หยุดอยู่บ้านก็ดูแลรถเองได้ง่ายๆ Covid19 เป็นเหตุ สังเกตได้(Part1) ไฟส่องสว่างรอบคัน..ใช้เวลานิดหน่อย..เพิ่มความปลอดภัย

โดย: Pakin Sirichat



ไฟส่องสว่างรอบคัน..ใช้เวลานิดหน่อย..เพิ่มความปลอดภัย

ช่วงนี้หลายท่านคงหยุดอยู่บ้าน Work form Home กัน เพราะสถานการณ์โรค Covid19 ที่แพร่กระจายเชื้อไปในยังวงกว้าง และการดูแลรักษา พร้อมกับวัคซีน ยังไม่เพียงพอสำหรับพี่น้องชาวไทย(รู้ๆ กันอยู่) คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านมีรถใช้งานกันอยู่ และบางท่านรถก็ใกล้จะถึงระยะเข้าศูนย์บริการเพื่อรับการตรวจเช็ค แต่หลายท่านก็กลัวว่าออกไปข้างนอกแล้วเกิดพลาดพลั้งติดเชื้อขึ้นมาก็ยุ่งเหยิงอีก ดังนั่นครั้งนี้เราจะมาพูดถึงการดูแลรถยนต์ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ เท่ากับการเป็นการตรวจเช็ค เพื่อให้พร้อมกับการใช้งานในขณะที่ยังไม่สามารถเข้าศูนย์บริการได้

เริ่มตอนแรกกับระบบ “ไฟส่องสว่าง” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ทั้งกลางวัน และกลางคืน ผมเองช่วงหลังๆ มีโอกาสได้ออกไปขับรถเล่นช่วงเช้ามืด และสังเกตเห็นว่ารถหลายๆ คน ไฟส่องสว่างบางคันติดเฉพาะด้านหน้า บางคันติดเฉพาะด้านหลัง และบางคันผู้ขับขี่หลงคิดว่าเปิดไฟหน้าแล้ว เพราะไฟ Daytime Running มันสว่างหลอกตา ทำให้ผู้ขับขี่คิดว่าเปิดไฟหน้าแล้วนั่นเอง

เรื่องของไฟส่องสว่างนั่น การตรวจเช็ค และการดูแลด้วยตัวคุณเองทำได้ง่ายมากๆ ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่อะไรมากมาย(ยิ่งรถสมัยใหม่จะมีสัญญาณเตือนโชว์บนเรือนไมล์หากมีหลอดไฟดวงใดดวงนึงขาด) เริ่มกันที่ของง่ายๆ “ไฟเลี้ยว” ลองเปิดสวิทช์สัญญาณไฟเลี้ยว ไม่ว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา อันไหนก่อนก็ได้ เปิดเสร็จก็ลงจากรถเดินวนดูรอบรถว่าไฟเลี้ยวกระพริบติดครบรอบคันหรือไม่ ถ้าไม่ก็จำหรือจดไว้ว่าหลอดไฟเลี้ยวดวงไหนขาด เสร็จแล้วเปิดสวิทช์สัญญาณไฟเลี้ยว แล้วลองเอื้อมมือไปเปิดสวิทช์ไฟฉุกเฉินแล้วเดินวนดูอีกสักรอบ เพื่อเป็นการรีเช็คระบบสัญญาญไฟเลี้ยวรอบคัน


ต่อมาเรื่องของ “ไฟหรี่” ซึ่งนิยมเปิดกันช่วงแสงเริ่มโพล้เพล้ ถ้ารถของคุณไม่ได้เป็นรถที่มีออฟชั่นเปิดไฟหน้าแบบ “ออโต” คุณก็หมุนเปิดสวิทช์ไฟหน้าจังหวะแรก แล้วลงมาเดินดูรอบคันว่าหลอดไฟด้านหน้าติดครบไฟ(ถ้าเป็นรถที่มีหลอดแบบ LED หรือใช้ร่วมกับ Daytime Running ไฟต้องไม่ดับ) ส่วนด้านหลังก็เช่นกันเดินวนดูว่ามีดวงไหนไม่ติดบ้าง ต่อมาในทางด้านหลัง “ไฟเบรค” อันนี้จากต้องมีเพื่อนหรือคนในบ้างมาช่วยเล็กน้อย เหยียบแป้นเบรกแล้วดูว่าไฟเบรกติดครบหรือไม่ทั้งที่โคมไฟปกติ และดวงที่3 ด้วย


หมุนสวิทช์ไฟไปอีก 1 ครั้ง(แต่ถ้าไฟหน้าแบบ ออโต หมุนสวิทช์ไปที่ตำแหน่ง ออโต เลย) ดูว่าไฟหน้าติดครบไหม แล้วลองโยกก้านสวิทช์ไฟหน้าเปลี่ยนเป็นตำแหน่งไฟสูง ว่าหลอดไฟสูงติดครบหรือไม่ เช่นเดียวกัน “ไฟภายในห้องโดยสาร และที่เก็บของท้ายรถ” ถ้ามีหลอดไหนไม่ติดขึ้นมาก็จดๆ ไว้            

เมื่อเช็คไฟต่างๆ รอบคันเรียบร้อยแล้ว ว่างๆ ลองหยิบสมุดคู่มือการใช้รถ “Manual Book” ที่เขาแถมมาให้อยู่ในเก๊ะเก็บของหน้ารถ เอามาเปิดอ่านดู ในคู่มือจะมีบอกเลยว่า หลอดไฟดวงที่ขาดนั่นจะใช้หลอดแบบไหน ขั้วอะไร(H1, H3, H4, H7) และกี่วัตต์ เราจะได้ไปหาซื้อที่ร้านขายอะไหล่ หรือร้านประดับยนต์ ใช้เวลาในการวิ่งเข้าไปซื้อน้อยกว่าไปนั่งรอเปลี่ยนที่ศูนย์บริการ รวมถึงวิธีการถอด และเปลี่ยนหลอดไฟด้วยตัวเอง(กรณีที่รถคุณใช้หลอดไฟแบบ LED) คู่มือจะมีคำแนะนำเพิ่มเติม ถ้าในกรณีที่ต้องเข้าไปเปลี่ยนที่ศูนย์เท่านั่น ดูว่าหลอดไฟที่ขาดนั่นมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด หรือเราสามารถเปลี่ยนเองได้            

การดูแลรักษารถจริงๆ บางอย่างเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ผู้ใช้รถทั้งท่านสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรี สามารถตรวจเช็ค และเปลี่ยนด้วยตัวเองได้ หากมีการหยิบเอาคู่มือการใช้รถออกมาอ่านศึกษาบ้าง(เพราะบางอย่างในอินเตอร์เน็ทไม่มีบอก) ก็จะช่วยให้คุณใช้รถได้อย่างปลอดภัย และไม่จำเป็นต้องไปนั่งรอในศูนย์บริการ และลดโอกาสเพิ่มความเสี่ยงในการติดโรค Covid19 เดี่ยวครั้งต่อไป เราจะมาแนะนำวิธีการตรวจเช็ครถ และสามารถเปลี่ยนได้ด้วยตัวเองง่ายๆ อีกเช่นกันครับ

Powered by MakeWebEasy.com