ทดลองขับ ไทรทัน แอทลีท ในเส้นทางที่หลากหลาย และลุยบนเส้นทางโหดๆ

212 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โดย:อัฐฒา นายเรือ

หลังจากที่ทางมิตซูบิชิได้เปิดตัวไทรทัน ใหม่ ในเจนเนอเรชันที่ 6 มาได้สักพักใหญ่ เราก็มีโอกาสได้ลองขับ ไทรทัน รุ่นอัลทรา 4 ประตู ขับสอง ยกสูง เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว ที่ให้พละกำลัง 184 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตันเมตร ครั้งนั้นเราได้ไปลองกันในระยะทางยาวๆ จาก จ.นนทบุรี มุ่งสู่สระบุรี โดยได้มีโอกาสได้ลองระบบ รวมทั้งตัวช่วยต่างๆ กันในสนามทดสอบด้วย


เราได้เฝ้ารอการเปิดตัวและทดลองขับเจ้า ไทรทัน แอทลีท ซึ่งเป็นตัวทอพ เครื่องยนต์มีพละกำลัง 204 แรงม้า ขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่มาพร้อมระบบต่างๆ อย่างทอพฟอร์มของตระกูลไทรทัน ที่กำหนดไว้ว่าจะออกจำหน่ายในช่วงต้นปีนี้ และในที่สุดเราก็ได้ขับไทรตัน แอทลีท อย่างเต็มที่เป็นเวลา 2 วัน บนเส้นทางวิ่งไป-กลับจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปยัง อ.ป่าสนวัดจันทร์ กว่า 300 กม.


เมื่อมาพิจารณาดูในส่วนของมิติตัวถังของ ออล-นิว ไทรตัน จะยาวขึ้นกว่ารุ่นเดิม 20 มม. กว้างขึ้น 50 มม. ความสูงเท่าเดิม ส่วนระยะฐานล้อ Wheelbase ยาวขึ้นมากกว่าเดิมถึง 130 เลยทีเดียว ส่วนระยะต่ำสุดถึงพื้นหรือ Ground Clearance 222 มม. เพียงพอต่อการลุยใช้งานบนเส้นทางวิบากในรูปแบบต่างๆ โดยความจุถังน้ำมันมีมากถึง 75 ลิตร เพียงพอต่อการเดินทางในระยะไกล

ส่วนในรุ่น แอทลีท ซึ่งเป็นตัวทอพ จะเหนือกว่า ไทรทัน อัลทรา ที่ให้กำลัง 184 แรงม้า คือการวางเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ไบ-เทอร์โบ 204 แรงม้า รวมไปถึงการตกแต่งใหม่รอบคันทั้งภายในและภายนอกห้องโดยสาร 


 ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว สีดำ
 ตกแต่งซุ้มล้อ สีดำ
 มือเปิดประตูภายนอก สีดำเงา
 กระจกมองข้าง สีดำเงา
 ราวหลังคา สีดำเงา
 คิ้วตกแต่งกระจังหน้า และ กันชนหน้า สีดำเงา
 สปอร์ตบาร์ สีดำเงา ที่กระบะท้าย
 มือเปิดฝากระบะท้าย สีดำเงา
 กันชนท้าย สีดำเงา
 พื้นปูกระบะท้าย
 หลังคาภายในห้องโดยสารสีดำ
 เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีส้ม สลับหนังกลับสีดำ เดินตะเข็บด้ายสีส้ม
 พวงมาลัยเดินตะเข็บด้ายสีส้ม
 คอนโซลหน้า และ แผงประตู ตกแต่งด้วยตะเข็บด้ายสีส้ม
 ที่วางแก้วน้ำบริเวณใต้ช่องแอร์ด้านหน้า
 
ในส่วนของภายในห้องโดยสารประกอบไปด้วย



  ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำ
  เบาะนั่งใช้สีส้ม ในส่วนกลางใช้วัสดุคล้ายหนังกลับ
  เบาะนั่งคนขับ ปรับดันหลังด้วยระบบไฟฟ้า Lumbar Support
  พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง 
  ระบบปรับอากาศ แบบแยกอิสระ ซ้าย-ขวา Dual Zone
  ระบบหมุนเวียนอากาศ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  มาตรวัดแบบเรืองแสง Optitron
  หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบสี LCD ขนาด 7 นิ้ว
Entertainment ระบบความบันเทิง
  หน้าจอเครื่องเสียง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 9 นิ้ว
  รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย Wireless
  ระบบ Mirror Link
  ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth
  ระบบนำทาง Navigation System
  ลำโพง 6 ตำแหน่ง
  ช่องชาร์จไฟ 12V 2 ตำแหน่ง
  ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger


