เยี่ยมโรงงาน GPO-MBP มาตรฐานสากล พร้อมส่งออกวัคซีนในเอเชีย-แปซิฟิก มั่นใจสร้างความมั่นคงของวัคซีนให้กับชาติ

1760 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เป็นที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยที่ประเทศไทยมีโรงงานผลิตวัคซีนในระดับมาตรฐานโลก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตวัคซีนขนาดใหญ่ ที่พร้อมปฏิบัติงานในการป้องกันโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนให้กับคนไทยมานานกว่า 2 ทศวรรษ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด หรือ GPO-MBP ได้มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อก้าวสู่มาตรฐานระดับโลกโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เฉกเช่นเดียวกับนานาประเทศที่พัฒนาแล้ว

 

เภสัชกร บุญรักษ์ ถาวรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด กล่าวว่า “บริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด เป็นโรงงานผลิตวัคซีนร่วมทุนขององค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด และบริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ จำกัด โดยก่อตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปลายปี 2540 ด้วยทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 300 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการพัฒนาการผลิตวัคซีนที่ได้คุณภาพในระดับสากล เสริมสร้างความมั่นคงด้านวัคซีน และให้การสนับสนุนวัคซีนคุณภาพกับแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ โดยได้ดำเนินการก่อสร้างในปี 2543 ภายใต้การควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท ซาโนฟี่  ปาสเตอร์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นโรงงานผลิตวัคซีนระดับอุตสาหกรรมที่ทันสมัย ได้มาตรฐานดีเยี่ยมแห่งหนึ่งของเอเชีย รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการส่งออกวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี ไปยัง 15 ประเทศในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีด้านวัคซีนระดับมาตรฐานโลกในการดูแลสุขภาพประชาชนทั่วประเทศและทั่วภูมิภาค ทั้งนี้บริษัทฯ ได้เริ่มการผลิตวัคซีนครั้งแรกในเดือนตุลาคม ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตทั้งวัคซีนชนิดผงแห้งและชนิดเหลวถึง 20 ล้านขวดต่อปี ที่สำคัญ GPO-MBP เป็นบริษัทผู้ผลิตหนึ่งเดียวของประเทศที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานองค์การอนามัยโลก (WHO)”

 

บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพวัคซีนหลากหลายชนิด โดยรวมถึงวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ และวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี โดยบริษัทฯ ได้ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานการผลิตยาที่ดีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ปัจจุบันมีพนักงานผู้เชี่ยวชาญชาวไทยจำนวนกว่า 130 คน และตลอดกว่า 2 ทศวรรษ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายต่างมุ่งมั่นตั้งใจและใส่ใจในรายละเอียดในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานระดับสากล ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ ขั้นตอนการผลิต การควบคุมคุณภาพ ผู้จัดจำหน่าย งานด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการทั่วไปของโรงงาน รวมถึงได้มีการคิดค้น วิจัย และพัฒนานวัตกรรม ศึกษาเรียนรู้และรับการถ่ายทอดการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ มาโดยตลอดเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยให้กับวัคซีน และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในสังคมไทย   

 

พลโท สุชาติ วงษ์มาก กรรมการ บริษัท องค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ชีววัตถุ จำกัด เปิดเผยว่า “องค์การอนามัยโลกระบุว่าวัคซีนเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรค ทั้งยามระบาดและยามปกติ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องพึ่งพาตัวเองด้วยการผลตวัคซีนใช้เองในประเทศ และด้วยศักยภาพและผลงานความสำเร็จของ GPO-MBP ที่ผ่านมาถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างมั่นใจว่าประเทศชาติจะมีความมั่นคงทางวัคซีน ทั้งจากการผลิตวัคซีนเพื่อเด็กไทยและเอื้อประโยชน์ในต่างชาติ เช่น วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี ที่ผลิตขึ้นเองและยังสามารถส่งออกไปยัง 15 ประเทศ นำรายได้เข้าประเทศได้อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะพัฒนาและผลิตวัคซีนเองภายในประเทศให้ครอบคลุมโรคต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด รวมถึงมีการวางกลยุทธ์ในการขยายการผลิตวัคซีน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศ และส่งเสริมการประกาศใช้พ.ร.บ. ความมั่นคงด้านวัคซีนจากรัฐบาล”

 

นายแพทย์ ดร. จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวเสริมถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 และมีผลบังคับใช้วันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้นว่า “เปรียบเสมือนตัวกำหนดให้มีกลไกที่เป็นระบบในการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อให้มีการวิจัย การพัฒนา การผลิต การประกัน การควบคุมคุณภาพ การจัดหา การกระจายวัคซีน และการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่เหมาะสมและต่อเนื่องในระยะยาว เป็นการสร้างหลักประกันนโยบายแห่งรัฐเพื่อขับเคลื่อนภารกิจและยุทธศาสตร์วัคซีน และเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะผลักดันประเทศสู่ความมั่นคง สามารถพึ่งตนเองและการเป็นผู้นำด้านวัคซีนในระยะยาว ทำให้ประชาชนเข้าถึงการป้องกันโรคด้วยวัคซีนที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงเป็นธรรม ลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศ และทำรายได้เข้าประเทศโดยการส่งออกวัคซีน โดยที่ผ่านมา ยังขาดการรวมพลังระหว่างองค์กรที่มีศักยภาพในการพัฒนางานด้านวัคซีน และขาดความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยผลักดันให้สอดประสานและมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน”

 

รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยและที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีน เป็นวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพสูง และมีความคุ้มค่ามากที่สุด ทุกวันนี้มีกว่า 30 โรคที่สามารถป้องกันหรือลดโรคจากการฉีดวัคซีนได้ โดยทุก ๆ ปี วัคซีนสามารถช่วยชีวิตคนได้ 2.5 ล้านคนทั่วโลก และ 750,000 คนรอดพ้นจากความพิการต่าง ๆ ได้ จะเห็นได้ว่าวัคซีนมีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก เช่น ช่วงไข้หวัดใหญ่ระบาดในสหรัฐอเมริกา ปี 2550 ส่งผลให้สหรัฐฯ สูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจประมาณ 24 ล้านล้านบาท รวมถึงสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว บันเทิงและอาหาร 80% และรายได้จากการขนส่ง คลังสินค้า ลดลง 67% เป็นต้น ซึ่งหากประเทศนั้นๆ มีการผลิตวัคซีนที่เพียงพอกับความต้องการของประเทศ ก็จะช่วยลดความสูญเสียได้ ในฐานะที่ผมทำงานคลุกคลีอยู่ในแวดวงวัคซีนมากว่า 40 ปี จึงอยากเห็นนโยบายของประเทศส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งการคิดค้นพัฒนาและการผลิตวัคซีน ต้องอาศัยความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาศัยความสามารถในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นกิจการที่ต้องลงทุนสูงแต่มีโอกาสทำกำไรไม่มาก ในระยะต้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการสนับสนุนส่งเสริมด้านเงินทุนจากภาครัฐ โดยไม่มุ่งเน้นผลตอบแทนเพื่อคืนทุนในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อการสร้างศักยภาพและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน”

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้