Mercedes-AMG S 63 4MATIC+High Performance Luxury Saloon


          ไตรมาศที่ 2 ของปี 2017 รถหรูระดับเรือธงประจำค่าย Mercedes-Benz อย่าง S-Class ได้ฤกษ์ไมเนอร์เชนจ์อย่างเป็นทางการ (W222.2) ขณะที่เวอร์ชั่นแรงจาก Mercedes-AMG อย่าง ‘S 63 4MATIC+’ ก็พร้อมอัพเกรดสเป็คไปในเวลาเดียวกัน นอกจากเครื่องยนต์จะทรงพลังยิ่งขึ้นแล้ว ยังได้ใช้เกียร์ลูกใหม่ ‘AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed’ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนเวอร์ชั่นล่าสุด จากระบบ ‘4MATIC’ ในรถยนต์ Mercedes-Benz ทั่วไป ยกระดับไปเป็น ‘4MATIC+’ โดยเครื่องหมาย ‘+’ หมายถึง การเซทระดับในการกระจายกำลังของล้อทั้งสี่ จะรองรับการขับขี่ในสไตล์ฮาร์ดคอร์มากยิ่งขึ้นด้วย

 


          ‘S 63 4MATIC+’ มาในตัวถัง Long-wheel-base ถูกผลิตมาเพื่อเอาใจท่านเจ้าของรถ ที่นิยมขับรถสมรรถนะสูง ซึ่งยังคงอัดแน่นไปด้วยความหรูหรา ภายในห้องโดยสารเทียบชั้น First-class ทั้งเรื่องในเรื่องดีไซน์และคุณภาพวัสดุ คอนโซลหน้าชิ้นใหญ่มาพร้อมจอแสดงผลในรูปแบบดิจิตอล ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ จอแรกใช้แสดงข้อมูลทั่วไปสำหรับการขับขี่ เช่น มาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบ ฯลฯ (ปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามความต้องการ) ส่วนจอเสริมบริเวณกลางคอนโซลแสดงแอนิเมชั่น สำหรับอุปกรณ์ Infotainment ทั้งหลาย ไล่เรียงไปจนถึงการปรับระบบปรับอากาศ THERMOTRONIC

 


          ‘S 63 4MATIC+’ ใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกับซูเปอร์คาร์ประจำค่าย ‘AMG GT’ เป็นเครื่อง V8 Bi-turbo รหัส ‘M178’ ใช้ปริมาตรกระบอกสูบ 3,982 ซีซี เทอร์โบทั้ง 2 ตัว เป็นแบบ Twin-scroll ถูกวางตรงกลางระหว่างบล็อกตัววี ทำงานแบบแยกฝั่ง (ซ้าย-ขวา) เพื่อเพิ่มแรงขับจากไอเสีย ขับเคลื่อนกังหันเทอร์ไบน์หนักหน่วงในทุกย่านความเร็ว ให้การตอบสนองที่ฉับไว โดยกังหันเทอร์ไบน์สามารถหมุนด้วยความเร็วรอบสูงสุดถึง 186,000 รอบ/นาที

          เครื่องยนต์ ‘M178’ ใช้ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง BlueDIRECT พร้อมหัวฉีด Piezo ใช้แรงดันในการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแปรผันระหว่าง 100-200 บาร์ สำหรับเรื่องการลำเรียงอากาศเข้า และระบายไอเสียออกจากห้องเผาไหม้ จะเป็นหน้าที่ของระบบ CAMTRONIC ซึ่งเป็นระบบวาล์วแปรผัน ทั้งฝั่งวาล์วไอดี และฝั่งวาล์วไอเสีย ลูกเล่นที่เพิ่มเติมเข้ามาในส่วนนี้จะเป็นระบบ AMG Cylinder Management รับหน้าที่ ตัดการทำงานของลูกสูบ จาก 8 สูบ ลงมาเหลือ 4 สูบ ในสภาวะใช้ความเร็วคงที่ และโหลดน้อย เพื่อลดการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง (และสร้างมลพิษ) โดยการหยุดการทำงานจะเกิดขึ้นที่กระบอกสูบ 2, 3, 5 และ 8 ระบบสามารถเพิ่มจาก 4 สูบ กลับมาทำงานเต็ม 8 สูบ ได้ในเสี้ยววินาที ที่ผู้ขับต้องการอัตราเร่ง

 


          ‘S 63 4MATIC+’ มีพละกำลังมหาศาลถึง 612 hp ที่ 5,500-6,000 รอบ/นาที แรงขึ้น 27 hp เมื่อเทียบกับตัวก่อนไมเนอร์เชนจ์ พร้อมแรงบิด 900 Nm ที่ 2,750-4,500 รอบ/นาที สำหรับระบบเกียร์ วิศวกร Mercedes-AMG จับเกียร์ 9 อัตราทด หรือ ‘9G-TRONIC’ ลูกใหม่ มาโมต่อด้วย ‘ชุดคลัตช์คู่’ พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น ‘AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed’ (MCT: Multi Clutch Technology)

          ถึงแม้ ‘S 63 4MATIC+’ จะใช้ระบบขับเคลื่อน ‘4MATIC+’ แต่ล้อหลังยังคงเป็นล้อขับเคลื่อนหลัก ดังนั้นชุดเฟืองท้ายจึงติดตั้ง Differential Lock ควบคุมจากระบบไฟฟ้า เพื่อสร้างสมดุลในการกระจายแรงขับเคลื่อนระหว่างล้อซ้ายกับล้อขวา ขณะรถเคลื่อนที่อยู่ในโค้ง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เร็วระดับเร็วกับรถสปอร์ตสายพันธุ์แท้ ด้วยเวลา 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกระบบอิเล็กทรอนิกส์จำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. แต่มีอ็อพชั่น AMG Driver’s Package มาให้ลูกค้าเลือกจ่ายเพิ่ม และสามารถปลดปล่อยท็อปสปีดไปได้ถึง 300 กม./ชม.


ภาพและภาพยนตร์ : Daimler AG
เรียบเรียง : Pitak Boon

 

 

Powered by MakeWebEasy.com