เครื่องยนต์ดีเซลตัวใหม่ใน แอทลีท รหัส 4N16 Hyper Power แบบ 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 2.4 ลิตร 2,442 ซีซี. เทอร์โบแปรผัน VG Bi-Turbo เทอร์โบคู่ พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ที่ 1,500 - 2,750 รอบ/นาที ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง และ ขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select Full-time 4WD II
  ระบบปั๊มฉีดน้ำมันดีเซล Commonrail Generation 4.5 แบบใหม่
  เพิ่ม ระบบวาล์วระบายแรงดันน้ำมันเครื่อง
  เสื้อสูบ ฝาสูบ อลูมินั่มอัลลอย ระบบโซ่ไทม์มิ่ง

โหมด Off-Road 7 โหมดการขับขี่


> ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time AWD (Super Select 4WD II) ปรับได้ 4 รูปแบบ
> ขับเคลื่อน 2 ล้อ (2H) ขับขี่บนสภาพถนนปกติ
> ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) ขับขี่บนสภาพถนนเปียกลื่น ที่ใช้ความเร็ว
> ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4HLC) ขับขี่เส้นทางทุรกันดาร แต่ยังใช้ความเร็วได้
> ขับเคลื่อน 4 ล้อ (4LLC) ขับขี่เส้นทางทุรกันดารมาก มีโคลน เนินสลับ ลาดชันมาก
> ระบบ Active Limited Slip แบบควบคุมด้วยระบบเบรก
> เฟืองท้าย ระบบล็อคเพลาหลัง Diff-Lock

Chassis แชสซีส์
  แชสซีส์ใหม่ MEGA Frame ขนาดใหญ่ขึ้น ยืดระยะฐานล้อ เป็น 3,130 มิลลิเมตร
  พัฒนาใหม่ทั้งหมด เหล็กแรงดึงสูง High-Tensile Steel ใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น น้ำหนักเบาลง
  ช่วงล่างด้านหน้า อิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone พร้อมเหล็กกันโคลง
  ช่วงล่างด้านหน้า ย้ายจุดยึดปีกนกมาด้านบน พร้อมคอยล์สปริง และ ช็อคอัพ
  ช่วงล่างด้านหลัง แบบแหนบแผ่นซ้อน Elliptic Leaf Spring
  ช็อคอัพแบบ Monotube
  พวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนียนผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า

Safety ระบบความปลอดภัย
  ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS / EBD / BA
  ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC
  ระบบป้องกันการลื่นไถล TCL
  ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
  ระบบช่วยลงบนทางลาดชัน HDC
  ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHA
  ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมช่วยชะลอความเร็ว FCM
  ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด UMS
  ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา BSW
  ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA
  ระบบเตือนขณะเปลี่ยนช่องจราจร LCA
  ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB
  ระบบควบคุมการขับเคลื่อน และ สมดุลขณะเข้าโค้ง Active Yaw Control
  ระบบลดกำลังเครื่องยนต์ เพื่อช่วยเบรก Brake Override System
  ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน ESS
  ระบบล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อรถมีความเร็ว Auto Door Lock by Speed
  ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control พร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go ที่ความเร็วต่ำ
  ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Multi Around View Monitor
  เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า – ด้านหลัง
  จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

ทดลองขับ ไทรทัน แอทลีท


กลุ่มเราได้ทดลองขับ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท กันบนเส้นทางที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยโค้ง จากเชียงใหม่ - แม่ริม - ป่าสนวัดจันทร์ – สะเมิง – หางดง – เชียงใหม่ กว่า 300 กม. เราออกเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ด้วยระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหลังตามปกติ โดยรถเราไปด้วยกัน 3 คน ช่วงออกนอกตัวเมืองที่ถนนเริ่มโล่ง เราวิ่งกันแบบสบายๆ ก่อนจะขับขึ้นเขากันเป็นระยะทางอีกกว่า 100 กม. ในช่วงนั้นเราทำอัตราสิ้นเปลืองได้ถีง 18 กม./ลิตร โดยที่ไม่ต้องขับแบบเน้นการประหยัดน้ำมันเลย ถือว่าทำได้ดีมาก อัตราเร่งต่อเนื่องดี จากการใช้ ไบ-เทอร์โบ ช่วยลดอาการรอรอบของเครื่องยนต์ ประสานกับอัตราทดของเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ทำให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสุนทรี


เราได้ลองรถกันอย่างเต็มที่ในช่วงขึ้นลงเขาที่เต็มไปด้วยโค้งและต้องมีการเร่งแซงรถช้าในระหว่างทาง อัตราเร่งทำได้ดี ตอบสนองการขับทันใจ การทรงตัวทำได้ดีและปลอดภัย ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ลดอัตราการหมุนจาก 3.7 มาเป็น 3.0 รอบจากซ้ายสุดมาขวาสุด ทำให้ตอบสนองการควบคุมบังคับที่รวดเร็ว ขับสนุก ระบบรองรับเซทมากำลังพอเหมาะ ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป ให้ความนุ่มนวลที่ดีโดยไม่ทำให้การควบคุมบังคับด้อยลงไป รวมทั้งการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกขณะอยู่ในรถราวกับว่าเรากำลังขับรถที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเลยทีเดียว ในส่วนต่างๆ เหล่านี้เราต้องขอชื่นชมว่าทางมิตซูบิชิทำรถออกมาได้ดีทีเดียว


