Bugatti Divo มาพร้อมนิยาม Made for corners

ภาพ : Bugatti Automobiles S.A.S.

เรียบเรียง : Pitak Boon

Bugatti Automobiles S.A.S. ภายใต้การนำของประธานคนใหม่ Mr.Stephan Winkelmann (อดีตประธานของ Automobili Lamborghini S.p.A. และ Audi Sport GmbH ตามลำดับ) ได้สร้างสีสันให้ Luxury Supercar แบรนด์ฝรั่งเศสอีกครั้ง ด้วยรถบ้าพลังโมเดลล่าสุดนาม Divo ซึ่งถูกอัพเกรดต่อมาจาก Chiron วัตถุประสงค์ในการพัฒนา ไม่ใช่เรื่องความความแรง หรือความเร็วสูงสุด แต่เป็นเรื่องของฟีลลิ่ง และแฮนด์ลิ่งในการขับขี่ ส่งผลให้ Divo มาพร้อมนิยาม Made for corners มันถูกออกแบบเพื่อเน้นอรรถรสการขับขี่ที่เหนือชั้น โดยเฉพาะขณะเข้าโค้ง

แนวทางการตั้งชื่อรุ่นรถ เช่นเดียวกับรถ Bugatti ทุกโมเดล ที่จะไปอิงจากชื่อของนักแข่งระดับตำนาน และชื่อ Divo มาจากนักแข่งรถชาวฝรั่งเศสนาม “Albert Divo” แม้ Divo จะถูกต่อยอดมา Chiron แต่ข้อมูลระบุมาอย่างชัดเจนว่า ซูเปอร์คาร์ระดับ 1,500 แรงม้าทั้ง 2 รุ่นนี้ มีบุคลิกที่แตกต่างกัน โดย Mr.Winkelmann ได้ให้อิสระอย่างเต็มที่กับทีมวิศวกรในการพัฒนารถโมเดลใหม่ของพวกเขา ผลลัพธ์ที่ได้เป็นความลงตัว ระหว่างรถสมรรถนะสูง ระบบขับเคลื่อนอันยอดเยี่ยม ที่มาพร้อมๆ กับความหรูหรา และความสะดวกสบายของห้องโดยสาร

แอร์โร่ไดนามิคบนตัวถัง เป็นรายละเอียดที่ทำให้ Divo ฉีกตัวออกมาจากดีไซน์เดิมๆ ของ Chiron ได้อย่างเด่นชัด เริ่มต้นที่การเพิ่มช่องดักอากาศหลายขนาดบริเวณท่อนหน้ารถ ชายล่างของกันชนติดตั้ง Front Spoiler ฝากระโปรงหน้าเพิ่มช่องระบายลม เจาะครีบระบายอากาศเหนือแนวอุโมงค์ล้อ ไฟหน้าย้ายตำแหน่งใหม่ เปลี่ยนแบบยกแผง ลดขนาดลง เพื่อหวังผลเรื่องความลื่นไหลของกระแสลม ตัวถังด้านข้างติดตั้งช่องดักอากาศแนวตั้ง ทั้งหลังแนวซุ้มล้อหน้า และก่อนถึงซุ้มล้อหลัง ช่วงปลายของหลังคาออกแบบเป็นครีบบังคับกระแสลม รูปแบบเดียวกับรถแข่ง NACA ปิดท้ายด้วยสปอยเลอร์หลังซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักของระบบ Active Aerodynamics เพิ่มความกว้างขึ้นอีก 23% หรือกว้างถึง 1.83 เมตร เพิ่มประสิทธิภาพในการชะลอความเร็วขณะ Divo ใช้ Air Brake

ระบบแอร์โร่ไดนามิคของ Divo สร้างแรงกดบนตัวถังได้สูงสุดถึง 456 กิโลกรัม แปรผันตามความเร็ว ซึ่งมากกว่า Chiron ถึง 90 กิโลกรัม สำหรับเรื่องน้ำหนัก Divo เบากว่า Chiron ราว 35 กิโลกรัม ซึ่งมาจากการใช้ล้อชุดใหม่ที่เบายิ่งขึ้น เปลี่ยนวัสดุที่ใช้ครอบชุดอินเตอร์คูลเลอร์มาเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ลดฉนวนในบางจุด เพื่อให้ห้องโดยสารได้รับเสียงคำรามจากเครื่องยนต์ดังขึ้นอีกเล็กน้อย

Divo ยังคงใช้เครื่องยนต์ และชุดขับเคลื่อนร่วมกับ Chiron ทุกประการ เป็นขุมพลัง ‘W16 + Quad-turbo’ ใหญ่โตด้วยขนาดความจุใหญ่โตระดับ 7,993 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงก็ต้องจัดเต็ม ด้วยชุดหัวฉีด 2 ตัว/สูบ นับรวมได้ทั้งหมด 32 หัวฉีด ทั้งหมดเป็นที่มาของพละกำลัง 1,500 hp ที่ 6,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดมาในรูปแบบ Flat-torque ทะยานแตะระดับ 1,600 Nm ที่ 2,000-6,000 รอบ/นาที จากน้ำหนักที่ลดลง พร้อมระบบแอร์โร่ได้นามิคขั้นเทพ Divo สามารถสร้างแรงดึงมหาศาลได้ถึงระดับ 1.6g

วิศวกรปรับแต่งช่วงล่าง และระบบบังคับเลี้ยวเพิ่มเติม Divo จึงมีความคล่องตัวสูงสุดในการบังคับควบคุม จิกเข้าโค้งได้คมกริบ และเปลี่ยนเลนได้อย่างฉับไว ตามนิยาม Made for corners ทุกประการ แต่สิ่งที่ Divo ไม่ได้ก้าวตาม Chiron เป็นเรื่องของท็อปสปีด เพราะถูกอิเล็กทรอนิกส์จำกัดความเร็วไว้ที่เพียง 380 กม./ชม. ซึ่งก็เกินพอสำหรับการใช้งานบนถนนทั่วไป

Divo มีค่าตัว 5 ล้านยูโร หรือ 190,095,000 บาทไทย แบบยังไม่รวมภาษีนำเข้า ผลิตจำกัดเพียง 40 คัน เอกสารจาก Bugatti ระบุปิดท้ายด้วยคำว่า sold out!!! เพราะฉะนั้น พวกเราไม่ต้องลำบากยอดกระปุกแล้วล่ะครับ



 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com