Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC || เวอร์ชันแรง...รุ่นรองท็อป อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เร็ว 5.1 วิ.

ภาพและภาพยนตร์ : Daimler AG
เรียบเรียง : Pitak Boon

GLA เจอเนอเรชันที่ 2 ใช้รหัสโมเดล ‘H247’ (เจนแรกเป็น X156) บอดี้ใหม่ปรับความสูงเพิ่มขึ้น 100 มิลลิเมตร แต่ความยาวตัวถังลดลง 1.5 มิลลิเมตร ความเปลี่ยนแปลงในส่วนของห้องโดยสารจึงเป็นการเพิ่ม headroom ของเบาะนั่งหน้า ส่วนเบาะหลังจะขยาย legroom เพิ่มความสบายให้กับสำหรับผู้โดยสาร แม้จะเป็นรถ Compact SUV แต่ความสูงของ GLA ‘H247’ ถูกออกแบบไว้ที่เพียง 1,611 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ขณะรถใช้ความเร็ว มาพร้อมตัวเลข Cd. ที่ต่ำเพียง 0.28 (X156 = 0.29) และยังได้ในเรื่องของการลดจุดศูนย์ถ่วงของรถทั้งคัน ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงประสิทธิภาพการบังคับควบคุมรถโดยตรง

 

 

แม้ตัวถังใหม่จะสูงขึ้น แต่ก็ลู่ลมกว่าเดิม อากาศพลศาสตร์บนตัวถัง GLA วัตถุประสงค์ไม่ใช่เฉพาะเรื่องประสิทธิภาพในการใช้ความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยลดภาระให้กับเครื่องยนต์ ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ต่อเนื่องมาจนถึงลดการสร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม (ผ่านมาตรฐานมลพิษ Euro 6d) ห้องโดยสาร GLA 35 4MATIC เน้นความสปอร์ตด้วยอะลูมีเนียม มาพร้อมความหรูของงานหนัง เบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ตถอดดีไซน์มาจากซูเปอร์คาร์ประจำค่ายอย่าง AMG GT ภาพรวมเน้นสปอร์ตเต็มพิกัด แต่ไม่อ่อนข้อเรื่องความอเนกประสงค์ ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถปรับได้ระหว่าง 435-1,430 ลิตร (X156 = 421-1,235 ลิตร)


 

GLA 35 ใช้เครื่องยนต์รหัส ‘M 260’ ที่ถูกโมต่อยอดมาจาก GLA 250 ขนาดความจุ 1,991 ซีซี ตัวเครื่องยนต์สแตนดาร์ดใน GLA 250 ปลดปล่อยพละกำลัง 225 hp ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 Nm ที่ 1,800-4,000 รอบ/นาที ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงใช้ Direct Injection ฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง ตัวหัวฉีดใช้แบบ Piezo เวอร์ชันล่าสุด ขณะที่ความแม่นยำในการป้อนอากาศเข้า และระบายไอเสียออกจากห้องเผาไหม้ เป็นหน้าที่ของระบบวาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดี และฝั่งไอเสีย ชื่อ CAMTRONIC พัฒนามาทำงานแบบ two-stage ซึ่งแปรผันได้ทั้งองศาการ เปิด-ปิด (วาล์วไอดีและวาล์วไอเสีย) พร้อมปรับระยะยกของวาล์วไอดี


 



สำหรับ GLA 35 4MATIC ซึ่งใช้ชุดขับเคลื่อนที่มีพื้นฐานเดียวกับ GLA 250 4MATIC ตัวเครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 1,991 ซีซี เท่าเดิม แต่ปรับแต่งซอฟต์แวร์ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ กระทั่งมีแรงม้าสูงถึง 306 hp ที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมแรงบิด 400 Nm ที่ 3,000-4,000 รอบ/นาที ตะกายผ่านล้อทั้งสี่ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลา 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.33-13.51 กิโลเมตร/ลิตร และค่า CO2 อยู่ในระดับ 171-170 กรัม/กิโลเมตร

 

GLA รุ่นพื้นฐานเริ่มต้นด้วยเกียร์คลัตช์คู่ 7G-DCT (Dual Clutch Transmission) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน หากเป็นรุ่นเครื่องยนต์สูงขึ้น ก็จะขยับมาเล่นกับเกียร์ 8G-DCT ขณะที่ GLA 35 4MATIC จะโมระบบเกียร์เพิ่มเติม เพื่อรับกับแรงม้าและแรงบิดที่เพิ่มขึ้น พร้อมใช้ชื่อใหม่เป็น AMG SPEEDSHIFT DCT 8G สำหรับระบบขับเคลื่อนแบบ AWD ใน GLA 35 4MATIC ใช้ชื่อ AMG Performance 4MATIC มาพร้อมความเร็ว และความแม่นยำ ในการกระจายกำลังจากล้อหน้าไปให้ล้อหลัง ซึ่งจะแปรผันไปตามโหมดการขับขี่ อัตราส่วนในการกระจายกำลังระหว่างล้อหน้า และล้อหลัง อยู่ระหว่าง 80:20 (Eco/Comfort), 70:30 (Sport) และ 50:50 (Off-road)



ระบบเบรกมาตรฐานของ GLA 35 4MATIC ใช้จานเบรกคู่หน้าใหญ่โตถึงขนาด 350 x 32 มิลลิเมตร มาพร้อมคาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบ ส่วนคู่หลังใช้ขนาด 330 x 22 มิลลิเมตร กับคาลิปเปอร์ลอย 1 ลูกสูบ ตัวคาลิปเปอร์ใช้สีเทา ขณะที่ล้อเริ่มต้นที่ 19 นิ้ว พร้อมยาง 235/30 ZR19 และมีล้อขนาด 20 และ 21 นิ้ว มาเป็นอ็อพชันพิเศษให้ลูกค้าเลือกจ่ายเพิ่มด้วย

 

Powered by MakeWebEasy.com