พอขับมาสักพัก โค้งเริ่มโหดและเส้นทางลาดชันมากขึ้นเรื่อยๆ เราเปลี่ยนโหมดการขับขี่จากการขับเคลื่อนด้วย 2 ล้อคู่หลังมาสู่ 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่จะแปรผันการส่งกำลังแบบ ล้อหน้า : ล้อหลัง แบบ 40:60 บนพื้นถนนแห้ง และ 50:50 บนพื้นเปียกลื่น เพียงแค่หมุนปุ่มมาที่ตำแหน่ง 4H เท่านั้นเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและเพิ่มความปลอดภัยจากการที่ล้อฟรีลื่นไถล ซึ่งการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนทำได้ในขณะรถวิ่งอยู่โดยไม่ต้องจอด การเข้าโค้งทำได้ง่ายขึ้น ควบคุมรถได้ดีกว่าการขับ 2 ล้อเยอะมากจนรู้สึกได้ แม้ว่าอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันจะเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อย ในช่วงนี้เราทำได้ราวๆ 10 กม./ลิตร ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เราขับกันค่อนข้างเร็วเพราะต้องทำเวลาให้ถึงป่าสนวันจันทร์ก่อนมืดค่ำ การขับขี่ยังคงเป็นไปด้วยดี บางช่วงเราก็สลับเป็นผุ้โดยสาร การนั่งสะดวกสบาย ระบบแอร์เย็นฉ่ำได้ใจทุกที่นั่ง เราเดินทางมาถึงจุดหมายในวันแรกช่วงโพล้เพล้ ก่อนจะรับประทานอาหารเย็นและพักผ่อนกันในค่ำคืนนี้


เช้าวันรุ่งขึ้นอากาศหนาวเย็นจับใจในระดับ 10 องศาต้นๆ เราได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ก่อนจะรับประทานอาหารเช้าเพิ่มพลังเพื่อเดินทางการต่อจาก ป่าสนวัดจันทร์เข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ โดยใช้เส้นทาง สะเมิง-หางดง ไม่ซ้ำกับทางเมื่อวานนี้ เส้นทางก็คงเต็มไปด้วยโค้งเช่นเคย บางช่วงถนนแคบ แต่เส้นทางนี้มีรถใช้น้อย จึงไม่ต้องมีการเร่งแซงกันมากนัก เราคงใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ 4H เช่นเคย แต่เนื่องจากเป็นช่วงขับลงเนินเขาค่อนข้างมาก เราจึงต้องเลื่อนตำแหน่งคันเกียร์มาเป็นการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเราเพื่อใช้เกียร์ช่วยหน่วงความเร็วและเป็นการลดภาระของระบบเบรคไม่ให้ทำงานหนักเกินไปจนเกิดความร้อนและอาจทำให้ประสิทธิภาพการเบรคลดลง ช่วงระหว่างทางเราจอดพักรถและคนกันสักครู่ ก่อนจะตียาวๆ เช้าไปสู่ร้านอาหารในเชียงใหม่ใกล้ตัวสนามบิน ในช่วงขากลับ ไทรทัน แอทลีท ก็ยังคงสร้างความประทับใจในการควบคุมบังคับเช่นเคย รถเข้าโค้งไหลลื่นควบคุมง่าย อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ราวๆ 10-12 กม./ลิตร น่าพอใจ


เราจบทริพนี้กับ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ด้วยความประทับใจ โดยเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเป็นรถที่เหมาะกับการใช้งานบนเส้นทางต่างจังหวัดที่มีสภาพเส้นทางที่หลากหลาย รวมไปถึงการลุยบนเส้นทางโหดๆ ที่รถคันนี้สามารถนำพาคุณไปได้อย่างอย่างพอใจ แต่ยังคงมอบความสะดวกสบายให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อุปกรณ์ต่างๆ ติดตั้งมาให้เพียบพร้อมทั้งในเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งานและการช่วยเหลือในการขับขี่ให้สามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยความราบรื่นและปลอดภัย          

ราคาอย่างเป็นทางการ
- ATHLETE 2.4 Bi-Turbo 2WD AT 204 แรงม้า ขับ2 ยกสูง  1,125,000 บาท
- ATHLETE 2.4 Bi-Turbo 4WD AT 204 แรงม้า ขับ4  1,298,000 บาท

สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 5 สี
- สีส้ม Yamabuki Orange Metallic
- สีขาว Diamond White
- สีเงิน Blade Silver Metallic
- สีเทา Graphite Grey Metallic
- สีดำ Jet Black Mica

ขอขอบคุณ : บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่อำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางในการทดลองขับรถในครั้งนี้เป็นอย่างดี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้