สปสช.แจงแนวทางบริการผู้ป่วยนอก เตรียมนำร่อง กทม. รักษาทุกที่ในเครือข่ายชุมชนอบอุ่น

สปสช.ประชุม “หน่วยบริการปฐมภูมิใน กทม.” แจงแนวทางจ่ายค่าบริการผู้ป่วยนอก เตรียมเดินหน้าระบบปฐมภูมิรูปแบบใหม่ “นำร่องรักษาทุกที่ในเครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่น”  

ที่โรงแรมเซ็นทราฯ ศูนย์ราชการ - เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข กรณีผู้ป่วยนอก (ที่ได้รับผลกระทบ) เขต กทม. ตามระบบ Fee Schedule หรือตามรายการที่กำหนด จัดโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีผู้แทนศูนย์บริการสาธารณสุข 69 แห่ง ของ กทม. และหน่วยบริการปฐมภูมิในเขต กทม. เข้าร่วม  



นพ.จเด็จ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้แทนหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในประเด็นแนวทางขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในกรณีผู้ป่วยนอก ที่สนใจเข้าร่วมระบบบริการปฐมภูมิในรูปแบบใหม่ “รักษาทุกที่ ในเครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่น” ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือระบบบัตรทอง โดยรูปแบบใหม่นี้ได้เปิดให้ประชาชนเข้ารับบริการปฐมภูมิใดก็ได้ที่อยู่ในเครือข่ายบริการชุมชนอบอุ่นตามความจำเป็น จากแต่เดิมที่จำกัดให้รับบริการปฐมภูมิเฉพาะหน่วยบริการประจำที่ลงทะเบียนเท่านั้น โดย สปสช. จะทำการเชื่อมต่อระบบและข้อมูลผู้ป่วย ซึ่งจะทำให้การเข้ารับบริการของประชาชน ทั้งที่หน่วยบริการปฐมภูมิ ศูนย์บริการสาธารณสุข และหน่วยร่วมบริการ ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว     

ทั้งนี้ ด้วยระบบบริการปฐมภูมิรูปแบบใหม่นี้ ทำให้ สปสช. ปรับวิธีการจ่ายค่าบริการปฐมภูมิ โดยแบ่งงบเป็น 2 ส่วน นอกจากการกระจายงบเหมาจ่ายรายหัวในส่วนผู้ป่วยนอก ให้กับหน่วยบริการปฐมภูมิและศูนย์บริการสาธารณสุขที่มีประชาชนขึ้นทะเบียนแล้ว อีกส่วนหนึ่งเป็นการจ่ายด้วยระบบ Fee Schedule ที่เป็นการเบิกจ่ายตามผลงานบริการในราคาที่กำหนด ซึ่งทำให้หน่วยบริการที่มีประชาชนเข้ารับบริการมากได้รับเงินเพิ่มขึ้น จากแต่เดิมเป็นการจ่ายเฉพาะงบเหมาจ่ายผู้ป่วยนอก และยังมีงบสนับสนุนทั้ง ค่าเสื่อมปรับปรุงพื้นที่ จัดซื้อครุภัณฑ์ อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ และการจ่ายตามเกณฑ์คุณภาพผลงานบริการ (Quality and Outcome Framework : QOF) ขณะที่การส่งต่อผู้ป่วยรักษาต่อที่โรงพยาบาล ยังใช้ในรูปแบบการส่งต่อเดิม ซึ่งผู้ป่วยต้องผ่านการส่งต่อโดยหน่วยบริการในเครือข่ายและยังต้องใช้ใบส่งตัวเช่นเดิม 

   

นพ.จเด็จ กล่าวว่า ส่วนความกังวลของหน่วยบริการต่อปัญหาการเข้ารับบริการซ้ำซ้อนและการช็อปปิ้งยา หลังการเปิดให้ประชาชนรักษาทุกที่ในเครือข่ายหน่วยบริการชุมชนอบอุ่นนั้น ขณะนี้ สปสช.อยู่ระหว่างการจัดทำการระบบการตรวจสอบการเข้ารับบริการแบบเรียลไทม์ (Real-time system) โดยหารือกับธนาคารกรุงไทย ซึ่งต้องขอความร่วมมือหน่วยบริการในการส่งข้อมูลบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด (Smart card) ผู้รับบริการ การให้บริการและยาที่จ่ายไป เพื่อเข้าสู่ระบบตรวจสอบ อย่างไรก็ตามปัญหานี้ยังเป็นการคาดการณ์ คงต้องติดตามและประเมินอย่างใกล้ชิด สปสช. คงไม่ยอมให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น        

Powered by MakeWebEasy.com