สัมผัสประสบการณ์ใหม่ เทคโนโลยีอัจฉริยะมาเต็ม กับการทดลองขับ All New HAVAL H6 Hybrid SUV จาก GWM

วันนี้ทางทีมงาน Lifestyle224.com พาคุณมาทำความรู้จักกับสมรรถนะ ของเจ้า All New HAVAL H6 Hybrid SUV น้องใหม่จากค่าย GWM สำหรับรถยี่ห้อนี้ถือว่าเป็นรถที่มียอดขายมาเป็นอันดับหนึ่งในประเทศจีน มา 92 เดือน และ โดยเจ้า All New HAVAL H6 Hybrid SUV ถือว่าเป็น Gen 3 ของรุ่นนี้ในเมืองจีน แต่ถ้าเมืองไทยถือว่าเป็น Gen แรก โดยรายละเอียดของรถคันนี้ทางทีมงานเคยนำเสนอให้คุณได้ดูกันแล้ว คราวนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาดูถึงสมรรถนะของรถคันนี้บ้างว่าขับขี่แล้วเป็นอย่างไร และมีเทคโนโลยีอะไรเจ๋งๆ ยัดใส่มาบ้าง

หากต้องการดูรายละเอียดตัวรถ คลิกที่นี่


ทาง เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) ได้เชิญสื่อมวลชนของไทยร่วมทดสอบสมรรถนะและได้สัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำของรถรุ่นนี้กันอย่างเต็มๆ ภายใต้แนวคิด “DRIVE TO A NEW xEV WORLD” บนเส้นทางกรุงเทพฯ – ชลบุรี โดยออกสตาร์ท โรงแรมแถวๆ สถานีรถไฟฟ้าช่วงประมาณ 10 โมง ในช่วงแรกๆ ทางทีมงานเริ่มทำความคุ้นเคยกับรถ ซึ่งถือว่าใหม่มากสำหรับรถรุ่นนี้ ก่อนที่จะสตาร์ทเครื่องทางทีมงานได้ทำการลงทะเบียนผ่านแอป GWM หลังจากยืนยันตัวเองผ่านแอพแล้ว คราวนี้เราเริ่มทำความรู้จักรถกันก่อน อันดับแรกคือเข้าไปเล่นหน้าจอเพื่อที่จะเปิดแอร์ เปิดเครื่องเสียง ช่วงแรกๆ จะเล่นยากหน่อยเพราะยังไม่คุ้นเคย และด้วยความที่เป็นหน้าจอสัมผัสทำให้ค่อยข้างที่จะเลื่อนยาก จากนั้นเราก็เข้าไปเล่นฟังค์ชั่นต่างๆ ที่รถคันนี้มีมาให้ บอกเลยว่าเล่นยากนิดนึงด้วยความที่ไม่คุ้นชินกับเขา และเมนูต่างๆ อยู่ลึกพอสมควรต้องเปิดฟังค์ชั่นหลายชั้นกว่าจะเข้าถึง แต่ยังดีนะ ที่เป็นเมนูภาษาไทย ทำให้เข้าใจง่ายและอ่านง่าย


ยังมีจุดเด่นอีกจุดหนึ่งก็คือฟังค์ชั่นคำสั่งเสียง ที่พูดเป็นภาษาไทย ซึ่งไม่ต้องอักขระชัดเจนระบบสามารถอ่านค่าและทำตามที่เราสั่งได้อย่างง่ายดาย แต่ต้องเรียกเขาก่อนนะ อย่างเช่น “ฮัลโหล ฮาเวล แล้ว ค่อยตามด้วยคำสั่ง เช่นเปิดวิทยุ เปิดเพลง” เป็นต้น ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนคำว่า “ฮัลโหล ฮาเวล” เป็นชื่อของตัวเองก็ได้ ถือว่าสนุกดีเหมือนกันนะ

หลังจากที่ทำความคุ้นเคยกับรถซักพักคราวนี้ถึงการทดสอบสมรรถนะของรถคันนี้กันหน่อย เริ่มออกเดินทางประมาณ 10 โมงเช้า โดยออกจากโรงแรมแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน สุขุมวิท ตรงนี้เรื่องรถบอกได้เลยว่าหนาแน่นประมาณหนึ่ง ด้วยตัวรถที่บอดี้ใหญ่ แต่ความรู้สึกเหมือนรถไม่ใหญ่เลย คอนโทรลรถง่าย แถมพวงมาลัยยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย ทำให้เรารู้สึกว่าคอนโทรลรถง่าย นอกจากนี้หน้าจอแสดงผลการขับขี่ที่เป็นระบบดิจิตอลขนาด 10” ที่เห็นแล้วว้าวมาก เนื่องจากการแสดงกราฟฟิคนั้นถือว่าดีเลย เพราะจะมีรูปรถเราขึ้นมา และก็จะเห็นรูปรถคันอื่นๆ รอบๆ ข้างของรถเรา อย่างเช่นเราขับอยู่เลนกลาง มีรถจอดอยู่เลนซ้าย มีรถอยู่ด้านหน้าของเรา หรือว่ามีรถวิ่งอยู่เลนขวา เขาจะแสดงให้เห็นหมดเลย นอกจากนี้ เขายังแสดงตำแหน่งของรถมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งเข้ามาใกล้รถของเราด้วย เรียกได้ว่าอะไรที่เป็นยานพาหนะ เขาแสดงให้เราเห็นหมดทุกคันเลย 


