ปั้นเชฟปรุงอาหารจากกัญชา-สมุนไพรไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ประทับใจอาหารไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

477 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เปิดตำราสร้างเชฟมืออาชีพปรุงอาหารจากกัญชา-สมุนไพรไทย บูรณาการองค์ความรู้ที่สำคัญทางการแพทย์ทางวิทยาศาสตร์ ทางเภสัช งานวิจัยยุคใหม่ และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้กับเชฟมืออาชีพ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ประทับใจอาหารไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก

อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า             กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข โดยเขตสุขภาพที่ 8 ได้จัดการอบรมหลักสูตรกัญชาและสมุนไพรในอาหาร-เครื่องดื่มเป็นยา สำหรับเชฟมืออาชีพ โดยได้มีการบูรณาการองค์ความรู้ที่สำคัญทางการแพทย์ทางวิทยาศาสตร์ ทางเภสัช งานวิจัยยุคใหม่ และภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้กับเชฟมืออาชีพ ที่ผ่านการประกวดและการแข่งขันมาอย่างเข้มข้น

ดังนั้น พวกเขาขอให้เติมเต็มองค์ความรู้เหล่านี้เพื่อที่จะได้เข้าใจการประกอบอาหารในการใช้กัญชาอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นใบ ก้าน ลำต้น ราก รวมถึงช่อดอก และรวมถึงสารสำคัญ รวมไปถึงเวทีในต่างประเทศว่าเขาใช้กันอย่างไร ใช้การแข่งขันกันอย่างไร และประเทศไทยควรจะมีแนวคิดอย่างไร เราไปเติมเต็มในส่วนที่เขาไม่ถนัดและอาจจะไม่เข้าใจมาก่อนคือเรื่องสุขภาพ และงานวิจัยทางเภสัช เชื่อว่าการบูรณาการครั้งนี้จะทำให้เชฟที่เป็นแถวหน้าในระดับประเทศไทย ได้มีโอกาสมีองค์ความรู้ และไปดำเนินการเผยแพร่องค์ความรู้และทำอาหารจานดีให้กับคนไทย ที่สำคัญคือการเปิดโลกทัศน์ของเชฟในครั้งนี้จะทำให้เขารู้ว่าชาวต่างชาติเขาชิมอะไรหรือรับประทานอะไรกันมาในเรื่องของกัญชา และเราคนไทยจะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ประทับใจอาหารไทย ซึ่งเก่งอยู่แล้วให้เก่งกว่าการใช้กัญชาในต่างประเทศได้อย่างไร ซึ่งผมเชื่อว่าอัตลักษณ์ตรงนี้ของประเทศไทยและฝีมือเชฟคนไทยเราไม่แพ้ใคร



“หลังจากมีการปลดล็อคกัญชาแล้วขอย้ำว่าก่อนวันที่ 9 มิถุนายนนี้ เชฟยังไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้สูงสุดคือใบกัญชา ราก และลำต้น โดยสามารถนำมาประกอบอาหารได้ตามกฎหมายเดิม แต่การปลดล็อคกัญชานับแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 มีเวลาอีก 120 วัน แปลว่าวันที่ 9 มิถุนายน 2565 จะมีการปลดล็อคอย่างสมบูรณ์ เหลือแต่เพียงว่าระยะเวลาช่วงนี้ที่สภากำลังพิจารณากฏหมาย พ.ร.บ.กัญชากัญชง เขาเปิดโอกาสให้เชฟทำอาหารจากดอกกัญชาได้ไหม ถ้าทำได้เขาไม่ต้องขออนุญาตในฐานะยาเสพติด แต่ถ้าทำยากก็จะไม่มีใครทำซึ่งก็จะประสบปัญหาเดิมๆ แบบที่เคยปรากฏมา และจะกลายเป็นว่าประเทศไทยปรุงอาหารจากช่อดอกกัญชาไม่ได้ ทั้งที่เราควรจะปรุงได้เพราะในอดีตเราก็เคยปรุงได้



ส่วนสายพันธุ์กัญชาที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ในขณะนี้ เนื่องจากสายพันธุ์กัญชาที่มีการสำรวจโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และดูสารสำคัญ เราจะเห็นได้ว่าพันธุ์หางกระรอกมี THC และ CBD พอๆ กัน ซึ่งเป็นน้ำหนักถ่วงฤทธิ์กันไม่ให้เมาเกินไป แต่สายพันธุ์สกลนครก็ดี หรือสายพันธุ์อื่นๆ ก็ดี อาจจะมีลักษณะของ THC สูง แต่บางสายพันธุ์ตอนนี้ เช่น ตะนาวศรีก้านแดง มีสาร CBD สูง เมาน้อยแต่ออกฤทธิ์ทางสุขภาพดี ถ้าเรามีการสำรวจพัฒนาสายพันธุ์ไปเรื่อยๆ เราจะมีทางเลือกในการถ่วงดุลข้ามสายพันธุ์ในการปรุงอาหารซึ่งกันและกันได้ ซึ่งตรงนี้จะทำให้ความหลากหลายของการประกอบอาหารด้วยกัญชาของประเทศไทย อาจจะมีความหลากหลายและมีอัตลักษณ์แตกต่างจากชาวต่างชาติได้ ดังนั้น เชฟควรเรียนรู้ เตรียมตัวทำการบ้าน ศึกษาและรอวันที่ปลดล็อค พยายามช่วยกันเรียกร้องให้ฝ่ายรัฐสภาช่วยปลดล็อคให้เชฟทำอาหารในการประกอบอาหารโดยการใช้กัญชาได้อย่างเต็มที่ และทำให้เกิดการพัฒนาความสามารถในการปรุงอาหารต่อไป” คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต กล่าว

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com