McLaren Senna รถแข่งในคราบรถถนน

ภาพ : McLaren Automotive

เรียบเรียง : Pitak Boon

 

McLaren เป็นทีมแข่งรถสูตร 1 ระดับหัวแถวของโลกที่ได้แตกไลน์ออกมาทำรถถนน ให้บรรดาแฟนคลับได้สัมผัส DNA แบบจัดเต็มจากรถ F1 โดยตรง นอกจากไฮเปอร์คาร์หลากหลายรุ่นที่ McLaren ส่งมาป่วนทั้ง Porsche, Lambo และ Ferrari แล้ว McLaren ยังได้สร้างสีสันให้กับวงการรถสมรรถนะสูงอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถแข่งในคราบรถถนน นาม ‘McLaren Senna’ เป็นโมเดลพิเศษ ถูกตั้งชื่อเพื่อระลึกถึงนักแข่ง F1 ระดับแชมป์โลกในตำนาน ‘Ayrton Senna’ ผลิตในรูปแบบ Limited Edition จำกัดอยู่ที่เพียง 500 คัน เท่านั้น

McLaren Senna ถูกอัพเกรดต่อมาจาก McLaren 720S ได้แบบไม่ยุ่งยากใดๆ เพราะพื้นฐานเดิมของโมเดล 720S ได้ถูกดีไซน์ไว้รองรับภารกิจในสนามแข่งตั้งแต่เริ่มต้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะโครงสร้างแบบ Monocell III ซึ่งก้าวหน้าไปอีกขั้นเมื่อเทียบกับโครงสร้าง Monocell II ใน 720S และ McLaren ได้จัดให้ Senna อยู่ในเซ็กเมนต์ Ultimate Series เช่นเดียวกับรถโมเดลสุดพิเศษอย่าง P1 GTR และ P1

การออกแบบโครงสร้างและตัวถังของ Senna ทีมวิศวกรเน้นความเบาเป็นพื้นฐาน เพื่อยกระดับการตอบสนองในทุกย่านความเร็ว น้ำหนักรวมอยู่ที่ 1,198 กิโลกรัม (720S หนัก 1,283 กิโลกรัม) การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการ F1 ไฮไลท์มาจากการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ ในเกือบทุกชิ้นส่วนของ Senna อันได้แก่ ตัวถัง, แชสซี, ส่วนประกอบของเครื่องยนต์, ห้องโดยสาร รวมทั้งชิ้นส่วนระบบไฟฟ้า

แอร์โร่ไดนามิคบนตัวถัง Senna ต้นสังกัดสั่งจัดสเป็ครถแข่งให้ในทุกรายละเอียด นับตั้งแต่ช่องรับลมขนาดใหญ่ใต้กันชนหน้า ซึ่งรับลมเพื่อมาระบายผ่านช่องลมบนฝากระโปรง ช่วยสร้างแรงกดให้กับท่อนหน้ารถ ถัดมาเป็นช่องรับลมแนวด้านข้าง ไล่เรียงมาตั้งใต้โคมไฟหน้า แนวประตู ช่องรับลมก่อนถึงซุ้มล้อหลัง ต่อเนื่องไปจนถึงสปอยเลอร์หลังชิ้นใหญ่ที่ท้ายรถ ซึ่งเน้นความเบาด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ ทำหน้าที่กดส่วนท้ายรถ รวมทั้งล้อหลัง ให้แนบสนิทกับผิวแทร็กในทุกย่านความเร็ว จากนั้นเพิ่มเติมดิฟฟิวเซอร์ที่ใต้ท้องรถ ซึ่งมีทั้งท่อนหน้าและท่อนหลัง เฉพาะที่ด้านหลังใช้ดิฟฟิวเซอร์แบบ 2 ชั้น เพื่อระบายอากาศออกจากใต้ท้องรถให้เร็วที่สุด โดยการสร้างสมดุลระหว่าง Lift Force กับ Down Force บนตัวถัง จะแปรผันไปตามความเร็ว ผ่านชุด Active Aerodynamics

Senna ใช้ขุมพลังรหัส M840TR เป็นเครื่องยนต์ V8 ความจุ 3,994 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงใช้แบบ Twin-injector (2 หัวฉีด/สูบ) ที่ยังคงรูปแบบ Port Fuel Injection หรือฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงภายในท่อร่วมไอดี โดยจะทำงานเพียง 8 หัวฉีด หรือครบทั้ง 16 หัวฉีด ตามการประมวลผลของ ECU สำหรับระบบอัดอากาศใช้ Twin-turbo แบบ Twin-scroll รอบการหมุนจัดจ้านถึง 160,000 รอบ/นาที ชุด Wastegates หรือส่วนควบคุมวงจรการทำงานของเทอร์โบ คอนโทรลด้วยระบบไฟฟ้า ระบายแรงดันจากเทอร์โบได้รวดเร็วขณะถอนคันเร่ง ปิดท้ายด้วยชุดท่อไอเสียไทเทเนียม สร้างเสียงคำรามสุดฮาร์ดคอร์ แถมช่วยลดน้ำหนักลงอีกราว 1.1 กิโลกรัม

McLaren Senna มีพละกำลัง 800 PS (789 bhp) พร้อมแรงบิดสูงสุด 800 Nm สร้างอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก ในระดับเหนือกว่าซูเปอร์คาร์ที่ 668 PS ต่อ 1 ตัน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เพียง 2.8 วินาที ถึง 200 กม./ชม. รอ 6.8 วินาที และผ่านหลัก 300 กม./ชม. ด้วยเวลา 18.8 วินาที ราคา McLaren เคาะมาที่ 750,000 ปอนด์ หรือราว 33 ล้านบาท แบบไม่รวมภาษีนำเข้า แรงทั้งตัวรถและค่าตัว แต่ไม่น่าเป็นปัญหา เพราะรถควรค่ากับการสะสมอย่าง Senna จะถูกเศรษฐีกระเป๋าหนักจับจองครบทั้ง 500 คัน ในเวลาอันรวดเร็ว

Powered by MakeWebEasy.com