รถไฟฟ้าบุกงาน BIMS 2022

966 จำนวนผู้เข้าชม  | 

งานมหกรรมโชว์รถครั้งใหญ่ของปี 2022 ได้เริ่มขึ้นแล้วกับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 43 ซึ่งจัดขึ้น ณ ชาเรนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันที่ 23 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน 2565 ภายในงานนี้ค่ายรถยนต์ชั้นนำต่างนำยนตกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโลยี และรูปลักษณ์อันโดดเด่นกว่า 20 รุ่น ทั้งในรูปแบบรถใหม่ และไมเนอร์เชนจ์ รวมไปถึงเวอร์ชั่นพิเศษอีกกว่า 20 รุ่น   

    

ในส่วนของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กว่า 20 รุ่นนั่น มีรถยนต์ไฟฟ้ามากมายหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายรุ่น ซึ่งกระแสรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับเมืองไทย ผู้บริโภคเริ่มหันมามองกันมากขึ้น ส่วนนึงเกิดมาจากมีเทคโนโลยีที่น่าสนใจหลากหลายด้าน ไม่ปล่อยมลภาวะไอเสียออกสูชั้นบรรยากาศ ไม่มีเสียงจากเครื่องยนต์มารบกวน และยิ่งช่วงนี้ราคาน้ำมันในบ้านเรา และตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้น รวมไปถึงภาครัฐได้มีส่วนลดราคาภาษีทำให้ราคาของรถไฟฟ้าถูกลง งั้นเรามาดูกันซิว่าภายในงานครั้งนี้มีรถไฟฟ้ารุ่นไหนที่น่าสนใจบ้าง


Audi e-tron GT



อาวดี้ e-tron GT ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่นสไตล์สปอร์ตแกรนด์ทัวริ่ง 4 ประตู มาพร้อมกับขุมพลัง มอเตอร์ไฟฟ้าให้ความแรงระดับ 530 แรงม้า  ใน Boost Mode แรงบิด 630 นิวตัน-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใล้เวลาเพียง 4.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม. การชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทางไกลถึง 540 กิโลเมตร(ตามมาตรฐานการทดสอบ NEDC) จากความจุของแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ความจุ 93.4 กิโลวัตต์ ค่าตัวอยู่ที่ 6.39 ล้านบาท


BMW iX eDrive50


ค่าย “ใบพัดสีฟ้า” จากเมืองมิวนิค ทนกระแสความแรงของวงการรถไฟฟ้าในเมืองไทยไม่ไหว จัดการส่งรถไฟฟ้าในกลุ่ม SAV ภายใต้ชื่อรุ่น iX eDrive e50 จุดเด่นตัวรถที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่ารถในกลุ่มเดียวกัน รวมไปถึงกระจังหน้าแบบไตรคู่ขนาดใหญ่ที่มองเห็นมาแต่ไกล ตัวรถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้แรงม้าสูงถึง 523 แรงม้า แรงบิดทะลักล้น 765 นิวตัน-ม. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 4.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. ชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ไกล 630 กิโลเมตร แบตเตอรี่ความจุ 111.5 กิโลวัตต์ สนนราคาเริ่มต้น 5.999 ล้านบาท

 

BMW iX3


มาในรูปแบบรถครอครัวอเนกประสงค์ SAV ไซส์ย่อมกว่า iX eDrive50  พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Synchronous Electric Motor 1 ตัว ให้แรงม้าสูงถึง 286 ตัว แรงบิด 400 นิวตัน-ม. ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ Single Speed with fixed ratio ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม-ไอออน ความจุ 74 กิโลวัตต์ 232 แอมป์ 400 โวลต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทาง 460 กิโลเมตร  ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 3.399 ล้านบาท


BMW i4


i4 มาในรูปแบบของรถยนต์ซีดานท้ายลาด รูปลักษณ์โดดเด่นยามเฉิดฉายบนท้องถนน i4 มีจำหน่ายในเมืองไทยด้วยกัน 2 รุ่น eDrive40 มากับมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ให้แรงม้า 340 ตัว แรงบิด 430 นิวตัน-ม. ขับเคลื่อนล้อหลัง พกพาแบตเตอรี่แบบ ลิเธียม-ไอออน ความจุ 83.9 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ไกล 590 กิโลเมตร(ตามมาตรฐาน WLTP) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม. ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4.499 ล้านบาท

i40 M50 เพิ่มความแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว(มอเตอร์หน้า 258 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตัน-ม.-มอเตอร์หลัง 313 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตัน-ม.) เมื่อรวมกันจะได้แรงม้าสูงถึง 544 แรงม้า แรงบิด 795 นิวตัน-ม. ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive พกพาแบตเตอรี่แบบ ลิเธียม-ไอออน ความจุ 83.9 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทางไกล 510 กิโลเมตร สนนราคา 4.999 ล้านบาท

