BMW 330e Model Year 2020 || อัพเกรดด้วย XtraBoost ที่แรงและประหยัดยิ่งขึ้น

ภาพและภาพยนตร์ : BMW Group

เรียบเรียง : Pitak Boon

 

 

 

เทคโนโลยี BMW eDrive Technology ใหม่ล่าสุด ได้ถูกบรรจุลงใน BMW 330e ภายใต้ตัวถังซีดานรหัสโมเดล ‘G20’ เป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้ได้รถ Plug-in Hybrid ที่ทรงพลัง ประหยัดและสะอาดยิ่งขึ้น โดยจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีนี้จาก BMW คือการกด CO2 จากไอเสียให้ต่ำกว่าระดับ 100 กรัม/กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันทำได้สะอาดขึ้นอีกกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้น จากการลงรายละเอียดเพิ่มเติม ในขั้นตอนผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากับเครื่องยนต์



พื้นฐานของเครื่องยนต์เบนซินใน 330e เป็นแบบ 4 สูบ แถวเรียงขนาด 1,998 ซีซี มาจากเส้นผ่าศูนย์กลางกระบอกสูง (Bore) 82.0 มิลลิเมตร และระยะชัก (Stroke) 94.6 มิลลิเมตร ใช้อัตราส่วนกำลังอัด 10:2 มาพร้อมระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงตรงเข้าห้องเผาไหม้ High Precision Injection, ระบบ Double VANOS ปิดท้ายด้วยระบบ VALVETRONIC เมื่อถูกเรียกกำลังด้วยเทอร์โบคู่แบบ TwinScroll จากเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo เครื่องยนต์บล็อกนี้สร้างแรงม้าได้ที่ 184 hp ที่ 5,000-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 300 Nm ที่ 1,350-4,000 รอบ/นาที



ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งซ่อนอยู่ในชุดเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 สปีด มีกำลัง 83 kW/113 hp ที่ 3,170 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 265 Nm ที่ 0-3,170 รอบ/นาที ส่งผลให้ระบบไฮบริดของ 330e มีแรงม้ารวม 215 kW/292 hp พร้อมแรงบิด 420 Nm โดยระบบไฮบริดจะถูกเพิ่มเติมด้วยฟังก์ชัน ‘XtraBoost’ ด้วยแรงม้าเพิ่มเติม 30 kW/40 hp ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 10 วินาที ใช้ในกรณีต้องการอัตราเร่ง ขณะออกตัว หรือเร่งแซง ซึ่งแรงม้ารวมจะขยับเพิ่มไปเป็น 185 kW/252 hp เป็นที่มาของอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ของ 330e ที่ทำได้เร็วเพียง 5.9 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม.



เมื่อแบตเต็ม การขับเคลื่อนในโหมดไร้มลพิษจากพลังงานไฟฟ้าที่ถูกส่งมาจากแบตเตอรี่ ลิเทียม-อิออน แบบ High-voltage จะไปได้ไกลขึ้น 50% เมื่อเทียบกับโมเดลก่อนหน้า ระยะการใช้งานเพิ่มจาก 30 กิโลเมตร ไปเป็น 59-66 กิโลเมตร มอเตอร์สามารถขับเคลื่อนรถ ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. (เดิม 120 กม./ชม.) ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยสวยหรูถึง 52.63-62.50 กิโลเมต/ลิตร และค่า CO2 ต่ำเพียง 43-37 กรัม/กิโลเมตร



ระบบไฮบริดใน 330e มีโหมดในการขับเคลื่อน 3 โหมด ได้แก่ SPORT, HYBRID และ ELECTRIC เลือกผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลเกียร์ เริ่มต้นที่ HYBRID เป็นการผสานการทำงานกัน ระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความประหยัดสูงสุด ในสภาพการขับขี่ปกติ มอเตอร์จะรับหน้าที่ขับเคลื่อนรถตั้งแต่ออกตัว จนกระทั่งถึงความเร็ว 70 กม./ชม. เครื่องยนต์จึงถูกสตาร์ทขึ้นเพื่อมารับช่วงต่อ สำหรับกรณีที่ผู้ขับต้องการการออกตัวที่รวดเร็ว ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์จะทำงานพร้อมกันได้ในทันที



ถัดมา ELECTRIC จะเป็นโหมดการขับเคลื่อนแบบไร้มลพิษ ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่ที่เข้มงวดสุดๆ เรื่องมลพิษ มอเตอร์ไฟฟ้าจะขับเคลื่อนรถเพียงลำพัง สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. และวิ่งได้ไกลสุด 59-66 กิโลเมตร ซึ่งระยะทางอาจสั้นกว่านี้ ตามระดับในการใช้คันเร่ง สุดท้ายเป็นโหมด SPORT ในโหมดนี้ ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ จะช่วยกันออกแรงอย่างเต็มกำลัง รองรับการขับขี่ที่เน้นสมรรถนะเป็นหลัก

Powered by MakeWebEasy.com