จากนั้นออกจากถนนสุขุมวิท ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนบางนา-ตราด และขึ้นไปวิ่งบนเส้นบรูพาวิถี บนถนนเส้นนี้สามารถทำความเร็วได้ในระดับนึง ซึ่งทีมงานขับอยู่ที่ประมาณ 100-120 กิโลเมตร ช่วงล่างตอบสนองได้ดีเกาะถนน นิ่มนุ่มนวลแต่ไม่ย้วย และถนนเส้นนี้ถ้าขึ้นไปวิ่งด้านบน จะสามารถทำให้รู้ถึงแรงลมที่มาปะทะข้างรถได้อย่างชัดเจนเจ้า All New HAVAL H6 Hybrid SUV ถือว่าเซ็ทช่วงล่างมาได้ดี ไม่มีอาการซ่ายไปมาเมื่อเจอกับลมแรงๆ บนถนนเส้นนี้ วิ่งจนสุดถนนก่อนที่จะเลี้ยวขวาเข้าไปวิ่งถนนเลียบชายหาดบนสะพานชลมารควิถี 84 พรรษา ก่อนนะเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนข้าวหลามมุ่งหน้าสู่สนามบินหนองค้อ จ.ชลบุรี เพื่อที่จะทดสอบสมรรถนะแบบอื่นกันต่อไป



พอถึงที่สนามบินหนองค้อ ทางทีมงานได้บรรยายเกี่ยวกับสถานนีที่จะทำการทดสอบต่างๆ ในวันนี้ โดยมีทั้งหมด 5 สถานีในการทดสอบด้วยกัน

 


โดยสถานีแรกเป็นการทดสอบอัตราเร่งจาก 0-100 ของเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า โดยระยะทางที่ใช้ในการทดสอบประมาณ 300 เมตร โดยใช้โหมด Sport ในการทดสอบ เจ้า  All New HAVAL H6 Hybrid SUV สามารถทำเวลาได้ประมาณ 8 วินาทีกว่าๆ ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว ทดสอบการเข้าโค้งของรถเมื่อขับผ่านทางโค้ง โดยกล้องจะทำการตรวจสอบโค้งถนน เพื่อให้ความเร็วถูกปรับอัตโนมัติให้เหมาะสมสำหรับการเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย



สถานีต่อมาเป็น สถานีทดสอบระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ (ARA : Auto Reversing Assistance) ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีสุดล้ำอีกหนึ่งตัวที่ใส่เข้ามาใน All New HAVAL H6 Hybrid SUV เขาจะสามารถจดจำเส้นทางที่รถวิ่งผ่านที่ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางไม่เกิน 50 เมตร และต้องไม่เหยียบเบรค โดยสนามทดสอบได้จำลองเป็นซอยแคบ มีถังน้ำ 200 ลิตรขวางอยู่ ทีมงานได้ขับเข้าไปเลี้ยวซิกแซก ตามทางก่อนที่จะมาเบรกในจุดที่เบรกระยะไม่เกิน 50 เมตร จากนั้นกดปุ่มสัญลักษณ์อักษรตัว P ที่มีรูปกล้อง ที่หน้าจอมัลติมีเดีย แล้วเลือกเมนูคำสั่งที่ขอบจอด้านขวา ให้เลือกคำสั่ง “ตัวช่วยกลับรถ” หน้าจอจะแสดงรูปรถพร้อมระยะทางไม่เกิน 50 เมตร ต่อมาเลื่อนตำแหน่งมาที่เกียร์ R จากนั้น สัญญาณไฟฉุกเฉินจะทำงานขณะรถถอยอัตโนมัติ ปล่อยมือออกจากพวงมาลัย และยกขาออกจากเบรกและคัน รถจะทำการถอยเองอัตโนมัติ จนมาถึงปลายทางออก ระบบจะดับไฟฉุกเฉินและเข้าตำแหน่งเกียร์ P ให้เอง ถือว่าสิ้นสุดการถอยออก