 
Mercedes-Benz EQS



ค่าย “ดวงดาว” จากเมืองสตุ๊ทการ์ท สร้างความฮือฮาด้วยการนำยานยนต์ไฟฟ้าระดับหรู EQS เข้ามาประกอบ และจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จุดเด่นอยู่ที่การใช้แพลทฟอร์ทเดียวกับ executive-class เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ และความปลอดภัยแบบจุใจ ห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย และมีค่าสัมประสิทธิแรงเสียดทานต่ำระดับ 0.20 เป็นรถโปรดักชั่นคาร์ที่มีค่าแอโร่ไดนามิคส์ดีที่สุด ณ เวลานี้ EQS มีทั้งหมด 3 รุ่น เริ่มกันที่ EQS 450+ มากับมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียว ให้แรงม้าสูงถึง 333 แรงม้า แรงบิด 568 นิวตัน-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. แบตเตอรี่ความจุ 107.8 กิโลวัตต์ การชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทางระดับ 777 กิโลเมตร


MG EP Plus

ค่าย MG เปิดตลาดรถไฟฟ้า 100% ด้วยรุ่น EP Plus ชูจุดเด่นด้วยรูปลักษณ์ของตัวรถแนวสเตชั่นวากอน เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Synchronous Motor ให้แรงม้า 163 ตัว แรงบิด 260 นิวตัน-ม.  อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 8.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม-ไอออน ขนาด 50.3 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทาง 380 กิโลเมตร(ตามมาตรฐาน NEDC) สนนราจำหน่ายตอนเปิดตัว 9.98 แสนบาท และล่าสุดในวันงานหลังจากภาครัฐมีการลดภาษีรถไฟฟ้าทำให้ราคาของ EP Plus หล่นมาเหลือเพียง 7.99 แสนบาท ลดลงไปถึง 2 แสนบาท!!!  MG EP มีด้วยกัน 2 รุ่น EP ราคา 7.61 แสนบาท และรุ่น EP Plus ราคา 7.71 แสนบาท

 

MG ZS EV



ZS EV ที่เปิดตัวในงานนี้ จัดเป็นเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ มีการปรับดีไซน์ทางด้านหน้าใหม่ เน้นความหรูหราแฝงอารมณ์สปอร์ตมากกว่าเดิม พร้อมฟีเจอร์ล้ำสมัยในการใช้งาน โดดเด่นด้วนมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 177 แรงม้า แรงบิด 280 นิวตัน-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 8.6 วินาที แบตเตอรี่ขนาด 50.3 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทาง 403 กิโลเมตร พร้อมโหมดการขับขี่ 3 โหมด Eco, Normal และ Sport และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ด้วยฟีเจอร์ V2L(Vehicle to Load) จ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกำลังไฟสูงถึง 2,000 วัตต์   MG ZS EV มีด้วยกัน 2 รุ่น ประกอบด้วยรุ่น D ราคา 9.49 แสนบาท และรุ่น X ราคา 1.023 ล้านบาท

 
Mini Cooper SE

รถเล็กแนวแฟชั่นคาร์สุดฮิปตังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็เกาะกระแสรถไฟฟ้าซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกยานยนต์ โดดเด่นด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 184 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตัน-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 150 กม./ชม. พกพาแบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน ความจุ 32.6 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทาง 217 กิโลเมตร(ตามมาตรฐาน NEDC) ราคาจำหน่าย 2.29 ล้านบาท

 

Nissan Leaf


ค่ายที่มาก่อนใครในการนำเทรนด์รถไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย Nissan Leaf เปิตัวครั้งแรกด้วยราคา 1.99 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับอ็อฟชั่น ทำให้กระแสไม่เปรี้ยงเท่าที่ควร จนตอนหลังมีการลดราคาจำหน่ายเหลือเพียง 1.49 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งที่ทำให้กระแสไม่เปรี้ยง เพราะภาครัฐตอนแรกบอกจะช่วยแล้วเงียบไป ทั้งที่ตัวรถมาถึงเมืองไทยพร้อมเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จุดเด่นของ Leaf อยู่ที่แฮนด์ลิ่งในการขับขี่ที่สนุก โดยเฉพาะทางโค้ง และการขับขี่ในเมืองจะระบบ E-Pedal ที่ใช้แป้นคันเร่งเป็นทั้งคันเร่ง และเบรก(จากมอเตอร์ขับเคลื่อน) ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมืองเป็นอย่างมาก พละกำลังในการขับเคลื่อนมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous electric motor รหัส EM57 ให้กำลัง 150 แรงม้า ที่ 3,283-9,795 รอบตต่อนาที แรงบิด 320 นิวตัน-ม. ที่ 0-3,283 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลัง Single Gear แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม-ไอออน ขนาด 40 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้งวิ่งได้ระยะทาง 311 กิโลเมตร


