อแม็กขอบ 18 นิ้ว(ในรุ่น Hybird)


  

            

A New Satisfying Journer ด้วยการออกแบบภายในได้อย่างลงตัว ด้วยโทนสีใหม่ สีแดง Terra Rossa จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Mulit Information Display 7 นิ้ว)



2.ด้านสมรรถนะในการขับขี่

A New Energetic Journey เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร 2ZR-FXE แบบ Atkinson Cycle ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด เจนเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งมีการพัฒนาในเรื่องของ มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว แบตเตอรี่ใหม่มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ทนทาน ประหยัดน้ำมัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกสนานในการขับขี่ พร้อมทั้งตอบสนองต่ออัตราเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ ด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.3 กม./ลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 98 กรัมต่อกิโลเมตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20  และเครื่องยนต์เบ็นซิน 1.8 ลิตร 2ZR-FBE จับคู่กับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT-I 7 สปีด พร้อม Sequential Shift และ Shit Lock อัตราเร่งตอบสนองได้ดั่งใจ รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 มาพร้อมกับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.4 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 150 กรัมต่อกิโลเมตร

   

            

A New Confident Journey ด้วยแพลทฟอร์มโครงสร้าง TNGA ซึ่งประกอบไปด้วย Body Rigidity เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้าง พร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot Welding) ช่วยรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง Good Handling พวงมาลัยไฟฟ้า EPS มีการปรับจูนให้ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย และมั่นใจ Low Center Of Gravity ออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ลดอาการโคลงของตัวรถ ช่วยในเรื่องของการทรงตัว และเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบ คานแข็ง ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ช่วยในเรื่องของประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่ดี แต่ยังคงให้ความนุ่มนวลสะดวกสบายในทุกระดับ ทั้งการขับขี่ทางตรง และทางโค้ง ตบท้ายด้วย Excellent Visibility ออกแบบตัวรถให้เหมาะสมกับสรีระผู้ขับขี่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย และลดมุมอับสายตา

 

 

3.ด้านความสะดวกสบาย             

A New Convenient Journey โดดเด่นด้วยประโยชน์ใช้สอยกับพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ 487 ลิตร นอกจากนี้ในส่วนของห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยประตูบานหลังขนาดใหญ่ ทำให้ผู้โดยสารสามารถขึ้น-ลง ได้อย่างสะดวกสบาย แถมยังมีพื้นที่เหนือศีรษะให้สูงพอดี ช่วยทำให้ห้องโดยสารโปร่ง สบาย ไม่อึดอัด ประตูฝาท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเซ็นเซอร์เปิด-ปิดประตูฝาท้ายแบบ Kick Activated

เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในรุ่น Hybrid Premium Safety และ Hybrid Premium ระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone พนักพิงเบาะด้านหลังปรับเอนได้ 6 องศา พร้อมพนักพิงเท้าแขน ที่วางแก้วน้ำ รวมถึงช่องระบายอากาศ และช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

 

 

4.ด้านความปลอดภัย            

A New Protected Journey โดดเด่นด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัย และประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของ “โคโลล่า ครอส” ได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยสืบทอดเอกลักษณะเด่น DNA ของรถในตระกูล “โคโลล่า” ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของโตโยต้า (Toyota Safety Sense) อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System) ระบบเตือนเมื่อขับออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Streering Assist) ระบบควบคุม และปรับลดความเร็วอัตโนมัติพร้อมช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Dynamic Rader Cruise Control with Lane Tracing Assist) และระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) รวมทั้งกล้องมองภาพรอบทิศทาง พร้อมมุมมองแบบ 3 มิติ (Panorami View Monitor) ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Sport Mornitor) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง (Air SRS)

6.ด้านการเชื่อมต่อ

A New Connected Journey สะดวกสบายกับหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ T-Connect เชื่อมต่อความสุขในทุกเส้นทาง ให้คุณอุ่นใจปลอดภัยไร้กังวลในทุกสถานการณ์ ในการดูแลรถยนต์ให้เป็นเรื่องง่าย

 

