GMC HUMMER EV || THE WORLD’S FIRST ALL-ELECTRIC SUPERTRUCKS

307 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โลกรู้จัก HUMMER ในฐานะผู้ผลิตรถลุยสายพันธุ์แท้ ซึ่งต่อยอดมาจาก HUMVEE พาหนะสำหรับกองทัพและหน่วยงานระดับสากลต่าง ๆ ทั่วโลก โดย HUMVEE เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1983 หรือเกือบ ๆ 40 ปีที่ผ่านมา (เจ้าของในวันนั้น คือ บริษัท AM General) ผ่านการพิสูจน์ความทนทานมาแล้วในหลายสมรภูมิ ในทุกสภาพภูมิอากาศ และปัจจุบันยังคงมีวิ่งใช้งานอยู่ในหลายพื้นที่ ดังนั้น HUMVEE สามารถเดินทางได้แบบไร้ข้อจำกัด ไปได้ในทุกภูมิภาคทั้งที่มีถนน (on-road) และไม่มีถนน (off-road) ซึ่ง HUMMER ก็ถูกพัฒนาขึ้นบนแนวคิดเดียวกัน ทว่าสิ่งที่ถูกเสริมแต่งเข้ามา คือเรื่องของความสะดวกสบาย เป็นมิตรกับผู้ขับและผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น และเมื่อโลกยานยนต์ปรับตัวเข้าสู่ยุคของ BEV แบรนด์ HUMMER ก็พร้อมนำเสนอจุดแข็งที่เป็นตำนานเฉพาะตัว ด้วยการเปิดตัวยานลุยไร้มลพิษในชื่อ GMC HUMMER EV โดย GMC นับเป็นสายแข็งผู้เชี่ยวชาญเรื่อง Trucks ระดับหัวแถวจากสหรัฐอเมริกา


เมื่อ HUMMER พร้อมหวนคืนวงการ ต้นสังกัดอย่าง GM (General Motors) ไม่ลังเลในการเลือกพัฒนารถโมเดลใหม่ระหว่างรถน้ำมัน (ICEV: Internal Combustion Engine Vehicle) กับรถไฟฟ้า (BEV: Battery Electric Vehicle) โดยชุดพื้นฐานโครงสร้างเจนใหม่ ถูกออกแบบขึ้นภายใต้ชื่อ Ultium Platform วัตถุประสงค์เพื่อรองรับรถบรรทุกไฟฟ้า จากค่าย GMC โดยเฉพาะ (GMC’s Electric supertruck lineup) โดยเพลทฟอร์มดังกล่าว ถูกดีไซน์มารองรับการปรับแต่งอุปกรณ์พื้นฐานอย่างหลากหลาย นับตั้งแต่จำนวนมอเตอร์ไฟฟ้า, ความจุแบตเตอรี่ รวมทั้งระบบช่วงล่าง และซึ่งรถ GMC รุ่นแรกจาก Ultium Platform คือ HUMMER EV นั่นเอง

นอกจาก Ultium Platform จะรองรับช่วงล่างถุงลม หรือ Adaptive Air Suspension with Extract Mode ที่มาพร้อมฟีเจอร์พื้นฐาน อันได้แก่ ปรับระดับความสูงของตัวถัง เพิ่มระยะการทำงานของช่วงล่างได้มากขึ้น 13 นิ้ว ลุยน้ำได้ลึกกว่า 60 เซนติเมตร พร้อมปรับการตอบสนองได้ตามความเร็วรถ, Ultium Platform ยังถูกออกแบบมาร่วมกับ ระบบบังคับเลี้ยว 4 Wheel Steer with CrabWalk โดยทั้ง 4 ล้อของ HUMMER EV จะมีฟังก์ชันในการหักเลี้ยวที่หลากหลาย เพื่อให้รถ SUV คันใหญ่ข้ามผ่านอุปสรรคได้ง่ายขึ้น, ปิดท้ายด้วยระบบขับเคลื่อน e4WD with torque vectoring ทำหน้าที่คอนโทรลระดับในการกระจายแรงขับเคลื่อน ระหว่างมอเตอร์ชุดหน้าและมอเตอร์ชุดหลัง ขณะรถเคลื่อนที่อยู่ในโค้ง


 
HUMMER EV เปิดตัวมาใน 2 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ ‘SUV’ และ ‘PICKUP’ จากนั้นถูกแบ่งออกไปอีก 5 รุ่นย่อย

ได้แก่ , , , EV Edition 1 และ EV Edition 1 with Extreme off-road Package

   รุ่น   และ   ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แยกขับเคลื่อนล้อหน้าและล้อหลัง พละกำลังรวม 625 PS แรงบิดสูงสุด 7,400 lb-ft (10,033 Nm) โดย รุ่นยกกำลัง 2-ใช้แบตเตอรี่ 16 โมดูล ชาร์จแบตเต็มวิ่งได้ไกลประมาณ 400 กิโลเมตร ส่วน รุ่นยกกำลัง 2X-ใช้แบตเตอรี่ 20 โมดูล ชาร์จแบตเต็มเดินทางราว 480 กิโลเมตร

   รุ่น  ล้อหลังเพิ่มมอเตอร์อีก 1 ตัว รวมทั้งหมด 3 ตัว เฉพาะล้อหลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แยกขับเคลื่อนล้อซ้ายและล้อขวา กำลังรวม 830 PS แรงบิดสูงสุด 11,500 lb-ft (15,591 Nm)

  รุ่น Edition 1 มาพร้อมล้อ 22 นิ้ว ขณะที่รุ่นแพงสุด Edition 1 with Extreme off-road Package ใช้ล้อ 18 นิ้ว บวกยาง Mud พร้อมอุปกรณ์สำหรับสาย off-road โดยเฉพาะ ได้แก่ การ์ดกันกระแทกใต้ท้องรถ, rock sliders รองรับการปีนข้ามก้อนหินขนาดใหญ่, eLocker ล็อคเพลาขับ หน้า-หลัง แบบ 50:50 รองรับการลุยร่องโคลน และระบบ UltraVision ติดตั้งกล้องรอบคันรวม 17 ตัว


สำหรับระบบ 4 Wheel Steer with CrabWalk ใช้รูปแบบการหักของล้อที่เรียกว่า CrabWalk ถอดแบบการทำงานมาจากการเดินของปู โดยล้อทั้งสี่ “หักเลี้ยวไปในทางเดียวกัน” และ องศาการหักเลี้ยวของล้อหลังทำได้เกือบเท่าล้อหน้า ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้ GMC HUMMER EV โดยเฉพาะในทางแคบ หรือการเข้าจอดแบบขนาน ที่มีรถจอดอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และจากการใช้ระบบนี้ ได้ช่วยให้ SUV ร่างยักษ์ ที่ตัวถังยาวกว่า 5 เมตร มีวงเลี้ยวแคบเพียง 10.8 เมตร เท่านั้น

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้