Ora Good Cat



ค่ายรถยนต์น้องใหม่มาแรงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน Ora ภายใต้ร่มเงาของ GWM เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นแรกกับชื่อน่ารัก Good Cat กับดีไซน์ย้อนยุค โดดเด่นกับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร และจุใจกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่ประเคนเข้ามาให้อย่างเต็มที่ มัรุ่นให้เลือกถึง 3 รุ่น 2 ระยะทางในการเดินทาง Tech 400, Pro 400 และ Ultra 500 ทั้ง 3 รุ่นขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว Permanent Magnet Synchronus Motor ให้แรงม้า 143 ตัว แรงบิด 210 นิวตัน-ม. ความเร็วสูงสุด 153 กม./ชม. แบตเตอรี่มี 2 แบบ โดยแบบแรก Lithium-ion Phosphate(LFP) ขนาด 47.8 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทาง 400 กิโลเมตร(ตามมาตรฐาน NEDC) และแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ternary(NMC) ความจุ 63.1 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทาง 500 กิโลเมตร(ตามมาตรฐาน NEDC) และด้วยอานิตย์สงฆ์จากภาครัฐทำให้ราคาจำหน่ายของรถทั้ง 3 รุ่น ลดลง 1.6 แสนบาท จากราคาตอนเปิดตัว โดยรุ่น Tech 400 ราคา 8.28 แสนบาท. รุ่น Pro 400 ราคา 8.98 แสนบาท และรุ่น Ultra 500 ราคา 1.038 ล้านบาท


Porsche Taycan GTS

ค่ายม้าป่าสตุ๊ดการ์ทประสบความสำเร็จจากรถสปอร์ตซีดานไฟฟ้ารุ่นแรกอย่าง Taycan ด้วยรูปลักษณ์อันโดดเด่น สมรรถนะอันยอดเยี่ยม และความประณีตในการผลิต ในงานนี้ทาง AAS ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงานเราได้นำ Taycan GTS มาให้ยลโฉม และจับจองกันถึง 2 เวอร์ชั่นทั้ง 4 ประตู ซาลูน และ 5 ประตู Sport Turismo ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับมอเตอร์ที่ให้กำลังสูงถึง 598 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.(Over Boost Power และ Launch Control) การชาร์จไฟ 1 ครั้ง สามารถวิ่งได้ระยะทางทะลุ 500 กิโลเมตร  
 

Volvo XC40 Pure Electric

ยนตรกรรมจากแดนไวกิ้ง วอลโว่ ซึ่งหันมาพัฒนารถยนต์แบบ ไฮบริด และไฟฟ้า 100% แบบชัดเจนเจ้าแรกๆ ในยุโรป โดยรถไฟฟ้าตัวเบิกร่องสำหรับตลาดในเมืองไทยมาในรูปแบบ Compact SUV ภายใต้ชื่อรุ่น XC40 Pure Electric ขับเคลื่อนด้อวยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 403 แรงม้า ที่ 4,350-13,900 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 660 นิวตัน-ม. ที่ 4,350 รอบต่อนาที ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบตเตอรี่ความจุ 78 กิโลวัตต์ ชาร์จไฟ 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะทาง 400 กิโลเมตร(ตามมาตรฐาน WLTP) ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2.59 ล้านบาท

Volvo C40 Pure Electric


เพื่อเป็นการเติมเต็มในกลุ่ม Compact SUV ทางค่ายวอลโว่ เลยนำ C40 Prue Electric มาในรูปแบบของ SUV Coupe โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้านข้อมูลทางเทคนิคของตัวรถเหมือนกับ XC40 Pure Electric ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 2.75 ล้านบาท

วงการรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย ณ เวลานี้ถือว่าน่าสนุกมาก สำหรับผู้บริโภคที่กำลังอยากเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในมาเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ภายในงานมีรถไฟฟ้าให้เลือกชมเพียบ รวมถึงข้อเสนอดีๆ จากบริษัทผู้ผลิต และในอนาคตอันใกล้ สถานีชาร์จไฟคงเพิ่มมากขึ้น และเพียงพอต่อความต้องการสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเราอย่างแน่นอน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้