ลองของจริงแบบสั้นๆ..นุ่ม..หนึบ..นั่งสบาย

หลังจากการเปิดตัวทาง โตโยต้า ได้จัดรถ “โคโลล่า ครอส ไฮบริด” ให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับแบบสั้นๆ ภายในสนามทดสอบ TDX โดยวางรูปแบบของไลน์สนามให้ได้ผู้สื่อข่าวได้ทราบถึงฟิลลิ่งของรถรุ่นนี้ว่าเป็นยังไงบ้างแบบสั้นๆ ซึ่งสิ่งแรกเมื่อก้าวขึ้นไปนั่งบนตำแหน่งผู้ขับขี่คือ ทัศนวิสัยที่โปร่งตา ตำแหน่งเบาะนั่งจัดวางไว้ดี ส่วนรองนั่งรองรับต้นขาได้เกือบเต็ม พื้นที่เหนือศีรษะค่อนข้างเยอะ การจัดวางปุ่มอุปกรณ์ต่างๆ ถือว่าใช้งานค่อนข้างสะดวก

 

              

ฟิลลิ่งในการลองขับช่วงสั้นๆ ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ออกตัวไปเป็นทางซิกแซกให้สัมผัสถึงฟีดแบคของพวงมาลัยก่อนเป็นอันดับแรก น้ำหนักพวงมาลัยถือว่าดี ความไวอยู่ในระดับเกือบจะหัวแถวในรถกลุ่มนี้ แป้นคันเร่งเวลาแตะคันเร่ง ตอบสนองค่อนข้างไว(แต่ช้ากว่า C-HR นิดนึง)

ต่อมาลองในเรื่องของ ระบบเตือนเมื่อขับออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Streering Assist) ทำได้ดีมีการดึงรถกลับเข้าเลนแบบนิ่มนวลไม่กระชาก

               

น้ำหนักของแป้นเบรคถือว่าดีเกือบจะธรรมชาติใกล้เคียงกับรถที่ใช้เครื่องยนต์ปกติ คือ ไม่หยุ่นจนเกินไป และไม่ตอบสนองเร็วจนเกินไป ช่วงทำความเร็วเข้าสลาลอม พวงมาลัยตอบสนองดี อาการโคลงของตัวรถมีน้อยมาก(ส่วนหนึ่งเกิดจากศูนย์ถ่วงที่ต่ำ) ช่วงล่างด้านหลังแบบ “คานแข็ง” ที่ออกแบบจัวางตำแหน่งของ “ช็อคอัพ” เอียงไปด้านหน้า และ “บู๊ชอาร์ม” ขนาดใหญ่ ช่วยให้การยึดเกาะถนนที่ดี และช่วงขึ้น-ลง สะพาน-วิ่งบนทางขุรขระ ช่วงล่างซัพแรงสั่นสะเทือนได้ดี ไม่ดีดเด้ง ถือว่า โตโยต้า โคโลล่า ครอส ออกแบบ พัฒนา ปรับจูนมาได้ค่อนข้างลงตัวเหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ



               

ย้ายมาเป็นผู้โดยสารตอนหลังบ้าง พื้นที่วางขาค่อนข้างสบาย สอดเท้าเข้าใต้เบาะได้แบบไม่อึดอัด พนักพิงปรับเอนได้ช่วยให้นั่งสบายมากยิ่งขึ้น รวมถึงสิ่งที่ชอบคือ แรงลมของช่องแอร์ด้านหลัง แรงดีทีเดียว ส่งผลให้ผู้โดยสารตอนหลังได้รับความเย็นสบายไม่แพ้ด้านหน้า และเสียงของ “ฝาท้าย” ซึ่งมักเป็นปัญหาของรถแนวนี้เวลาที่บิดตัวหรือเจอทางขุรขระแล้วมีเสียงดัง เจ้า “โคโลล่า ครอส” การบิดตัวของบอดี้น้อย เสียงของฝาท้ายไม่มีให้ได้ยิน รวมถึงการเก็บเสียงของห้องโดยสารที่ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว   



ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่น่าสนใจกับราคาค่าตัว 9.89 ในรุ่น 1.8 สปอร์ต, รุ่น ไฮบริด สมาร์ท ราคา 1.019 ล้านบาท, รุ่น ไฮบริด พรีเมี่ยม ราคา 1.089 ล้านบาท และ 1.199 ล้านบาทในรุ่น ไฮบริด พรีเมี่ยม เซฟตี้ และในช่วงเปิดตัวจนถึง 30 กันยายน รุ่น 1.8 สปอร์ต กับราคาพิเศษ 9.59 แสนบาท สนใจข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.toyota.co.th หรือที่โชว์รูมโตโยต้า ทั่วประเทศ ได้แล้ววันนี้

               

Powered by MakeWebEasy.com