Mercedes-Benz VISION EQXX || BEV แห่งอนาคต วิ่งไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร/ชาร์จ

308 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Mercedes-Benz นำรถ VISION EQXX ซึ่งเป็นรถ BEV (Battery Electric Vehicle) ทรงแอร์โร่ไดนามิคเต็มขั้น มาวิ่งทดสอบในสภาพแวดล้อมการเดินทางจริง ทั้งถนนทั่วไป และบนซูเปอร์ไฮเวย์อย่าง German autobahn (บางช่วงทำความเร็วถึง 140 กม./ชม.) เพื่อหาอัตราสิ้นเปลืองพลังงาน ได้ตัวเลขออกมาที่ 8.7 kWh/100 km พร้อมระยะการเดินทางเมื่อชาร์จแบตเต็มไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร นั่นเป็นข้อยืนยันว่า ในเร็ววันนี้ยานยนต์ไฟฟ้า BEV จะพร้อมใช้งานแทนที่รถยนต์ใช้เครื่องยนต์สันดาปได้อย่างสมบูรณ์แบบ

VISION EQXX ถูกนำเสนอผ่านรูปแบบตัวถังรถคูเป้ 4 ประตู 4 ที่นั่ง ช่วงหน้ารถสั้น ท้ายรถยาว ออกแบบตามรูปทรงของหยดน้ำ ซึ่งเป็นไปตามทฤษฎีอากาศพลศาสตร์ หน้ารถเน้นความลู่ลมด้วยดีไซน์ Shark Nose ฝากระโปรงหน้าชิ้นใหญ่ความกว้างคลุมมาถึงแนวด้านข้างของตัวถัง โดยความยาวของ VISION EQXX จะปรับเปลี่ยนได้เล็กน้อยจากชุด Active Rear Diffuser ท้ายรถ ซึ่งจะยื่นออกมาเมื่อรถใช้ความเร็วสูงกว่า 60 กม./ชม.


เทคโนโลยีแอร์โร่ไดนามิคของ VISION EQXX ได้รับการถ่ายทอดมาจากรถต้นแบบ Concept IAA (2015) ซึ่ง Mercedes-Benz ใช้โชว์ความเหนือชั้นทางอากาศพลศาสตร์ กระทั่งในยุคนั้น Concept IAA ถูกเรียกขานว่า Digital Transformer บอดี้ของรถสามารถแปลงร่างจาก Design Mode ที่ใช้โชว์ความล้ำทางการออกแบบ ไปเป็น Aerodynamic Mode ซึ่งนำเสนอความลู่ลมระดับเทพบนตัวถัง โดยการแปลงร่างของ Concept IAA จะทำให้ตัวเลข Cd. (Drag Coefficient) จากระดับ 0.25 ที่ต่ำอยู่แล้ว ลดลงมาเหลือเพียง 0.19 เท่านั้น



สำหรับทายาทสายตรงอย่าง VISION EQXX เปิดค่า Cd. มาเพียงตัวเลขเดียว และต่ำกว่ารุ่นพี่ที่ระดับ 0.17 ในส่วนของสเป็คพื้นฐานที่ต้นสังกัดเปิดเผยออกมา คือ ความกว้าง ความยาว และความสูง อยู่ที่ 1,870, 4,977 และ 1,350 มิลลิเมตร ตามลำดับ, ใช้ระยะฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร, มีน้ำหนัก 1,755 กิโลกรัม, พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ที่ 180 kW (241 PS) และความจุแบตเตอรี่ประมาณ 100 kWh



VISION EQXX กำเนิดจาก know-how ในขั้นตอน R&D ของรถ F1 และ Formular E จาก Mercedes-Benz หัวใจของการพัฒนาไม่ใช่ความแรง แต่วิศวกรมุ่งหาประสิทธิภาพสูงสุดจากการทำงานร่วมกับของทุกระบบในรถ ซึ่งถูกนำเสนอผ่านคำต่าง ๆ เหล่านี้ #EnergyDensity ออกแบบตามแนวคิดในการสร้าง F1 และ Formular E ตัวแบตเตอรี่ต้องมีความจุต่อปริมาตรที่คุ้มค่ามากที่สุด ภายใต้พื้นที่ติดตั้งอันจำกัด นั่นเป็นที่มาของ แบตเตอรี่ความจุเกือบ 100 kWh ที่มีปริมาตรลดลงถึง 50% และมีน้ำหนักน้อยลงอีก 30% เมื่อเปรียบเทียบกับแบตเตอรี่ของ EQS ซึ่งเป็น BEV รุ่นท็อปของ Mercedes-Benz, #EfficiencyOnTheRoad

โครงสร้างผลิตเพื่อรถ BEV โดยเฉพาะ มีความแข็งแรง และต้องเบาเช่นเดียวกับ F1, #ElectricDrive เป็นการลดการสูญเสียต่าง ๆ (losses) ในขั้นตอนการส่งผ่านพลังงาน นับจากแบตเตอรี่มายังล้อ ซึ่ง VISION EQXX ทำได้สูงสุดถึง 95% จัดเป็น benchmark efficiency จาก ‘แบตเตอรี่มายังล้อ’ ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน และเมื่อ benchmark efficiency สูง จึงก่อให้เกิด #RangeBuster หรือ รถ BEV ที่วิ่งได้กว่า 1,000 กิโลเมตร/ชาร์จ


ปิดท้ายด้วยความก้าวหน้าทางวัสดุที่ใช้ในการผลิต เช่นเดียวกับเรือธงอย่าง EQS คือใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีทั้งการใช้วัสดุจากธรรมชาติ, วัสดุรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมทั้งวัสดุสังเคราะห์รูปแบบใหม่ที่ไม่สร้างภาระให้กับสิ่งแวดล้อมในอนาคต ทั้งหมดเพื่อมุ่งลดคาร์บอนนับตั้งแต่ขบวนการผลิต (Lower carbon footprint) นอกเหนือไปจากการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็น Clean Energy มาใช้ในการขับเคลื่อนรถนั่นเอง

Powered by MakeWebEasy.com