สถานีที่สามและสี่ เป็นสถานีทดสอบระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ (IAP Integration Auto Parking) ทั้งแบบขนาน แบบเข้าซอง และแบบเฉียง โดยใช้เทคโนโลยีกล้อง 360 องศา และเซนเซอร์อัลตร้าโซนิค โดยเริ่มจากทางการแบบขนานก่อน เริ่มต้นระบบการใช้งานด้วยการเลือกกดปุ่มสัญลักษณ์อักษรตัว P ที่มีรูปกล้อง ที่หน้าจอมัลติมีเดีย แล้วเลือกเมนูคำสั่งที่ขอบจอด้านขวา ให้เลือกคำสั่ง “ตัวช่วยจอดรถ” จะมีแถบสีเขียวขึ้นให้เลือกแนวขนาน กับ แบบเข้าซอง ตอนแรกเราจะจอดแบบขนานก่อน เราก็เลือกแถบสีเขียวไปที่แนวขนาน จากนั้นให้เราขับเหมือนกับที่เราหาที่จอดรถโดยปกติ ที่ความเร็วต่ำ ตัวเซนเซอร์อัลตร้าโซนิคและกล้อง 360 จะตรวจจับช่องว่างและคำนวนความยาวของรถ หลังจากที่เขาหาเจอแล้ว เราจอดรถแล้วกดปุ่มเริ่มทำงาน ไฟฉุกเฉินจะติดขึ้นมาแสดงให้ถึงว่าระบบเริ่มทำงาน จากนั้นเรา “ปล่อยมือออกจากพวงมาลัย และยกขาออกจากเบรกและคันเร่ง” ระบบจะทำการขับเองโดยอัตโนมัติ ทั้งเดินหน้า ถอยหลังหักพวงมาลัย เรียกว่าเป็นอัตโนมัติ 100% พอรถจอดสนิทสมบูรณ์ ระบบจะเข้าตำแหน่งเกียร์ “P” ให้โดยอัตโนมัติ และสัญญาณไฟฉุกเฉินจะดับลง ถือว่าจอดเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ต่อเนื่องจากการถอยเข้าจอดอัตโนมัติในแนวขนาน เจ้า “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” สามารถช่วยให้ออกจากที่จอดได้อัตโนมัติเช่นกัน โดยกดปุ่มสัญลักษณ์ เหมือนถอยจอด แต่ตอนออกจะมีสัญลักษณ์ ลูกศรซ้ายและขวา ซึ่งเราจะเลือกฝั่งขวา โดยก่อนที่จะเข้าระบบทุกอย่างต้องเหยียบเบรคเสมอ ก่อนที่จะให้ระบบทำงาน ซึ่งการช่วยออกจากที่จอดอัตโนมัตินั้น เราไม่ต้องทำอะไรเลย ระบบจะช่วยให้หันหน้ารถเฉียงให้เราพร้อมออก และเข้าตำแหน่งเกียร์ P ก่อนที่จะให้เราเปลี่ยนมาเป็นเกียร์ D ก่อนที่จะขับต่อไป



สถานีทดสอบสุดท้ายเป็นระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC : Adaptive Cruise Control) ทดสอบการใช้งานกล้องติดรถยนต์ ADAS ที่ผสานกับชิปควบคุมการขับเคลื่อนอัตโนมติ Q4 ของโมบายอาย (EYEQ4) ช่วยควบคุมความเร็วที่กำหนดไว้ เสริมด้วยฟังก์ชั่นชะลอความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่ง และกลับไปเคลื่อนที่ตามความเร็วที่กำหนดไว้



การทดสอบจำลองเหตุการณ์ขับตามรถคันหน้า โดยเลือกตั้งค่าความเร็วที่ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นควบคุมพวงมาลัยตามทิศทางการเคลื่อนตัวของรถคันหน้าโดยไม่เหยียบเบรกและคันเร่ง ระบบจะรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าตามความเร็วโดยอัตโนมัติ เมื่อคันหน้าชะลอความเร็วจนหยุดนิ่ง รถก็จะหยุดนิ่งตามรถคันหน้าเช่นกัน โดยที่ไม่ต้องเหยียบเบรก ภายในเวลาประมาณ 3 วินาที เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ รถคันตามจะเคลื่อนที่ด้วยเช่นกัน ยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้

แต่ถ้าเกินเวลาจากนั้น ผู้ขับต้องช่วยเหยียบคันเร่งเล็กน้อยเพื่อให้รถเคลื่อนที่ตามค่าความเร็วที่ตั้งไว้ แต่ถ้าเหยียบเบรกเมื่อใด ถือว่าระบบตัดการทำงาน



บทสรุป ของการทดสอบ เจ้า “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” ถือว่าเป็นที่น่าประทับใจมากๆ ทั้งช่วงล่าง ทั้งฟังค์ชั่นต่างๆ ที่ใส่เข้ามาและระบบตัวช่วยที่อัดมาให้เต็มพิกัดแบบนี้ คราวนี้ก็ต้องมาลองดูในระยะยาวกันว่า ระบบพวกนี้จะเสถียรตลอดไปแค่ไหน แต่ เจ้า “All New HAVAL H6 Hybrid SUV” ที่มาพร้อมกับแพลตฟอร์ม GWM LEMON ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มโมดูล่าร์อัจฉริยะที่ผ่านการทดสอบบนถนนมากกว่า 6 ล้านกิโลเมตร และมีการทดสอบในสภาวะแวดล้อมที่สุดขั้วถึง 76 แบบ น่าจะอีกหนึ่งบททดสอบและสร้างความเชื่อมั่นของรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.gwm.co.th/car-haval-h6 หรือเฟซบุ๊ค แฟนเพจ: GWM Thailand, Instagram: GWM Thailand, Twitter: GWM Thailand, YouTube: GWM Thailand และ Line Official: GWM Thailand


 

Powered by MakeWebEasy.com