AUDI S3 Sportback || Hot Hatch บ้าพลัง 0-100 กม./ชม. รอเพียง 4.8 วินาที

ภาพและภาพยนตร์ : AUDI AG
เรียบเรียง : Pitak Boon

จาก A3 Sportback ซึ่งเป็นรถ Hatchback 5 ประตู ขายดีประจำค่ายสี่ห่วง ได้ถูกปรับแต่งให้กลายเป็น S3 Sportback รถ Hot Hatch สุดร้อนแรง เพราะได้รับการเติมเต็มคุณสมบัติด้านความสปอร์ต ทั้งในส่วนของตัวถังภายนอก วัสดุน้ำหนักเบาที่ใช้เป็นส่วนประกอบของตัวถัง วัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในห้องโดยสาร สมรรถนะของเครื่องยนต์ และระบบกันสะเทือน รวมถึงเซทอัพระบบช่วยการทรงตัวใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ S3 Sportback เป็นรถคันเล็กที่ขับสนุก และให้สมรรถนะได้แบบสุดขั้ว


S3 Sportback ใช้เส้นสายที่อัดแน่นไปด้วยความสปอร์ต เช่นเดียวกับรถ AUDI ตระกูล ‘S’ รุ่นพี่ จากตัวถังขนาดกระทะรัดมีระยะฐานล้อ 2,640 มิลลิเมตร พร้อมความกว้าง, ความยาว และความสูง อยู่ที่ 1,820, 4,340 และ 1,430 มิลลิเมตร ตามลำดับ รูปทรงอันปราดเปรียวจะยาวกว่า S3 Sportback บอดี้ก่อนหน้า 30 มิลลิเมตร (เจเนอเรชันที่ 3) ใช้ระยะโอเวอร์แฮงค์ หน้า-หลัง ที่สั้น เพิ่มความคล่องตัวในการบังคับควบคุมรถ



ตัวถังของ A3 Sportback เจเนอเรชันที่ 4 ต่อเนื่องมาจนถึง S3 Sportback ใช้โครงสร้างที่เน้นเรื่องการลดน้ำหนัก จากการใช้วัสดุมากกว่าหนึ่งประเภทมาขึ้นรูปเป็นโครงสร้างตัวถัง วัสดุหลักที่ใช้เป็นเหล็กกล้า และเสริมตามจุดรับแรงรอบๆ ห้องโดยสารด้วยเหล็กกล้าประเภท High-strength และ Ultra-high-strength ฝากระโปรงหน้า และแก้มข้างใช้อะลูมีเนียมช่วยลดน้ำหนัก เทคโนโลยีด้านโครงสร้างของ S3 Sportback แม้จะยังไม่สุดถึงขั้น ASF (Audi Space Frame) หรืออะลูมีเนียมล้วน แต่ก็ล้ำหน้ากว่าคู่แข่งในเซ็กเมนต์เดียวกันอยู่หลายช่วงตัว ขณะเรื่องความอเนกประสงค์ S3 Sportback จุสัมภาระเริ่มต้นในระดับ 325 ลิตร และขยับขยายไปได้ถึง 1,145 ลิตร



เครื่องยนต์ 2.0 TFSI เป็นบล็อคแถวเรียง 4 สูบ มาพร้อมความกว้างกระบอกสูบ และระยะชัก 82.5 x 92.8 มิลลิเมตร เป็นเครื่องระยะชักยาว (Long-stroke Engine) เน้นสร้างแรงบิดมากกว่าความจัดจ้านของรอบเครื่อง แรงบิดสูงสุด 400 Nm จึงมีมาให้ใช้งานเต็มๆ ตั้งแต่รอบต่ำ แรงม้าคุยกันที่ระดับ 310 PS เครื่องยนต์ตัวแรงปล่อย CO2 ออกสู่บรรยากาศ 170-169 กรัม/กิโลเมตร และให้ความประหยัดเฉลี่ย 13.51 กิโลเมตร/ลิตร


เครื่องยนต์ 2.0 TFSI มาพร้อมระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรง หัวฉีดใช้เทคโนโลยีล่าสุด Piezo ฉีดน้ำมันได้เร็วขึ้น โดยแรงดันในการฉีดจะแปรผันไปตามโหลดและรอบเครื่อง ในส่วนของการป้อนอากาศเข้าห้องเผาไหม้ เรื่องปริมาณเป็นหน้าที่ของเทอร์โบแบบ Twin-scroll ส่วนเรื่องความแม่นยำ เป็นภารกิจหลักของระบบ Audi Valvelift System ที่จะคอยปรับเปลี่ยนองศาการเปิดวาล์ว และระยะยกของวาล์ว ให้สัมพันธ์กับรอบเครื่องมากที่สุด แหวนลูกสูบ ก้านสูบเปลี่ยนมาใช้วัสดุเกรดเดียวกับตัวแข่ง ส่วนของกระโปรงลูกสูบที่ต้องเสียดสีกับผนังกระบอกสูบตลอดเวลาเคลือบด้วยสารช่วยลดแรงเสียดทาน เสื้อสูบยังคงเป็นอะลูมีนัมอัลลอย ขณะที่ฝาสูบยกระดับไปใช้ อะลูมีนัม-ซิลิคอนอัลลอย ที่เบายิ่งขึ้น



S3 Sportback ใช้เกียร์คลัตช์คู่ S Tronic 7 สปีด ให้ทั้งความฉับไวและนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ ปิดท้ายด้วยระบบ Quattro ใน S3 Sportback แตกต่างจากรุ่นพี่อย่าง S5 ตรงที่ ใช้การทำงานร่วมกันระหว่างอิเล็กทรอนิกส์กับไฮโดรลิค เพื่อกระจายแรงขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง ให้สัมพันธ์กับสภาพการขับขี่ สำหรับสภาพการขับขี่ปกติจะเน้นส่งกำลังไปที่ล้อหน้า เพื่อสร้างความประหยัด เมื่อล้อหน้าเกิดสลิปจึงจะจัดสรรกำลังไปให้ล้อคู่หลัง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการส่งผ่านม้ากว่าสามร้อยตัวลงสู่ผิวถนน S3 Sportback ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เร็วเพียง 4.8 วินาที พร้อมความเร็วปลายซึ่งถูกจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม.

Powered by MakeWebEasy.com