BMW M5 Competition || พร้อมแล้ว สำหรับเวอร์ชันไมเนอเชนจ์ [F90 LCI]

ภาพและภาพยนตร์ : BMW Group.
เรียบเรียง : Pitak Boon

BMW M5 [F90] เจเนอเรชันที่ 6 ถูกเปิดตัวในปี 2017 ได้รับการอัพเกรดต่อจาก 5 Series [G30] บอดี้ปัจจุบัน เมื่อ G30 ถึงเวลาไมเนอเชนจ์ในปี 2020 เวอร์ชันแรงอย่าง F90 จึงถูกปรับโฉมตามกันมาในเวลาอันรวดเร็ว ไฮไลท์ในส่วนของตัวถังอยู่ในส่วนของไฟหน้าและไฟท้าย รูปทรง ‘L-shaped’ ส่วนเรื่องของสมรรถนะ BMW M GmbH เซตช่วงล่างด้วยสูตรของ M8 Gran Coupé จากนั้นจึงนำรถเข้าไปวิ่งทดสอบอย่างเข้มข้นในสนาม Nürburgring Nordschleife



จาก 5 Series [G30 LCI] อัพเกรดไปเป็น M5 [F90 LCI] จากนั้นพัฒนาต่อไปเป็น M5 Competition ไม่ใช่เรื่องยาก โดยเฉพาะแอร์โร่ไดนามิคพาร์ทสไตล์ M Car ส่วนขุมพลังโมต่อจากบล็อกใน M5 [F10M] ที่ยังคงความแรงและทันสมัยยาวๆ ไปอีกหลายปี โดยทั้ง M5 และ M5 Competition ยังคงมาพร้อมระบบขับเคลื่อน AWD ชื่อ M xDrive นอกจากส่งแรงขับเคลื่อนลงถนนผ่านทั้งสี่ล้อแล้ว ยังปรับเข้าสู่โหมด 2WD หรือขับเคลื่อนล้อหลัง อันเป็นรูปแบบพื้นฐานของ M5 ทุกโมเดลในอดีตได้ด้วย



โครงสร้างของ 5 Series [G30] ใช้เหล็ก High-strength Multi-phase Steels กับท่อนหน้ารถ ขณะที่โครงสร้างรอบห้องโดยสารเน้นความแข็งแกร่งด้วยเหล็ก Ultra High-strength Steels ส่วนฝากระโปรง หน้า-หลัง, หลังคา, แท่นยึดเครื่องยนต์, คานรวมทั้งโครงสร้างประตูทั้งสี่ใช้อะลูมีเนียมเพื่อลดน้ำหนัก พอถูกอัพเกรดมาเป็น F90 แน่นอนว่าต้องพิเศษกว่า G30 ด้วยการเพิ่มสัดส่วนของอะลูมีเนียมเข้าไปอีก จุดหลักๆ ได้แก่ แก้มข้างที่ขยายรับระยะความกว้างล้อหน้าใหม่ (Track) หลังคาเปลี่ยนมาเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ โดย M5 Competition มาพร้อมล้อฟอร์จ หน้า 9.5 x 20 พร้อมยาง 275/35 R20 และหลัง 10.5 x 20 กับยาง 285/35 R20 ผลลัพธ์ M5 [F90 LCI] ลดน้ำหนักไปได้ 35 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ M5 [F10M] ซึ่งเป็น M5 โมเดลก่อนหน้า



M5 [F90] ต่อเนื่องมาจนถึง M5 [F90 LCI] ใช้พื้นฐานเครื่องยนต์ร่วมกับ M5 [F10M] วิศวกร BMW M GmbH จับเครื่องยนต์มาโมต่อด้วย M TwinScroll Twin Turbo รวมทั้งเพิ่มแรงดันจากปลายหัวฉีดสูงสุดแตะ 350 บาร์ ใน M5 แรงม้าทะลักออกมาถึง 600 hp ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดระดับ 750 Nm ที่ 1,800-5,600 รอบ/นาที ส่วน M5 Competition ทรงพลังกว่า 625 hp ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดเท่ากัน 750 Nm ที่ 1,800-5,860 รอบ/นาที M5 Competition ถูกจำกัดท็อปสปีดไว้ที่ 250 กม./ชม. โดยมีอุปกรณ์พิเศษ M Driver’s Package มาให้ลูกค้าจ่ายเพิ่ม ช่วยปลดล็อคให้ความเร็วสูงขยับขึ้นไปที่ 305 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. รอเพียง 3.3 วินาที ผ่าน 200 กม./ชม. ด้วยเวลา 10.8 วินาที  M5 Competition มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 9.43-9.52 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมตัวเลข CO2 ที่ 242-239 กรัม/กิโลเมตร

ระบบขับเคลื่อน M xDrive ถูกพัฒนาเพื่อรถตระกูล M โดยเฉพาะ นำมาใช้ครั้งแรกใน M5 [F90] จากเดิมอัตราส่วนในการกระจายกำลังเป็นแบบอัตโนมัติตามสภาพการขับขี่ ก็จะมีฟังก์ชันมาให้ผู้ใช้รถเลือกปรับได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมด 4WD สำหรับสภาพถนนปกติ,  4WD Sport เน้นการกระจายแรงขับเคลื่อนไปให้ล้อหลังมากยิ่งขึ้น และ 2WD ขับเคลื่อนด้วยล้อหลัง ให้อารมณ์เดียวกับพี่ๆ M5 ในอดีต



ระบบกันสะเทือนด้านหน้าใช้ อิสระปีกนกคู่ ขณะที่ด้านหลังเป็น แขนยึด 5 จุด โครงสร้างช่วงล่างผลิตจาก Lightweight Aluminium มุ่งลดน้ำหนักใต้สปริง M5 Competition ใช้สปริงชุดใหม่โหลดลงอีก 7 มิลลิเมตร มาพร้อมค่า k ระดับ 900 N/mm ถัดมาเปลี่ยนกันโคลงทั้งหน้าและหลัง ให้แข็งขึ้นอีก 10% ตัวโช้คอัพไฟฟ้าเปลี่ยนมาใช้ชุดเดียวกับ M8 Gran Coupé ที่ให้แฮนด์ลิ่งที่เฉียบคมกว่า โดยเฉพาะขณะรถเข้าโค้ง

โดยช่วงล่างของ M5 Competition มีชื่อว่า Adaptive M Suspension ใช้โช้คอัพไฟฟ้าพร้อมระบบควบคุม VDC (Variable Damper Control) มาปรับการทำงานแปรผันไปตามความเร็ว และโหมดการขับขี่ทั้ง 3 โหมด อันได้แก่ Comfort, Sport และ Sport Plus ระบบเบรกทางวิศวกรจัดเต็มด้วยจานเซรามิค M Carbon-ceramic Brakes ด้านหน้ามาพร้อมคาลิปเปอร์ 6 pot ด้านหลังใช้คาลิปเปอร์ 1 pot ระบบเบรกชุดนี้ช่วยลดน้ำหนักลงประมาณ 23 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับการใช้จานเบรกเหล็กหล่อทั่วไป

Powered by MakeWebEasy.com