MAZDA CX-30 || ความลงตัวระหว่าง CX-3 และ CX-5

ภาพและภาพยนตร์ : Mazda Motor Europe
เรียบเรียง : Pitak Boon

 

 

 

CX-30 เป็นรถในกลุ่ม Compact SUV จากค่าย MAZDA ถูกวางตำแหน่งไว้ระหว่าง Mini SUV อย่าง CX-3 กับ Mid-size SUV ในรุ่น CX-5 ตัวรถพัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี SKYACTIV ‘เจน 2’ ถัดจาก MAZDA 3 โมเดลล่าสุด ดังนั้น CX-30 (ในตลาดยุโรป) จึงเปิดตัวมาพร้อมกับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ใหม่ ‘SKYACTIV-X’ นอกจากนี้ยังจัดเต็มประสิทธิภาพด้านลดมลพิษด้วย Mild Hybrid ที่ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินด้วย



ผู้เขียนต้องขออนุญาตออกตัวก่อนว่า ข้อมูลทางเทคนิคของ CX-30 ที่นำเสนอผ่านบทความนี้ เป็นสเป็คยุโรปซึ่งอาจมีรายละเอียดแตกต่างจากสเป็คบ้านเราที่ ‘มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย’ พร้อมเปิดตัวช่วงต้นปี 2563, สำหรับตลาดโลก CX-30 ถูกเปิดตัวตาม MAZDA 3 Mk.IV (BP) ออกมาในเวลาไม่นานนัก และใช้พื้นฐานโครงสร้างร่วมกัน เพื่อตอบสนองลูกค้าที่เฝ้ารอรถ SUV ขนาดตัวถังไม่ใหญ่โต และตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย


CX-30 มีมิติความกว้าง ความยาว และความสูง อยู่ที่ 1,795, 4,395 และ 1,549 มิลลิเมตร ตามลำดับ จึงมีขนาดตัวใหญ่กว่า CX-3 เพียงเล็กน้อย โดยใช้ระยะฐานล้อ 2,655 มิลลิเมตร ซึ่งมากกว่า CX-3 อยู่ถึง 85 มิลลิเมตร (CX-3 = 2,570 มิลลิเมตร) นั่นเพราะ ทีมออกแบบมุ่งเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร โดยเฉพาะในส่วนของความยาว ซึ่งให้ความสำคัญกับพื้นที่วางขาของเบาะนั่งแถวที่ 2 มากยิ่งขึ้น



สำหรับ SKYACTIV-Engine ‘เจน 2’ ใน CX-30 วิศวกรลงรายละเอียดในส่วนของเทคโนโลยี Regenerative Braking เพิ่มเติม เป็นที่มาของระบบ Mazda M Hybrid ซึ่งเป็นระบบไฮบริดประเภท Mild Hybrid ในรูปแบบ Belt-driven Integrated Starter Generator (B-ISG) ใช้มอเตอร์ขับเครื่องยนต์เพื่อสตาร์ทผ่านชุดสายพานหน้าเครื่อง จากนั้นมอเตอร์ก็จะเปลี่ยนหน้าที่ไปเป็นไดชาร์จ (เจเนอเรเตอร์) รับหน้าที่ ปั่นไฟป้อนแบตเตอรี่เพื่อเป็นพลังงานสำรองของระบบ



แบตเตอรี่ Mild Hybrid ใน CX-30 มีขนาดเล็ก จัดอยู่ในประเภทลิเทียมไอออน ใช้แรงเคลื่อน 24 โวลต์ รองรับฟังก์ชัน idling stop ดับเครื่องขณะรถหยุด หรือติดสัญญาณไฟ และพร้อมฉุดเครื่องยนต์ให้สตาร์ทติดขึ้นทันทีที่ผู้ขับแตะคันเร่ง ความแตกต่างจากระบบ i-STOP ในเจนแรกคือ ระบบ Mild Hybrid ทำงานได้เร็ว, นุ่มนวล และเงียบกว่า มาพร้อม Brake-by-wire โดยตัวมอเตอร์จะสร้างแรงหน่วงในรูปแบบเดียวกับการใช้ Engine Brake แม้เครื่องยนต์จะหยุดทำงานไปแล้ว เพื่อแปลงพลังงานจลน์จากแรงเฉื่อย ขณะผู้ขับชะลอความเร็วรถก่อนเบรก กลับไปเป็นพลังงานไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ช่วยลด CO2 และระบบ Mazda M Hybrid เป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน CX-30 รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน



MAZDA CX-30 สเป็คยุโรป มีเครื่องยนต์เบนซินให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ ‘SKYACTIV-G 2.0’ ใช้ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง Direct Injection ผลิตแรงม้าออกมาได้ 122 PS ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 213 Nm ที่ 4,000 รอบ/นาที เพิ่มเติมด้วยระบบ Mazda M Hybrid มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.70-16.13 กิโลเมตร/ลิตร และปล่อย CO2 ในระดับ 165-142 กรัม/กิโลเมตร สำหรับเครื่องยนต์เบนซินที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุด ‘SKYACTIV-X 2.0’ มาพร้อมแรงม้า 180 PS ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 224 Nm ที่ 3,000 รอบ/นาที มาพร้อมระบบ Mazda M Hybrid เช่นกัน มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.29-16.95 กิโลเมตร/ลิตร และมีค่า CO2 ต่ำเพียง 160-133 กรัม/กิโลเมตร


ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล ‘SKYACTIV-D 1.8’ บล็อกใหม่ ใช้หัวฉีด Piezo แบบ Multi-hole พร้อมการจุดระเบิดแบบ Multi-stage Combustion ให้แรงม้า 116 PS ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 270 Nm ที่ 1,600-2,600 รอบ/นาที ใน CX-30 เคลมอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.15-19.61 กิโลเมตร/ลิตร และไอเสียมี CO2 ในระดับ 173-135 กรัม/กิโลเมตร เท่านั้น

Powered by MakeWebEasy.com